ศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ 2025/26 รอบ 4 คืนวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 (เวลา 02:45 น.) เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน ฮัลล์ ซิตี้ จากแชมเปี้ยนชิพ เปิดสนามรับการมาเยือนของยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่แฟนบอลจับตา เพราะมีทั้งเรื่องราวเก่า ๆ และเดิมพันตั๋วเข้าสู่รอบ 5
ทัพ “เดอะ ไทเกอร์ส” ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช กำลังทำผลงานได้ดีในลีก โดยรั้งอันดับ 4 ของแชมเปี้ยนชิพ และมีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้น แม้เกมล่าสุดจะแพ้ บริสตอล ซิตี้ 2-3 หยุดสถิติไร้พ่าย 6 นัดติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของฮัลล์คือเกมในบ้านที่เล่นได้แข็งแกร่ง และมักสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่ได้เสมอ แต่สถิติการเจอกับเชลซีไม่สู้ดีนัก เพราะไม่ชนะมาตั้งแต่ปี 1988 และแพ้รวดในการพบกัน 8 นัดหลังสุด รวมถึงการตกรอบฟุตบอลถ้วยในปี 2018 และ 2020
เจ้าถิ่นมีปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย ได้แก่
เซมิ อจายี่
โมฮาเหม็ด เบลลูมี่
โคดี้ ดราเมห์
ดาร์โก้ กิยาบี้
แมตต์ ครูกส์
เอเลียต มาตาโซ่
แนวรุกยังต้องฝากความหวังไว้ที่ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ และ โจ เกลฮาร์ดต์ ที่ยิงรวมกันในลีกไปแล้วกว่า 20 ประตู รวมถึงแบ็กซ้ายตัวเก่ง ไรอัน ไจลส์ ที่ทำไปแล้ว 8 แอสซิสต์
ฝั่งทีมเยือน “สิงห์บลูส์” ของกุนซือ เลียม โรเซเนียร์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มมั่นใจ แม้เพิ่งเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2 ในเกมลีก แต่ผลงาน 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะถึง 7 นัด
ในรอบก่อนของเอฟเอ คัพ เชลซีถล่มชาร์ลตัน 5-1 แบบขาดลอย แสดงให้เห็นว่ารายการนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม สถิติช่วงหลังในเอฟเอ คัพ ของเชลซีค่อนข้างลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีทั้งเข้าถึงรอบลึกและตกรอบเร็วสลับกันไป
เชลซีมีนักเตะบาดเจ็บบางราย ได้แก่
มาร์ก กูกูเรย่า (รอเช็คฟิต)
รีซ เจมส์ (ป่วย)
ลีวาย โคลวิลล์
ดาริโอ เอสซูโก้
เจมี่ กิตเทนส์
คาดว่าจะมีการโรเตชั่นบางตำแหน่ง โดยแนวรุกยังมีตัวอันตรายอย่าง
อเลฮานโดร การ์นาโช่
เอสเตเวา วิลเลียน
เลียม ดีแลป
แพนเดอร์; แม็คแนร์, อีแกน, ฮิวจ์ส; คอยล์, สเลเตอร์, ลุนด์สแตรม, ไจลส์; เกลฮาร์ดต์; โจเซฟ, แม็คเบอร์นี่
ซานเชซ; อาเชมปง, โฟฟาน่า, บาเดียชิล, ฮาโต้; ไกเซโด้, ซานโตส; เนโต้, เอสเตเวา, การ์นาโช่; ดีแลป
แม้ฮัลล์จะได้เปรียบเสียงเชียร์ในบ้าน แต่คุณภาพโดยรวมของนักเตะยังเป็นรองเชลซีพอสมควร โดยเฉพาะเกมรุกของทีมเยือนที่มีความเร็วและทักษะเฉพาะตัวสูง สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ตลอดทั้งเกม
รูปเกมช่วงต้นอาจอึดอัด เพราะฮัลล์เน้นรัดกุมและรอสวนกลับ แต่หากเชลซีได้ประตูขึ้นนำก่อน มีโอกาสที่เกมจะเปิดและไหลยาว
ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 เชลซี
เชียร์ฝั่งทีมเยือนดูอุ่นใจกว่า คุณภาพเหนือกว่าและมีเป้าหมายชัดเจนในบอลถ้วย วาง เชลซี -1.5 ลุ้นยิงขาด ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 5 ได้สำเร็จ