การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่มเจ นัดที่ 7 เมื่อคืนที่ผ่านมา “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ทีมชาติเบลเยียม โชว์ฟอร์มร้อนแรง บุกไปเอาชนะ ทีมชาติเวลส์ แบบสุดมัน 4-2 ที่สนามคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม ส่งผลให้ เบลเยียม เก็บเพิ่มเป็น 14 คะแนน แซงขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่มเจ ขณะที่ เวลส์ ยังมี 10 คะแนนเท่าเดิม รั้งอันดับ 3 ต้องลุ้นหนักใน 2 นัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก
เกมเริ่มมาได้เพียง 8 นาที เจ้าถิ่น เวลส์ ขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากลูกโหม่งของ โจ โรดอน แต่เบลเยียมใช้เวลาไม่นานกลับมาตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 16 จากจุดโทษที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงเข้าไปไม่พลาด ก่อนที่นาทีที่ 24 เบลเยียมจะแซงนำ 2-1 จากจังหวะทำเกมทางริมเส้นที่ลงเอยด้วยลูกยิงสุดสวยของ โธมัส เมอนิเย่ร์
ครึ่งหลัง เบลเยียมยังคงคุมเกมได้ดีกว่า และมาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 76 จากจุดโทษอีกครั้ง โดย เควิน เดอ บรอยน์ รับหน้าที่สังหารเข้าไป ทำให้เจ้าตัวเหมาสองประตูในเกมนี้ ช่วยให้ทีมเยือนนำห่าง 3-1 และแม้ เวลส์ จะตีตื้นมาเป็น 2-3 ในนาทีที่ 89 จาก เนธาน บรอดเฮด แต่ก็ถูกสวนกลับทันทีในนาทีถัดมา เมื่อ เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงปิดกล่องให้เบลเยียมเอาชนะไปอย่างเด็ดขาด 4-2
ชัยชนะในนัดนี้ทำให้ เบลเยียม ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงกลุ่มเจ โดยมี 14 คะแนนจาก 7 นัด แซงหน้า ออสเตรีย ที่ลงแข่งน้อยกว่าอยู่ 1 นัด ส่วน เวลส์ ยังต้องลุ้นต่อในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนหน้า ซึ่งเหลือโปรแกรมอีก 2 นัดในการแย่งชิงตั๋วไปเล่นรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในช่วงกลางปีหน้า
สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปของกลุ่มเจ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับทีมอย่าง เวลส์ ที่ยังมีโอกาสไปต่อ หากสามารถเก็บชัยชนะได้ใน 2 นัดที่เหลือ ส่วน เบลเยียม หากรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ โอกาสเข้ารอบสุดท้ายก็ถือว่าสดใสมากขึ้นทุกขณะ