ศึกฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า หลังเปิดรัง วิลล่า พาร์ค ไล่ถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบขาดลอย 4-0 พลิกสถานการณ์จากเกมแรกกลับมาเอาชนะด้วยสกอร์รวม 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยเตรียมเข้าไปพบกับ ไฟรบวร์ก สโมสรแกร่งจากเยอรมนี
เริ่มเกมมา แอสตัน วิลล่า เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่า และสร้างแรงกดดันใส่แนวรับของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งนาทีที่ 36 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะประสานงานสุดเฉียบ เอมิเลียโน่ บวนเดีย แทงทะลุช่องให้ โอลลี่ วัตกินส์ หลุดเดี่ยวก่อนยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด
ประตูดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมของ อูไน เอเมรี่ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ แอสตัน วิลล่า นำ 1-0
ครึ่งหลัง นาทีที่ 55 แอสตัน วิลล่า มาได้จุดโทษจากจังหวะเตะมุม เมื่อ เปา ตอร์เรส ถูก โมราโต้ ดึงล้มในเขตโทษ ตอนแรกผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อ แต่ห้องวีเออาร์ส่งสัญญาณให้กลับไปเช็กภาพช้า ก่อนตัดสินให้เป็นจุดโทษในที่สุด
เอมิเลียโน่ บวนเดีย รับหน้าที่สังหารและยิงเข้าไปไม่พลาด ส่งให้ “สิงห์ผงาด” หนีห่างเป็น 2-0 พร้อมพลิกสถานการณ์สกอร์รวมขึ้นมาทันที
หลังได้ประตูที่สอง แอสตัน วิลล่า ยิ่งเล่นด้วยความมั่นใจ และเดินหน้าบุกต่อเนื่องจนมาได้อีกสองประตูช่วงท้ายเกม
นาทีที่ 77 โอลลี่ วัตกินส์ โชว์ความยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการจ่ายถวายพานให้ จอห์น แม็คกินน์ ยิงเข้าไปง่าย ๆ ช่วยให้เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0
จากนั้นเพียง 3 นาที มอร์แกน โรเจอร์ส พาบอลขึ้นเกมรุกก่อนจ่ายให้ จอห์น แม็คกินน์ ซัดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูปิดท้ายให้ แอสตัน วิลล่า ถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4-0
ชัยชนะเกมนี้ส่งให้ แอสตัน วิลล่า ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ด้วยสกอร์รวม 4-1 ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานยอดเยี่ยมของ อูไน เอเมรี่ ที่พาทีมกลับมาสร้างชื่อบนเวทียุโรปอีกครั้ง
ในรอบชิงชนะเลิศ “สิงห์ผงาด” จะต้องพบกับ ไฟรบวร์ก ทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง เพราะทั้งสองทีมต่างหวังคว้าแชมป์ยุโรปสมัยประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร