โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล จุดกระแสย้ายทีมแรงขึ้นอีกขั้น หลังออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนว่าผิดหวังสุดขีดกับสถานการณ์ของตัวเองในทีม หลังถูก อาร์เน่อ ชล็อต ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ ดร็อปเป็นตัวสำรอง 3 นัดติดต่อกัน รวมถึงเกมล่าสุดที่ “หงส์แดง” บุกไปเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-3 ช่วงทดเวลา เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มสะดุด หลังไม่ชนะในลีก 2 นัดรวด เริ่มจากเสมอซันเดอร์แลนด์ 1-1 ก่อนจะโดนลีดส์ยิงตีเสมอในวินาทีสุดท้าย เกมที่เอลแลนด์ โร้ด
ตลอด 3 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ชล็อตตัดสินใจดร็อปซาลาห์เป็นตัวสำรองทั้งหมด โดยใน 2 เกมหลังสุด สตาร์ทีมชาติอียิปต์ ไม่ได้ถูกส่งลงสนามแม้แต่นาทีเดียว สร้างความไม่พอใจให้เจ้าตัวอย่างมาก
หลังจบเกมกับลีดส์ ซาลาห์ให้สัมภาษณ์อย่างเผ็ดร้อน โดยยอมรับว่าเป็นครั้งแรกในอาชีพที่ต้องนั่งข้างสนามครบ 90 นาทีเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน
“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าผมต้องนั่งข้างสนามทั้งเกมเป็นนัดที่สาม มันไม่เคยเกิดขึ้นในอาชีพของผม ผมผิดหวังมาก”
“ผมทำให้สโมสรนี้มามากมาย แต่ตอนนี้เหมือนพวกเขาโยนความผิดมาให้ผม พวกเขาไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ตอนซัมเมอร์”
สตาร์ชาวอียิปต์ยังเผยว่ามีคนในสโมสรต้องการให้เขาเป็นแพะรับบาปของทีม พร้อมยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชล็อต “แตกหักและไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
ซาลาห์ยอมรับว่าเกมพบไบรท์ตันที่แอนฟิลด์อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้บอกลาแฟนบอลก่อนเดินทางไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์
“ผมจะไปอยู่ที่แอนฟิลด์เพื่อบอกลาแฟนบอล เพราะผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ผมไปเล่นให้ทีมชาติ”
ดาวยิงตัวเก่งยังย้ำว่าไม่ยอมรับสถานการณ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปัญหาของทีม และไม่คิดว่าต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองรายวัน เพราะเชื่อว่าผลงานที่ผ่านมาบ่งบอกทุกอย่างแล้ว
จากสัมภาษณ์ครั้งนี้ ทำให้อนาคตของ โม ซาลาห์ ดูจะเข้าใกล้คำว่า “ย้ายทีม” มากขึ้น โดยตลาดซื้อขายเดือนมกราคมอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งนักเตะและลิเวอร์พูล
แฟนบอลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสโมสรจะตัดสินใจอย่างไร และความร้าวฉานระหว่างซาลาห์กับกุนซือดัตช์จะคลี่คลายลงหรือไม่