สถานการณ์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลังเกมลีกเอิงที่เปิดบ้านพ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง 1-2 ไม่เพียงแต่เสียสามแต้มสำคัญ แต่ยังต้องสังเวยอาการบาดเจ็บของมิดฟิลด์หัวใจหลักอย่าง วิตินญ่า ที่ข้อเท้าขวา ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเป้าหมายสูงสุดในเวทียุโรปของทีม
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก เมื่อ วิตินญ่า ปะทะกลางอากาศกับ เอ็นดริค ก่อนลงพื้นผิดจังหวะจนข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรง ภาพที่แฟนบอลเห็นคือเจ้าตัวเดินกะเผลกออกจากสนาม พร้อมถอดรองเท้าข้างขวา ท่ามกลางความกังวลของทั้งทีม
ด้านกุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่รอช้า ตัดสินใจเปลี่ยนตัวทันที โดยส่งดาวรุ่งอย่าง วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่ ลงมาทำหน้าที่แทน เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจรุนแรงมากขึ้น
รายงานจากสื่อดัง เลกิ๊ป ระบุว่า วิตินญ่า จะเข้ารับการสแกน MRI อย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสียหายของเอ็นและกระดูก ซึ่งผลตรวจนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมใหญ่ที่กำลังจะมาถึงหรือไม่
หากผลออกมาไม่ดี นั่นอาจหมายถึงการพลาดลงสนามในเกมระดับซีซั่นอย่างรอบรองชนะเลิศ
แม้จะมีข่าวร้าย แต่ เปแอสเช ยังพอมีข่าวดี เมื่อ ฟาเบียน รูอิซ กลับมาฟิตสมบูรณ์และลงสนามได้อีกครั้ง หลังพักยาวกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าเขายังไม่สามารถทดแทนบทบาทของ วิตินญ่า ได้เต็มร้อย โดยเฉพาะในเรื่องการคุมจังหวะเกมและเชื่อมแดนกลาง
หาก วิตินญ่า ไม่พร้อมลงสนามในเกมพบ บาเยิร์น มิวนิค สิ่งที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้องทำคือการปรับโครงสร้างแดนกลางใหม่ทันที โดยมีตัวเลือกหลักดังนี้:
อย่างไรก็ตาม การขาดผู้เล่นที่มีความนิ่งและอ่านเกมดีอย่าง วิตินญ่า อาจทำให้แดนกลางเสียสมดุล โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมที่มีประสบการณ์สูงอย่าง บาเยิร์น
อาการบาดเจ็บของ วิตินญ่า อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลนี้ เพราะเขาคือหัวใจในระบบของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อย่างแท้จริง หากไม่สามารถลงสนามได้ทันเวลา เกมกับ บาเยิร์น มิวนิค อาจกลายเป็นบททดสอบที่หนักหนาที่สุดของ เปแอสเช ในเส้นทางลุ้นแชมป์ยุโรป
สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญคือ—ทีมจะหาทางรับมืออย่างไรในวันที่ขาดฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในแดนกลาง และใครจะก้าวขึ้นมาแบกรับภาระแทนได้ในเกมชี้ชะตานี้?