การกลับมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลทันที หลังจากที่เจ้าตัวหายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาลงสนามให้กับ อัล นาสเซอร์ อีกครั้งเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการจับตามองของแฟนบอลทั่วโลกถึงสภาพร่างกายหลังต้องพักยาวไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
ทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” โดยเขาลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ อัล นาสเซอร์ พบกับ อัล นาจม่า ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง ผลการแข่งขันปรากฏว่า อัล นาสเซอร์ โชว์ฟอร์มดุถล่มเอาชนะไปได้ถึง 5-2 เก็บ 3 แต้มสำคัญ พร้อมขยับขึ้นไปมี 70 คะแนน รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของลีกอย่างเหนียวแน่น
ไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนพูดถึงคือผลงานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำคนเดียว 2 ประตูในนัดนี้:
ประตูแรก (นาทีที่ 56): สังหารจุดโทษอย่างเฉียบขาด
ประตูที่สอง (นาทีที่ 73): ยิงจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ แสดงสัญชาตญาณกองหน้าในวัย 41 ปีที่ยังคมกริบ
จากการเหมาสองประตูในนัดล่าสุด ส่งผลให้สถิติการยิงประตูรวมตลอดอาชีพของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พุ่งสูงถึง 967 ประตู ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อ ตอนนี้เขามีเป้าหมายใหญ่คือการเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่ยิงครบ 1,000 ประตู โดยต้องการอีกเพียง 33 ประตู เท่านั้นเพื่อสร้างตำนานบทใหม่
หากดูเส้นทางอาชีพของเขา จะพบว่าความสำเร็จติดตามเขาไปในทุกสโมสร:
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: จุดเริ่มต้นการเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
เรอัล มาดริด: ก้าวขึ้นเป็น “ราชันแห่งยุโรป” และทำลายสถิติมากมาย
ยูเวนตุส: สานต่อความยิ่งใหญ่ในอิตาลี
ทีมชาติโปรตุเกส: พาทีมคว้าแชมป์เมเจอร์และเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดในระดับทีมชาติ
ในปัจจุบันกับ อัล นาสเซอร์ บทบาทของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำประตูในสนามเท่านั้น แต่เขายังเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานของลีกซาอุดีอาระเบียให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล ดึงดูดนักเตะชื่อดังจากยุโรปให้ตบเท้าเข้ามาค้าแข้งมากขึ้น
ด้วยระเบียบวินัยในการดูแลตัวเองที่ยอดเยี่ยมและการสนับสนุนจากระบบการเล่นของ อัล นาสเซอร์ ที่เน้นเกมรุก ทำให้โอกาสที่เขาจะทำสถิติครบ 1,000 ประตูนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอวินาทีประวัติศาสตร์ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยิงครบ 1,000 ประตู เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่มันคือสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและความเป็นตำนานที่ยากจะหาใครมาเทียบได้ในอนาคต
“ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ถูกจารึกไว้ในฐานะนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลเรียบร้อยแล้ว”