ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 เมื่อคืนวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา กลายเป็นเกมสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งหัวตารางและท้ายตาราง เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเฉือนชนะ เบิร์นลี่ย์ ถึงถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยตั้งแต่ต้นเกมของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” แซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที ขณะที่เจ้าถิ่นต้องตกชั้นอย่างเป็นทางการ
เริ่มเกมมาเพียงไม่กี่นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะประสานงานของแนวรุก ก่อนที่บอลจะไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่แล้วในนาทีที่ 5 ความเฉียบคมของทีมเยือนก็ปรากฏ เมื่อ เฌเรมี่ โดกู จ่ายทะลุช่องสุดคมให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัวผู้รักษาประตูอย่างเหนือชั้น ส่งบอลตุงตาข่ายพาทีมขึ้นนำ 1-0
ประตูนี้ยังเป็นลูกที่ 24 ของหัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ในฤดูกาลนี้ นำเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกต่อไปแบบทิ้งห่างคู่แข่ง
หลังจากได้ประตูขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ครองบอลเหนือกว่าชัดเจน ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ เน้นตั้งรับลึกและรอโอกาสสวนกลับ
นาทีที่ 25 ทีมเยือนเกือบได้ประตูที่สองจากลูกเตะมุมของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่เปิดมาให้ นิโก้ โอไรลีย์ โขกเต็มศีรษะ แต่ยังไม่ผ่านการเซฟของ มาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น
ด้าน เบิร์นลี่ย์ เองก็มีโอกาสลุ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกจากลูกตั้งเตะ แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ทำให้จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังนำอยู่ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 55 เออร์ลิง ฮาลันด์ เกือบเบิ้ลประตูที่สองให้ตัวเอง แต่จังหวะแปหน้าประตูกลับไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
ต่อมาในนาทีที่ 70 ตัวสำรองอย่าง ซาวินโญ่ มีโอกาสทองในการยิงประตูปิดเกม แต่จังหวะสุดท้ายยิงไปติดบล็อกแนวรับเจ้าถิ่น ทำให้สกอร์ยังคงหยุดอยู่ที่ 1-0
สุดท้ายจบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเฉือนชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 70 คะแนน เท่ากับ อาร์เซน่อล แต่แซงขึ้นนำจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า
ส่วน เบิร์นลี่ย์ ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ส่งผลให้พวกเขาต้อง ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการ กลายเป็นทีมที่สองของฤดูกาลที่ต้องหล่นสู่ลีกแชมเปียนชิพ