ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลายเป็นอีกหนึ่งคืนอันเจ็บปวดของ เชลซี หลังเปิดบ้านพ่ายให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปด้วยสกอร์ 1-3 ส่งผลให้ “สิงห์บลูส์” แพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 6 และหมดโอกาสจบท็อป 5 เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าอย่างเป็นทางการ
เกมเพิ่งเริ่มได้เพียง 2 นาทีเท่านั้น กลายเป็นฝั่งทีมเยือนที่ออกนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อันโตนีโอ บัคค่า เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ และเป็น ไตโว อโวนิยี่ ที่ขึ้นโหม่งแบบไร้ตัวประกบ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ฟอเรสต์ นำ 1-0
หลังจากนั้นไม่นาน นาทีที่ 15 ทีมเยือนมาได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น อิกอร์ เชซุส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งให้ ฟอเรสต์ หนีห่างเป็น 2-0 ท่ามกลางความเงียบงันของแฟนบอลเจ้าถิ่น
สถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อ เจสซี่ เดอร์รี่ ดาวรุ่งวัย 18 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงจากจังหวะปะทะ ต้องถูกนำตัวออกจากสนามทันที ส่งผลให้เกมในครึ่งแรกต้องทดเวลานานถึง 15 นาที
แม้ “สิงห์บลูส์” จะมีโอกาสทองในการตีไข่แตกจากลูกจุดโทษ แต่ โคล พาลเมอร์ ยิงไปติดเซฟของ มัตซ์ เซลส์ อย่างน่าเสียดาย ทำให้จบครึ่งแรก ฟอเรสต์ ยังคงนำ 2-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง เชลซี พยายามเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน แต่กลับกลายเป็น ฟอเรสต์ ที่ใช้จังหวะสวนกลับเล่นงานได้อย่างเฉียบคม
นาทีที่ 52 มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ ตัวสำรอง เปิดบอลเรียดเข้ากลางให้ ไตโว อโวนิยี่ วิ่งเข้าชาร์จจ่อๆ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และเป็นประตูหนีห่าง 3-0
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+3 เชลซี มาได้ประตูปลอบใจจากลูกจักรยานอากาศสุดสวยของ ชูเอา เปโดร ไล่มาเป็น 1-3 แต่ก็สายเกินไป
จบเกม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บุกเอาชนะ เชลซี ถึงถิ่น 3-1 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ส่งผลร้ายแรงต่อ เชลซี อย่างชัดเจน โดยพวกเขาไม่สามารถไล่ทันอันดับท็อป 5 ได้แล้ว ทำให้หมดสิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า
ขณะที่ ฟอเรสต์ เก็บเพิ่มเป็น 42 คะแนน ขยับหนีโซนตกชั้น ทิ้งห่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึง 6 แต้ม เพิ่มโอกาสอยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป
ผลงานที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง 6 นัดติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายด้านของ เชลซี ไม่ว่าจะเป็น
ในขณะที่ ฟอเรสต์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและแท็กติกที่ชัดเจน โดยเฉพาะเกมสวนกลับที่มีประสิทธิภาพสูง
นี่คืออีกหนึ่งเกมที่ตอกย้ำว่า เชลซี ในฤดูกาลนี้ยังห่างไกลจากคำว่าทีมลุ้นแชมป์ หรือแม้แต่พื้นที่ยุโรป ขณะที่ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการอยู่รอดได้อย่างแข็งแกร่ง
หาก “สิงห์บลูส์” ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ช่วงที่เหลือของฤดูกาลอาจกลายเป็นฝันร้ายที่ยาวนานกว่านี้