วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 | เวลา 03:00 น.
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 เกมสัปดาห์ที่ 8 มีหนึ่งคู่บิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง เมื่อ เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกส เตรียมเปิดบ้านดวลกับ เรอัล มาดริด เจ้าพ่อถ้วยยุโรปจากสเปน ในคืนวันพุธที่ 28 มกราคม 2026 เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อทั้งสองทีม โดยเฉพาะฝั่งเจ้าบ้านที่ยังต้องการแต้มเพื่อลุ้นโอกาสเข้ารอบ ขณะที่ทีมเยือนต้องการชัยชนะเพื่อการันตีพื้นที่ท็อป 8 และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
ฝั่งเจ้าถิ่น เบนฟิก้า ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันอย่างหนัก ปัจจุบันรั้งอันดับ 29 ของตารางลีกเฟสจากทั้งหมด 36 ทีม โอกาสเข้ารอบยังพอมี แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเก็บแต้มให้ได้ โดยเฉพาะเกมในบ้านนัดนี้
ผลงานในแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงแรกถือว่าย่ำแย่ แพ้รวด 4 นัดติดต่อกัน ก่อนจะฟื้นตัวเอาชนะ อาแจ็กซ์ และ นาโปลี ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เกมล่าสุดกลับบุกไปพ่าย ยูเวนตุส 0-2 ทำให้สถานการณ์กลับมาตึงมืออีกครั้ง
แต่ข่าวดีคือฟอร์มในลีกโปรตุเกสล่าสุด เบนฟิก้าเพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมา ด้วยการไล่ถล่ม เอสเตรล่า อมาโดร่า 4-0 แสดงให้เห็นว่าศักยภาพเกมรุกยังพอหวังผลได้ หากสามารถนำมาใช้กับเกมใหญ่แบบนี้
ขยับมาดูฝั่งทีมเยือน เรอัล มาดริด ที่อยู่ภายใต้การคุมทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว หลังผ่านช่วงเปลี่ยนแปลงด้วยการปลด ชาบี อลอนโซ่ ออกจากตำแหน่ง แต่ผลงานกลับสวนทางอย่างชัดเจน เมื่อ “ราชันชุดขาว” กลับมาโชว์ฟอร์มร้อนแรง ชนะ 3 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
ล่าสุดบุกไปเอาชนะ บียาร์เรอัล 2-0 พร้อมรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมในแชมเปี้ยนส์ลีก โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของลีกเฟส และหากบุกคว้าชัยในเกมนี้ได้ จะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที
จุดเด่นสำคัญคือเกมรุกที่ดุดัน ยิงไปแล้วถึง 19 ประตูจาก 7 นัด ในรายการนี้ นับเป็นหนึ่งในทีมที่มีสถิติเกมรุกดีที่สุดของฤดูกาล
เจ้าบ้านจะยังขาดผู้เล่นหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซานเดอร์ บาห์, ซามูเอล โซอาเรส, โดดี้ ลูเกบากิโอ และ เอ็นริเก้ อเราโฆ่ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ ริชาร์ด รีออส ยังไม่ฟิตพอ ลงเล่นไม่ได้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ แข้งใหม่อย่าง ซิดนี่ย์ โลเปส กาบราล และ ราฟา ซิลวา ติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติไม่สามารถลงสนามได้ อย่างไรก็ตาม ทีมยังได้ข่าวดีเมื่อ นิโคลัส โอตาเมนดี้ ปราการหลังจอมเก๋า จะลงเล่นนัดที่ 100 ในรายการนี้ โดยมี วานเกลิส พาฟลิดิส ที่เพิ่งเหมาสองประตูในเกมลีก เป็นความหวังสูงสุดในแดนหน้า
ฝั่งทีมเยือนจะไม่มี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เอแดร์ มิลิเตา, แฟร์ล็องด์ เมนดี้ และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่ยังบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคือ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา
นอกจากนี้ อัลบาโร่ การ์เรรัส จะได้ลงดวลกับทีมเก่าเป็นครั้งแรก ส่วนแนวรุกนำโดย คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยิงไปแล้ว 11 ประตูในรายการนี้ เทียบเท่าสถิติสูงสุดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นตัวสนับสนุนริมเส้น
เบนฟิก้า
ทรูบิน; เดดิช, อเราโฆ่, โอตาเมนดี้, ดาห์ล; ออร์สเนส, บาร์เรเนเคีย; เปรสเตียนนี่, บาร์เรโร่, สูดาคอฟ; พาฟลิดิส
เรอัล มาดริด
กูร์กตัวส์; บัลเบร์เด้, อาเซนซิโอ้, ฮุยเซน, การ์เรรัส; ชูอาเมนี่, เบลลิงแฮม, กูเลร์; มาสตันตูโอโน่, เอ็มบัปเป้, วินิซิอุส
ภาพรวมของเกมนี้คาดว่าจะเป็นเกมที่เปิดแลกกันพอสมควร เบนฟิก้าจำเป็นต้องเดินหน้าเปิดเกมรุกเพื่อความอยู่รอด ขณะที่เรอัล มาดริด พร้อมใช้คุณภาพเกมรุกและประสบการณ์ในเวทียุโรปเล่นงานเจ้าถิ่น
แม้เบนฟิก้าจะได้เปรียบเสียงเชียร์ในบ้าน และมีประวัติศาสตร์ที่เคยสร้างเซอร์ไพรส์ใส่มาดริดมาแล้ว แต่เมื่อดูจากมาตรฐานทีม ความเฉียบคมในแดนหน้า และฟอร์มช่วงหลัง ยังมองว่า เรอัล มาดริดดูเหนือกว่าเล็กน้อย และมีโอกาสบุกคว้า 3 คะแนนกลับออกไป
เชื่อว่าเกมรุกของราชันชุดขาวจะเป็นตัวตัดสิน และมีดีพอจะบุกชนะได้ตามเป้า
… เทพสนามนิรนาม ⚽