ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อสถิติชี้ชัดว่าพวกเขา แพ้ในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน และ แพ้ถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุดในทุกรายการ ส่งผลให้ตำแหน่งจ่าฝูงที่เคยยึดครองในเดือนก่อน ต้องหล่นฮวบมาอยู่ที่อันดับ 6 นี่คือ วิกฤตศรัทธา ครั้งใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ ชล็อต ที่ต้องรับมือกับความกดดันอย่างหนัก
สาเหตุหลักที่ทำให้ หงส์แดง ฟอร์มตก อย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ต่างชี้ตรงกันว่ามันคือ ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าแค่ฟอร์มตกชั่วคราว ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ เกมรับที่ขาดวินัยและสมดุล โดยเฉพาะการรับมือกับลูกตั้งเตะและลูกครอสจากด้านข้าง ซึ่งคู่แข่งเริ่มจับทางและใช้เป็นอาวุธสำคัญในการทำลายเกมของลิเวอร์พูล รวมถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจเพรสซิ่งที่ไม่เป็นเอกภาพเหมือนยุคก่อน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นแกนหลักและการมาถึงของนักเตะค่าตัวสูงยังไม่สามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัว ชล็อตเองยังดูเหมือนจะ ยังหาตัวจริง 11 คนที่ลงตัวไม่ได้ บางครั้งก็พยายามใช้ระบบใหม่มากเกินไปจนทำให้ ระบบทีมเสียสมดุล ขณะที่ผู้เล่นตัวหลักอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็อยู่ในช่วงฟอร์มฝืด ไม่สามารถทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีกขั้น
อย่างไรก็ตาม ความหวังสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปอยู่ในถ้วยเล็ก คาราบาวคัพ ที่ทีมมีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ เกมนี้ไม่ใช่แค่การเข้ารอบ แต่เป็นโอกาสที่ ลิเวอร์พูล ต้องใช้เพื่อ เรียกความมั่นใจ และ ชัยชนะ กลับคืนสู่ทีมให้ได้ เพราะชัยชนะจะเป็นตัวจุดประกายสำคัญในการพลิกสถานการณ์กลับมาลุ้นพื้นที่ Top 4 ให้ได้อีกครั้ง
อาร์เน่อ ชล็อต จำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเกมรับอย่างเร่งด่วนที่สุด และหาสมดุลที่ถูกต้องให้กับทีมโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความผิดหวังในลีกจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงฟุตบอลถ้วยและรายการยุโรป เพราะแฟนบอลต้องการเห็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่ชัดเจนจากทีมรักในการกู้วิกฤตครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่า ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีลุ้นประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้