ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง กลายเป็นอีกหนึ่งเกมดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก เมื่อ บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านเสมอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-1 รวมผลสองนัดพ่ายไป 5-6 ส่งผลให้ “เสือใต้” ต้องหยุดเส้นทางเพียงแค่รอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย
หลังจบเกม ประเด็นสำคัญที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ชูเอา ปินเยโร่ โดยเฉพาะจังหวะปัญหาแฮนด์บอลที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมสำคัญนี้
แวงซองต์ กอมปานี กุนซือของบาเยิร์น ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับจังหวะที่ นูโน่ เมนเดส ถูกมองว่าควรโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบอลไปโดนแขนในสถานการณ์ที่ผู้ตัดสินมองว่าไม่เจตนา และให้เหตุผลว่าเป็นการโดนบอลก่อน ทำให้ยังไม่ลงโทษเพิ่ม
กอมปานีกล่าวว่า
“ผมเข้าใจกฎ แต่ผมดูหลายมุมแล้วไม่เห็นชัดว่าไลเมอร์ไปโดนบอลก่อนจริง ๆ ผู้ตัดสินเหมือนจะให้ใบเหลืองที่สอง แต่ก็เปลี่ยนใจ”
อีกหนึ่งจังหวะที่ถูกพูดถึงคือเหตุการณ์ที่ ชูเอา เนเวส บอลไปโดนแขนหลังการเล่นกันเองของเพื่อนร่วมทีม ซึ่งตามกฎ IFAB มองว่าอาจไม่ถือเป็นแฮนด์บอลหากไม่ได้เจตนา
อย่างไรก็ตาม กอมปานีแสดงความเห็นว่าแม้ตามกฎอาจไม่เป็นจุดโทษ แต่ในเชิง “สามัญสำนึกฟุตบอล” เขามองว่าจังหวะนี้ยังเป็นที่ถกเถียง
“มือเขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงเกินไป ถ้ามองรวมทั้งสองจังหวะ ผมคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ได้เปลี่ยนผลรวมของเกมทั้งหมด”
แม้จะมีความไม่พอใจต่อการตัดสิน แต่กอมปานียังคงแสดงสปิริต โดยยอมรับว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทำผลงานได้ดีกว่าและสมควรผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
เขากล่าวปิดท้ายว่า
“เราผิดหวังกับบางการตัดสิน แต่ต้องยอมรับว่า PSG เล่นได้แข็งแกร่งและสมควรเป็นผู้ชนะ”
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ต้องหยุดเส้นทางยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไว้ที่รอบรองชนะเลิศ ขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เดินหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพื่อลุ้นแชมป์ยุโรปสมัยแรกของสโมสร
สำหรับกอมปานี นี่ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการพาทีมกลับมาสู้ใหม่ในฤดูกาลถัดไป ทั้งในแง่แท็กติกและการรับมือกับสถานการณ์กดดันในเกมระดับสูงสุดของยุโรป