ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสุดเฉียบในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 หลังบุกเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 3-0 ถึงถิ่น สต๊าด เวโลโดรม เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมกระโดดขึ้นรั้งอันดับ 4 ของตารางลีกเฟส มีลุ้นสูงในการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 รอบลีกเฟส นัดที่ 7 คู่ระหว่าง โอลิมปิก มาร์กเซย พบ ลิเวอร์พูล ลงสนามเมื่อคืนวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 โดยเกมนี้ “หงส์แดง” เป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า และอาศัยความเฉียบคมในจังหวะสำคัญคว้าชัยไปแบบขาดลอย
ช่วง 15 นาทีแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมสู้กันอย่างสูสี ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะได้โอกาสลุ้นก่อนในนาทีที่ 18 จากจังหวะยิงไกลของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่บอลหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 23 ลิเวอร์พูลส่งบอลเข้าประตูจาก อูโก เอกิติเก้ แต่ถูกผู้ตัดสินริบคืนหลังเช็ก VAR เนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้า
อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดเหนือชั้นของ โดมินิค โซโบซไล ที่ยิงลอดใต้กำแพงเข้าไปอย่างเฉียบขาด ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
จบครึ่งแรก : มาร์กเซย 0-1 ลิเวอร์พูล
เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูที่สองในนาทีที่ 52 เมื่อ โซโบซไล จ่ายบอลทะลุให้ เอกิติเก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย
จนกระทั่งนาทีที่ 72 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากความยอดเยี่ยมของ เจเรมี ฟริมปง ที่ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนเปิดเข้ากลาง บอลแฉลบแนวรับมาร์กเซยเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง โดยภายหลังถูกบันทึกเป็น โอว์นโกลของ เคโรนีโม รุลลี นายทวารเจ้าถิ่น
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูปิดท้าย จากจังหวะที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ไหลบอลให้ โกดี คักโป ตัวสำรอง ซัดเต็มข้อไม่พลาด ส่งสกอร์เป็น 3-0
จบเกม โอลิมปิก มาร์กเซย แพ้ ลิเวอร์พูล 0-3 ส่งผลให้ “หงส์แดง” เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน จาก 7 นัด ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางลีกเฟส มีโอกาสสูงในการจบอันดับ 1-8 เพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
ขณะที่ มาร์กเซย หล่นมาอยู่อันดับ 19 มี 9 คะแนน จาก 7 เกม ต้องลุ้นหนักในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อคว้าตั๋วเพลย์ออฟ
โอลิมปิก มาร์กเซย 0-3 ลิเวอร์พูล
ผู้ทำประตู :
โดมินิค โซโบซไล (45+1’)
เคโรนีโม รุลลี (OG 72’)
โกดี คักโป (90+3’)