การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม F เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา “ทัพฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส เปิดสนาม เอสตาดิอู โชเซ่ อัลวาลาด รับการมาเยือนของ ทีมชาติไอร์แลนด์ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นต้องการเก็บชัยชนะเป็นนัดที่สามติดต่อกัน เพื่อรักษาจ่าฝูงกลุ่ม F ขณะที่ทีมเยือนยังไม่ชนะใครและมีเพียง 1 แต้มรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม
เกมในครึ่งแรก โปรตุเกสเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า และมีโอกาสใกล้เคียงจะได้ประตูขึ้นนำหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะยิงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในนาทีที่ 17 ที่ซัดด้วยซ้ายไปชนเสาอย่างจัง ก่อนที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จะตามซ้ำแต่หลุดกรอบไปอีก จบ 45 นาทีแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0
ครึ่งหลังโปรตุเกสยังคงเปิดเกมรุกอย่างหนัก หวังคว้าสามแต้มให้ได้ โดยมีจังหวะลุ้นจาก วิตินญ่า และ รูเบน เนเวส แต่ยังไม่สามารถเจาะผ่านมือของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูทีมเยือนได้ กระทั่งนาทีที่ 73 โปรตุเกสได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ ดาร่า โอเช หลังเช็ก VAR ยืนยันชัดเจน อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้กลับยิงไปติดขาเคลเลเฮอร์ ทำให้พลาดโอกาสทองในการขึ้นนำ
เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 ความพยายามของเจ้าถิ่นก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ ตรินเกา เปิดบอลเข้ากลางให้ รูเบน เนเวส สอดมาโขกเต็มศีรษะส่งบอลตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด พาโปรตุเกสออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นสนาม
จบเกม โปรตุเกสเฉือนชนะไอร์แลนด์ 1-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ เพิ่มเป็น 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด นั่งจ่าฝูงกลุ่ม F อย่างมั่นคงในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ขณะที่ไอร์แลนด์ยังคงไร้ชัย มีเพียง 1 แต้มจาก 3 นัด รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่มต่อไป