ศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในเกมที่แฟนบอลพูดถึงมากที่สุด เมื่อ “ทีมชาติเยอรมนี” โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง บุกไปเอาชนะ “ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์” ถึงถิ่นด้วยสกอร์สุดมัน 4-3 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ฟอร์มระดับมาสเตอร์คลาสของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ที่ระเบิดผลงาน ยิง 2 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ พาทีมคว้าชัย 6 นัดรวดในทุกรายการ
เกมนี้ลงสนามกันที่ เซนต์ ยาค็อบ-พาร์ค ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก และเป็นฝั่งเจ้าถิ่น สวิตเซอร์แลนด์ ที่ออกสตาร์ทได้ดีกว่า โดยมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 17 จากการจบสกอร์เฉียบคมของ แดน เอ็นดอย ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นเริ่มมีความหวังว่าจะรักษาสถิติไม่แพ้ในบ้านต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม เยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยม โดยในนาทีที่ 25 โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เปิดบอลได้อย่างแม่นยำให้ โยนาธาน ทาห์ ขึ้นโขกทำประตูตีเสมอ 1-1 ซึ่งนับเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในนามทีมชาติอีกด้วย
เกมเปิดหน้าแลกกันอย่างดุเดือด และในนาทีที่ 41 สวิตเซอร์แลนด์ ก็กลับขึ้นนำอีกครั้งจาก บรีล เอ็มโบโล่ ที่ใช้ความแข็งแกร่งและความเฉียบคมเอาชนะเกมรับของเยอรมนีได้สำเร็จ แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก กลายเป็นจังหวะสำคัญอีกครั้งของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ที่จ่ายบอลทะลุช่องอย่างเหนือชั้นให้ แซร์จ กนาบรี้ ชิปข้ามตัว เกรเกอร์ โคเบล เข้าไปอย่างสุดสวย ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-2
เข้าสู่ครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเข้มข้นไม่แพ้ครึ่งแรก โดยเยอรมนีเริ่มคุมจังหวะได้มากขึ้น และในนาทีที่ 60 โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ก็แสดงความยอดเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการลากบอลก่อนซัดเต็มข้อส่งบอลพุ่งเสียบมุมอย่างเฉียบขาด พาเยอรมนีพลิกขึ้นนำ 3-2 และเป็นการยืนยันถึงฟอร์มระดับท็อปของดาวรุ่งรายนี้
อย่างไรก็ตาม สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ โดยในนาทีที่ 79 ตัวสำรองอย่าง ฌอยมาล มอนเตยโร่ ซัดไกลสุดสวยจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างหมดจด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 3-3 และทำให้เกมเข้าสู่ช่วงท้ายแบบเปิดหน้าแลกกันเต็มที่
แต่สุดท้าย กลายเป็นคืนของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ อย่างแท้จริง เมื่อในนาทีที่ 86 เจ้าตัวรับบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยขวาโค้งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม กลายเป็นประตูชัยให้เยอรมนีบุกมาคว้าชัย 4-3 ท่ามกลางความสะใจของแฟนบอลทีมเยือน
ชัยชนะในเกมนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เยอรมนียืดสถิติชนะรวดเป็น 6 นัดติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการหยุดสถิติไม่แพ้ใครในบ้าน 12 นัดของสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของทีมยุคใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างดาวรุ่งและแข้งประสบการณ์ได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ การกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งของ ไค ฮาแวร์ตซ์ หลังห่างหายไปนาน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ แม้จะไม่ได้มีชื่อทำประตูหรือแอสซิสต์ในเกมนี้ แต่บทบาทในเกมรุกและการเชื่อมเกมของเขาก็ช่วยให้ทีมมีมิติมากขึ้นอย่างชัดเจน
จากฟอร์มในเกมนี้ ทำให้ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ถูกยกย่องว่าเป็นหัวใจสำคัญของแนวรุกเยอรมนีในยุคปัจจุบัน และมีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในอนาคต หากยังรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ต่อไปได้ โดยเฉพาะกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
สำหรับแฟนบอล “อินทรีเหล็ก” นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่า ทีมชาติเยอรมนี กำลังกลับมาสู่เส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแท้จริง