ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง เปิดสนามแอนฟิลด์ เอาชนะ บาร์นสลี่ย์ ทีมจากลีก วัน ไปอย่างขาดลอย 4-1 ในศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบสาม เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมยืดสถิติไม่แพ้ใครทุกรายการเป็น 11 นัดติดต่อกัน และผ่านเข้าสู่รอบ 4 ไปพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ต่อไป
เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ทีมเยือน บาร์นสลี่ย์ เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ เดวิส เตลเลอร์-ดันน์ เบียดเอาชนะ โจ โกเมซ ก่อนโหม่งบอลไปชนเสาขวาอย่างน่าเสียดาย ทำให้ลิเวอร์พูลรอดพ้นการเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม
นาทีที่ 9 ลิเวอร์พูลได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จ่ายบอลให้ โดมินิค โซโบซไล ก่อนซัดไกลระยะเกือบ 25 หลาบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเฉียบขาด เรียกเสียงเฮจากแฟนบอลในแอนฟิลด์ได้สนั่น
เจ้าถิ่นมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 36 จากความสามารถเฉพาะตัวของ เจเรมี่ ฟริมปง ที่ลากบอลเจาะเข้าทางฝั่งขวาของเขตโทษ ก่อนโยกหลบกองหลังแล้วซัดเสยตาข่ายอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 40 บาร์นสลี่ย์ไม่ยอมง่าย ๆ เมื่อ อดัม ฟิลลิปส์ ได้จังหวะยิงเร็วผ่านมือ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ส่งบอลเข้าประตู ไล่มาเป็น 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังครองเกมได้เหนือกว่า และมาได้ประตูย้ำชัยในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 เคอร์ติส โจนส์ แทงทะลุให้ อูโก้ เอกิติเก้ ก่อนสะกิดบอลต่อให้ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ตัวสำรอง ปั่นบอลโค้งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เป็น 3-1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+4 เวียร์ตซ์โชว์วิสัยทัศน์อีกครั้ง ด้วยการปาดบอลเรียดให้ เอกิติเก้ ชาร์จจ่อ ๆ เข้าไปไม่พลาด ส่งลิเวอร์พูลปิดเกมเอาชนะไป 4-1
ลิเวอร์พูล 4-1 บาร์นสลี่ย์
สนาม: แอนฟิลด์
รายการ: เอฟเอ คัพ รอบสาม
สถิติสำคัญ: ลิเวอร์พูลไม่แพ้ใคร 11 นัดติดต่อกันทุกรายการ
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ “หงส์แดง” ผ่านเข้าสู่ เอฟเอ คัพ รอบ 4 โดยจะพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในรอบถัดไป พร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยมจากผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงหลัง