ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสุดดุดันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง เปิดสนามแอนฟิลด์ถล่ม กาลาตาซาราย ขาดลอย 4-0 พลิกสถานการณ์จากเลกแรกที่เป็นฝ่ายตามหลัง กลับมาเอาชนะด้วยสกอร์รวม 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยเกมนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลายเป็นพระเอกแม้จะพลาดจุดโทษ แต่ครึ่งหลังระเบิดฟอร์มทั้งยิงและแอสซิสต์
เกมนี้ ลิเวอร์พูล ที่ต้องชนะสถานเดียว เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้นเกม และสามารถครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน จนกระทั่งนาทีที่ 25 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เปิดเตะมุมให้ โดมินิค โซโบซไล วิ่งเข้ามาซัดจ่อๆ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย พา “หงส์แดง” ขึ้นนำ 1-0 และทำให้สกอร์รวมกลับมาเท่ากัน 1-1
หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ลิเวอร์พูล ยังคงกดดันต่อเนื่อง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสทองในนาที 29 จากจังหวะหลุดเดี่ยว แต่ยิงไม่ผ่านมือ อูวูร์ชาน ชาคีร์ ผู้รักษาประตูกาลาตาซาราย ก่อนที่ทีมเจ้าบ้านจะพลาดโอกาสทองอีกหลายครั้ง รวมถึงจังหวะของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่โขกไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โดมินิค โซโบซไล ถูกทำฟาวล์ ทว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงไปติดเซฟของ อูวูร์ชาน ชาคีร์ ทำให้จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำเพียง 1-0 และสกอร์รวมยังเสมอ 1-1
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล แก้เกมมาได้อย่างยอดเยี่ยม นาที 51 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แก้ตัวสำเร็จด้วยการแอสซิสต์ให้ อูโก้ เอกิติเก้ ยิงเข้าไปไม่พลาด พาทีมขึ้นนำ 2-0 และแซงนำสกอร์รวมทันที จากนั้นเพียง 2 นาที ไรอัน กราเฟนแบร์ค ตามซ้ำจังหวะยิงของซาลาห์เข้าไปให้ทีมหนีเป็น 3-0
เกมรับของ กาลาตาซาราย เริ่มเสียสมาธิอย่างหนัก ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าบุกไม่ยั้ง จนกระทั่งนาที 62 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาบวกสกอร์ของตัวเองได้สำเร็จ จากจังหวะรับบอลของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ก่อนปั่นโค้งด้วยซ้ายอย่างสวยงาม ส่งบอลเสียบมุมเข้าไปอย่างเด็ดขาด พาทีมนำห่าง 4-0
ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูเพิ่มจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่ถูก VAR ริบคืนเนื่องจากมีจังหวะฟาวล์ก่อน อย่างไรก็ตามไม่มีผลต่อรูปเกม จบการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เอาชนะ กาลาตาซาราย 4-0 สกอร์รวม 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
จากชัยชนะนัดนี้ ลิเวอร์พูล เตรียมเข้าไปดวลกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เก่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยโปรแกรมนัดแรกจะบุกไปเยือนในช่วงวันที่ 7-8 เมษายน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของ “หงส์แดง” บนเส้นทางลุ้นแชมป์ยุโรปฤดูกาลนี้