แม้อายุจะก้าวเข้าสู่หลัก 40 ปี แล้ว แต่คำว่า “โรยรา” ดูจะยังไม่อยู่ในพจนานุกรมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุเกส หลังล่าสุดยังสามารถจารึกสถิติสุดยิ่งใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
ในเกม ซาอุดี โปร ลีก นัดล่าสุด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2026 แม้ต้นสังกัด อัล นาสเซอร์ จะเปิดบ้านพ่ายให้กับ อัล คาดเซียห์ ไปด้วยสกอร์ 1-2 แต่หนึ่งประตูจากลูกจุดโทษในนาทีที่ 81 ของ โรนัลโด้ ก็มีความหมายมากกว่าสกอร์ในสนาม
ประตูดังกล่าวทำให้ โรนัลโด้ เริ่มต้นนับสกอร์แรกของปี 2026 ได้สำเร็จ และนั่นหมายความว่าเขา ทำประตูได้อย่างน้อย 1 ลูกในทุกปี ติดต่อกันยาวนานถึง 25 ปี ตั้งแต่ปี 2002 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นสถิติที่แทบไม่มีนักเตะคนใดในโลกฟุตบอลทำได้
⚽ 2002 : 5 ประตู
⚽ 2003 : 1 ประตู
⚽ 2004 : 13 ประตู
⚽ 2005 : 15 ประตู
⚽ 2006 : 25 ประตู
⚽ 2007 : 34 ประตู
⚽ 2008 : 35 ประตู
⚽ 2009 : 30 ประตู
⚽ 2010 : 48 ประตู
⚽ 2011 : 60 ประตู
⚽ 2012 : 63 ประตู
⚽ 2013 : 69 ประตู
⚽ 2014 : 61 ประตู
⚽ 2015 : 57 ประตู
⚽ 2016 : 55 ประตู
⚽ 2017 : 53 ประตู
⚽ 2018 : 49 ประตู
⚽ 2019 : 39 ประตู
⚽ 2020 : 44 ประตู
⚽ 2021 : 47 ประตู
⚽ 2022 : 16 ประตู
⚽ 2023 : 54 ประตู
⚽ 2024 : 43 ประตู
⚽ 2025 : 41 ประตู
⚽ 2026 : 1 ประตู (ปัจจุบัน)
แน่นอนว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดของ CR7 คือการทำประตูในอาชีพนักฟุตบอลให้ครบ 1,000 ประตู ซึ่งจากประตูล่าสุด ทำให้ยอดรวมของเขาเพิ่มเป็น 958 ประตู ทั่วทุกรายการ
นั่นหมายความว่า โรนัลโด้ ต้องการอีกเพียง 42 ประตู เท่านั้น เพื่อก้าวสู่หลักสี่ตัวเลขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง
ด้วยสภาพร่างกาย วินัย และความกระหายในการทำประตูที่ยังไม่ลดลง แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองว่า
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะสามารถยิงครบ 1,000 ประตูได้สำเร็จหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อใด?
ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชายคนนี้ได้จารึกชื่อของตัวเองไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปแล้วอย่างสมบูรณ์
40 ก็แค่ตัวเลข… สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้