รอย คีน อดีตกัปตันทีมและตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเห็นเชิงตักเตือนนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังเกิดเหตุการณ์ฉลองชัยชนะด้วยเสียงเพลงดังสนั่น จนรบกวนการให้สัมภาษณ์หลังเกมของคู่แข่ง กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลอังกฤษ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงหลังจบการแข่งขัน ขณะที่ อาร์เน่อ ชล็อต กำลังให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports ตามหน้าที่ของกุนซือผู้แพ้ โดยมีเสียงเพลงจากห้องแต่งตัวของฝั่งแมนฯ ซิตี้ ดังเล็ดลอดออกมาอย่างชัดเจน จนบรรยากาศการสัมภาษณ์ขาดความเป็นทางการ และทำให้ เดฟ โจนส์ พิธีกรของรายการต้องแซวขำ ๆ ว่าราวกับกำลังสัมภาษณ์อยู่ในไนต์คลับ
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในช่วงวิเคราะห์เกม โดย รอย คีน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกูรูฟุตบอล แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตั้งคำถามเชิงประชดถึงมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของทีมเรือใบสีฟ้า
🗣️ “ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ตอนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กำลังให้สัมภาษณ์ เพลงยังเปิดอยู่หรือเปล่า”
อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงยอมรับว่า ทีมที่เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะย่อมมีสิทธิ์เฉลิมฉลองความสำเร็จของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสม และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในระดับฟุตบอลอาชีพที่ทุกการกระทำล้วนถูกจับตามอง
🗣️ “แมนฯ ซิตี้ ไปที่นั่นและคว้าชัยได้ พวกเขาจะสนุกก็ไม่ผิดหรอก แต่คุณต้องรู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง”
คีน ยังชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังเกม อาจสะท้อนภาพลักษณ์และวัฒนธรรมของสโมสรได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับผลการแข่งขันโดยตรง แต่ก็มีผลต่อความรู้สึกของคู่แข่ง รวมถึงภาพลักษณ์ต่อสาธารณชน
🗣️ “ช่วยหรี่เสียงเพลงลงหน่อยตอนที่อีกฝ่ายกำลังให้สัมภาษณ์ มันดูไม่มืออาชีพเอาเสียเลย”
ความคิดเห็นของ รอย คีน ทำให้เกิดกระแสถกเถียงในหมู่แฟนบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางส่วนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรถูกขยายความ ขณะที่อีกฝ่ายเห็นด้วยว่า สโมสรระดับท็อปอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ควรแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในทุกช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้น
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า เส้นแบ่งระหว่าง “ความสนุกจากชัยชนะ” กับ “ความเคารพต่อคู่แข่ง” เป็นสิ่งที่ทีมฟุตบอลอาชีพควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกพฤติกรรมสามารถถูกเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างรวดเร็วผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย
เอ็ดดี้ ฮาว มั่นใจยังเป็นคนที่ใช่ พานิวคาสเซิ่ลกลับมาบินสูง แม้ผลงานย่ำแย่รั้งอันดับ 12 พรีเมียร์ลีก
แม้สถานการณ์ของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้จะอยู่ในช่วงน่าเป็นห่วง หลังล่าสุดเปิดบ้านพ่ายให้กับ เบรนท์ฟอร์ด 2-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมร่วงลงไปอยู่อันดับ 12 ของตาราง และทำให้อนาคตของกุนซือใหญ่อย่าง เอ็ดดี้ ฮาว ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม เฮดโค้ชชาวอังกฤษยังคงแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขายังเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการพาทัพ “สาลิกาดง” กลับคืนสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ และไม่มีความคิดจะลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อผลงานในเวลานี้
เอ็ดดี้ ฮาว เปิดใจถึงกระแสกดดันที่ถาโถมเข้ามา โดยยืนยันว่า ความเชื่อมั่นในตัวเองคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายังยืนหยัดอยู่ข้างสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค
🗣️ “ผมไม่เคยมีข้อสงสัยเลย นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ เพราะถ้าผมสงสัยในตัวเอง ผมคงไม่อยู่แล้ว”
กุนซือวัย 47 ปี ยังเสริมอีกว่า แรงผลักดันและความมุ่งมั่นในการทำงานยังคงเต็มเปี่ยมไม่ต่างจากวันแรกที่เข้ามาคุมทีม
🗣️ “ตราบใดที่ผมยังรู้สึกแบบนี้ในหัวใจและจิตวิญญาณของตัวเอง ความปรารถนาและแรงกระตุ้นของผม ก็ยังสูงเท่าที่เคยเป็นมา”
เอ็ดดี้ ฮาว ยังเน้นย้ำถึงปรัชญาการทำงานของเขา ที่ให้ความสำคัญกับสโมสรเป็นอันดับแรก พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยึดติดกับตำแหน่ง หากวันหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถพาทีมเดินหน้าต่อได้
🗣️ “สโมสรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมจะไม่มีวันเอาตัวเองมาอยู่เหนือสโมสร ถ้าผมไม่เชื่อว่าผมคือคนที่เหมาะสมในการพาทีมก้าวไปข้างหน้า”
🗣️ “ถ้าวันไหนผมรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถมอบสิ่งที่นักเตะต้องการได้อีกต่อไป ผมก็พร้อมจะก้าวออกไป และปล่อยให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน”
แม้จะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ แต่เอ็ดดี้ ฮาว ยืนยันว่า เขายังไม่จำเป็นต้องประเมินตัวเองในทุกวัน เพราะทั้งหมดคือ “ความรู้สึกจากภายใน” ที่ยังคงบอกให้เขาสู้ต่อไป
🗣️ “มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องมานั่งประเมินตัวเองทุกวัน แต่มันคือความรู้สึกบางอย่าง และตราบใดที่ความรู้สึกนั้นยังอยู่ในตัวผม ผมจะสู้เต็มที่ในทุก ๆ วัน เพื่อความสำเร็จของสโมสรให้ถึงที่สุด”
สถานการณ์ต่อจากนี้ของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และอนาคตของ เอ็ดดี้ ฮาว ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ว่ากุนซือรายนี้จะสามารถพาทีมพลิกฟื้นผลงาน และพิสูจน์ตัวเองว่าเป็น “คนที่ใช่” ได้ตามที่เขาเชื่อมั่นหรือไม่
แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเวสต์แฮม ลุ้นชนะ 5 นัดติดครั้งแรกในรอบเกือบปี คาร์ริคย้ำห้ามประมาท แม้มีชาเลนจ์แฟนบอลไม่ตัดผม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมบุกไปเยือน เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 คืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยเกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์สำคัญของทัพ “ปีศาจแดง” เพราะหากสามารถคว้าชัยชนะได้ จะเป็นการ ชนะติดต่อกัน 5 เกมรวมทุกรายการ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี หลังเคยทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2024
นอกจากเรื่องผลงานในสนามแล้ว เกมนี้ยังผูกโยงกับเรื่องราวสุดไวรัลของ แฟรงค์ อิลเล็ตต์ แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด และเจ้าของช่อง YouTube ชื่อดัง The United Strand ที่ตั้งชาเลนจ์ไม่ตัดผมยาวนานกว่า 490 วัน โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่ตัดผมจนกว่าทีมรักจะชนะ 5 เกมติดต่อกันให้ได้
หากแมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะเวสต์แฮมสำเร็จ นั่นหมายความว่าแฟรงค์จะสามารถเอาชนะชาเลนจ์สุดทรหดของตัวเองได้เสียที ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันที่แฟนบอลให้ความสนใจอย่างมากก่อนเกมนี้
ก่อนเกมดังกล่าว ไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดเผยว่า เขารับรู้ถึงเรื่องราวชาเลนจ์ไม่ตัดผมของแฟนบอลรายนี้แล้ว โดยระบุว่าลูก ๆ ของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง
“ผมรู้เรื่องนี้ ลูก ๆ ของผมเป็นคนเล่าให้ฟัง แต่ในฐานะมืออาชีพ เรื่องนี้ไม่ถูกนำไปพูดคุยในการประชุมทีม”
“ผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนะ มันทำให้ผมมีรอยยิ้ม แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ได้ส่งผลอะไรกับการทำงานของเรา”
คาร์ริคย้ำชัดว่า ไม่ว่าจะมีชาเลนจ์หรือแรงกดดันจากภายนอกมากแค่ไหน เป้าหมายของทีมยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการลงสนามเพื่อคว้าชัยชนะในทุกเกม
นอกจากนี้ กุนซือชั่วคราวของปีศาจแดงยังพูดถึงฟอร์มการเล่นช่วงหลัง ที่ทีมคว้าชัยชนะมาแล้ว 4 เกมติดต่อกัน โดยกำชับลูกทีมว่า ห้ามประมาทคู่แข่งเด็ดขาด ในเกมต่อ ๆ ไป
“คุณต้องสนุกและมีความสุขกับชัยชนะ คุณต้องมีช่วงเวลาที่ดีกับชัยชนะ จะนิ่งเฉยกับมันไม่ได้”
“แต่เมื่อเข้าสู่เกมต่อไป คุณต้องกลับมาเตรียมตัวให้พร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น”
คาร์ริคยังเสริมอีกว่า ความมั่นใจจากเกมก่อนหน้าควรถูกนำมาใช้เป็นแรงผลักดัน แต่ไม่ใช่ข้ออ้างให้คิดว่าเกมต่อไปทุกอย่างจะง่ายดาย
“มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ดี แต่คุณไม่สามารถคิดเอาเองว่าเกมต่อไป ทุกอย่างจะราบรื่น”
เกมเวสต์แฮม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของความสม่ำเสมอ ความนิ่ง และทัศนคติของทีมในช่วงที่ฟอร์มกำลังเข้าที่เข้าทาง
ต้องติดตามกันว่า “ปีศาจแดง” จะเดินหน้าสร้างสถิติชนะ 5 นัดติดได้สำเร็จหรือไม่ และชาเลนจ์ไม่ตัดผมกว่า 490 วันของแฟรงค์ อิลเล็ตต์ จะถึงบทสรุปในคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้หรือเปล่า
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 (คืนวันอังคารต่อเช้ามืดวันพุธ เวลา 03:15 น.) เป็นการพบกันของสองทีมที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มขาขึ้น โดยแมนฯ ยูไนเต็ดต้องการรักษาพื้นที่ Top 4 ขณะที่เวสต์แฮมกำลังเร่งทำแต้มเพื่อหนีจากโซนตกชั้น
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เริ่มมีความหวัง เกมในบ้านไม่ธรรมดา
ฝั่งเจ้าถิ่นของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ แม้จะยังรั้งอันดับ 18 แต่ผลงานช่วงหลังถือว่ากระเตื้องอย่างชัดเจน เก็บได้ 9 แต้มจาก 4 นัดหลังสุด ล่าสุดบุกชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0 จากประตูของ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ และ ตาตี้ กัสเตยาโนส
น่าสนใจว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เวสต์แฮมชนะถึง 4 จาก 5 เกม ซึ่งมากกว่าผลงานตลอด 22 นัดก่อนหน้านั้นรวมกันเสียอีก ที่สำคัญคือสถิติในบ้านที่ข่มแมนฯ ยูไนเต็ด ชัดเจน โดย ไม่แพ้ปีศาจแดงในลอนดอน สเตเดี้ยม 3 นัดหลังสุด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มแรงต่อเนื่อง ยุคคาร์ริคกำลังมา
ลูกทีมของ ไมเคิล คาร์ริค กำลังคืนฟอร์มเก่งแบบจับต้องได้ หลังคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน ล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ สเปอร์ส 2-0 จากผลงานของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ บรูโน่ แฟร์นันเดส
จุดเด่นของแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้คือเกมรุกที่หลากหลายและสม่ำเสมอ โดยยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูทุกนัด นับตั้งแต่คาร์ริคเข้ามาคุมทีม และทำสกอร์ต่อเนื่องถึง 14 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
นอกจากนี้สถิติเกมเยือนยังดูน่าเชื่อถือ แพ้เพียงเกมเดียวจาก 9 นัดหลังสุด ปัจจุบันรั้งอันดับ 4 ของตาราง และตามหลังอันดับ 3 อย่าง แอสตัน วิลล่า แค่ 3 คะแนนเท่านั้น
แม้คุณภาพโดยรวม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดูเหนือกว่า แต่การมาเยือนลอนดอน สเตเดี้ยม ไม่ใช่งานง่าย และเวสต์แฮมเองก็มีทีเด็ดจากความเก๋าของ จาร์ร็อด โบเว่น และการจบสกอร์ของ กาสเตยาโนส
หากวัดจากฟอร์ม ความมั่นใจ และสถิติการพบกัน มีโอกาสสูงที่เกมนี้จะจบลงด้วยการแบ่งแต้มแบบมีสกอร์ หรือหากมีผู้ชนะ อาจเป็นแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เบียดได้ช่วงท้ายเกม เกมนี้น่าจะยิงกันเยอะ ให้วางสกอร์สูง 3 มีลุ้นเฮแน่นอน !!
… เทพสนามนิรนาม …
เชลซี vs ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 อีกหนึ่งคู่ที่สายแทงบอลต้องจับตา เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมนี้ภาพรวมค่อนข้างชัดว่าฝั่งเจ้าบ้านดูเหนือกว่า จากฟอร์มช่วงหลังที่เริ่มเข้าที่เข้าทาง และความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เชลซีช่วงหลังผลงานถือว่ามาดี เกมรุกเริ่มเล่นกันลื่นขึ้น จังหวะเข้าทำมีให้เห็นหลากหลาย ทั้งการต่อบอลเร็วและการเติมเกมจากแนวสอง เกมในบ้านยังคุมจังหวะได้ดี เวลาเปิดเกมกดดันคู่แข่งมักสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง แม้บางเกมจะมีหลุดให้เห็นบ้าง แต่ภาพรวมยังดูเป็นทีมที่เล่นเป็นระบบ และจบสกอร์ได้เด็ดขาดกว่าเดิม
ฝั่งลีดส์ ยูไนเต็ด ผลงานยังขึ้นๆ ลงๆ ความสม่ำเสมอยังไม่ชัด เกมรุกมีจังหวะวูบวาบให้ลุ้นอยู่บ้าง แต่เกมรับยังเป็นจุดที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเวลาออกไปเล่นนอกบ้าน มักเสียพื้นที่แดนกลางง่าย และพอโดนบีบเกมต่อเนื่อง รูปเกมมักหลุดเร็ว ต้องอาศัยจังหวะสวนกลับเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเจอทีมที่ครองบอลได้ดีอย่างเชลซี งานรับถือว่าหนักพอสมควร
มองจากรูปเกมโดยรวม เชลซียังดูเหนือกว่าในหลายจุด ทั้งคุณภาพทีม จังหวะการเข้าทำ และความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน ช่วงหลังเดินหน้าเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งชัดเจน ขณะที่ลีดส์ยังมีอาการแกว่ง เกมรับเปิดช่องให้เจาะเป็นระยะ หากโดนกดตั้งแต่ต้นเกม มีโอกาสเสียประตูได้ง่าย
ฟันธง : ต่อ เชลซี 0.5/1 ทรงบอลดูแน่นกว่า เกมในบ้านยังได้เปรียบ มีลุ้นเดินหน้าเก็บชัย
คาดสกอร์ : เชลซี ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0
🖊 ตาข่ายทอง.
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผลงานช่วงหลังถือว่าดูดีขึ้นพอสมควร 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 เกมรุกมีความหลากหลายและเล่นกันได้มั่นใจมากขึ้น แต่เกมรับยังมีจังหวะหลุดให้เห็นบ้าง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มกำลังร้อนแรง 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 โดยเฉพาะ 4 นัดหลังเก็บชัยชนะรวด ความมั่นใจมาเต็ม เกมรุกปีศาจแดงกำลังเข้าที่ ตัวรุกสร้างโอกาสได้ต่อเนื่องและจบสกอร์เฉียบคม เกมรับก็เริ่มมีความแน่นอน ลดความผิดพลาดลงได้ชัดเจน ฟันธง แมนฯ ยูไนเต็ด ศักยภาพโดยรวมยังเหนือกว่า มีลุ้นบุกเก็บสามแต้มได้สำเร็จ
แนะนำ: ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
เบอร์มิ่งแฮม พบกับ เวสต์บรอมวิช (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
เบอร์มิ่งแฮม ฟอร์มช่วงหลังทำได้ยอดเยี่ยม 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 และยังไม่แพ้ใคร แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของทีมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 นัดหลังสุดเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด เกมรุกเริ่มมีความเฉียบคมมากขึ้นและเล่นกันได้ลงตัว ด้าน เวสต์บรอมวิช ผลงานโดยรวมยังน่าผิดหวัง 5 นัดหลังสุด เสมอ 2 แพ้ 3 ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย นัดล่าสุดทำได้เพียงตีเสมอ สะท้อนถึงปัญหาในเกมรุกที่ยังขาดความเด็ดขาด ขณะที่เกมรับยังเสียประตูง่าย ฟันธง เบอร์มิ่งแฮม ด้วยฟอร์มที่ดีกว่าและความมั่นใจที่เหนือกว่า มีโอกาสเปิดบ้านเก็บชัยชนะได้ตามเป้า
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 1-0
แฮร์ธ่า เบอร์ลิน พบกับ ไฟร์บวร์ก (เดเอฟเบ โพคาล)
แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ฟอร์มช่วงหลังยังไม่ค่อยแน่นอน 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1 สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของทีม เกมรุกยังขาดความเด็ดขาดในการจบสกอร์ โอกาสมีแต่เปลี่ยนเป็นประตูได้น้อย เกมรับยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นเป็นระยะ ด้าน ไฟร์บวร์ก ผลงานโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 แพ้ 2 ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ แต่ภาพรวมยังมีจุดเด่นมากกว่า เกมรุกมีความหลากหลายและอันตราย สามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้ตลอดเกม ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
นาโปลี vs โคโม่ ( โคปา อิตาเลีย คัพ )
ศึกฟุตบอลถ้วยรอบ 8 ทีมสุดท้าย นาโปลีภายใต้การทำทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจโดยเฉพาะเกมรุกที่มี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และแนวรุกที่จัดจ้าน ขณะที่โคโม่ของเชส ฟาเบรกาส ก็เป็นทีมที่เน้นเกมบุกสู้ไม่กลัวยักษ์ใหญ่ สถิติชี้ชัดว่าโคโม่ยิงประตูได้สม่ำเสมอในรอบก่อนหน้านี้ และการเจอกันในบอลถ้วยมักมีการหมุนเวียนนักเตะซึ่งอาจทำให้เกมเปิดแลกกันมากขึ้น เรตราคาเปิดมาที่สูง 2.25 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะทั้งคู่มีสไตล์การเล่นที่เน้นทำประตูและมักจะมีสกอร์เกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง เชื่อว่าคู่นี้ 3 เม็ดมีให้เห็นแน่นอนเพื่อตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป
เลือกเล่น : สูง 2.25
ลาร์น เอฟซี vs เกล็นโตรัน ( ไอร์แลนด์เหนือ พรีเมียร์ลีก )
เจ้าถิ่น ลาร์น เอฟซี ทีมจ่าฝูงฟอร์มดุเพิ่งโชว์โหดถล่มประตูคู่แข่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมในบ้านที่หวังผลได้เสมอจากการเข้าทำที่หลากหลาย ฝั่งผู้มาเยือนเกล็นโตรัน ทีมอันดับ 3 ก็ไม่ใช่ย่อย มีเกมรุกที่อันตรายเฉลี่ยยิงได้เกือบ 2 ประตูต่อนัด สถิติการเจอกันช่วงหลังมักจะยิงกันยับและจบด้วยสกอร์สูงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อพิจารณาจากความมั่นใจของแนวรุกทั้งสองทีมที่กำลังท็อปฟอร์ม เรต 2.25 จึงดูไม่แพงเลยสำหรับลีกที่เน้นพละกำลังและการเข้าทำที่รวดเร็วแบบนี้ มั่นใจว่าคู่นี้จะเปิดหน้าแลกกันสนุกและยิงทะลุเรตไปได้ไม่ยากเย็น
เลือกเล่น : สูง 2.25
เวเนเซีย vs โมเดน่า ( กัลโช่ เซเรียบี อิตาลี่ )
เวเนเซีย ทีมหัวตารางโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งเลื่อนชั้นด้วยสถิติชนะรวดในบ้านมา 9 นัดติดต่อกัน ขุมกำลังแข็งแกร่งทั้งรุกและรับโดยเสียประตูน้อยมากในรังตัวเอง ขณะที่โมเดน่าฟอร์มช่วงหลังค่อนข้างแผ่วและมีปัญหาเกมเยือนที่เสียประตูง่าย สถิติ H2H เวเนเซียมักจะข่มอยู่เสมอและเพิ่งบุกไปชนะมาได้ในนัดล่าสุดที่เจอกัน เรตราคาเปิดมาให้เจ้าถิ่นต่อ 0.5 ถือว่าน่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะด้วยมาตรฐานการเล่นและเสียงเชียร์ในบ้านที่ดุดัน เวเนเซียน่าจะเบียดเอาชนะเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงและทำสถิติชนะรวดในบ้านต่อไปได้สำเร็จ
เลือกเล่น : ต่อ เวเนเซีย 0.5
— กุนซือไร้เงา —
โคล พาลเมอร์ กลายเป็นนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่แฟนบอล เชลซี หลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำ แฮตทริกให้เชลซีในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดตลอดกาลถึง 4 ครั้ง ซึ่งไม่เคยมีนักเตะคนใดของสโมสรทำได้มาก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะแกนหลักของทีมยุคปัจจุบัน
สถิติสุดยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกที่ เชลซีเปิดบ้านเอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1 โดยโคล พาลเมอร์เหมาคนเดียวทั้งสามประตู แสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ความเฉียบคม และประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายอย่างชัดเจน พร้อมพาทีมเก็บสามคะแนนสำคัญในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
ผลงานในเกมดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้เชลซีคว้าชัย แต่ยังส่งให้พาลเมอร์จารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ ตำนานของเชลซีอย่าง
ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
แฟร้งค์ แลมพาร์ด
จิมมี่ ฟลอยด์-ฮัสเซลแบงค์
ต่างเคยทำแฮตทริกในพรีเมียร์ลีกให้สโมสรได้สูงสุดที่ 3 ครั้ง เท่านั้น แต่โคล พาลเมอร์สามารถก้าวข้ามสถิติดังกล่าวด้วยจำนวน 4 แฮตทริก ทำให้เขากลายเป็นเจ้าของสถิติแต่เพียงผู้เดียวในทันที
ผลงานของโคล พาลเมอร์ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขการทำประตู แต่ยังรวมถึงบทบาทสำคัญในระบบการเล่นของเชลซี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาส การรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่ รวมถึงความสม่ำเสมอที่หาได้ยากในนักเตะวัยเดียวกัน
ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาทำให้พาลเมอร์ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นเกมรุกที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีกในช่วงหลัง และเป็นความหวังหลักของเชลซีในยุคสร้างทีมใหม่
จากนักเตะดาวรุ่งที่หลายคนจับตามอง โคล พาลเมอร์พิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นผู้เล่นที่ จารึกชื่อในประวัติศาสตร์เชลซีอย่างแท้จริง และหากยังรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง สถิติแฮตทริก 4 ครั้งในพรีเมียร์ลีก อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเขากับสโมสรแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์
เลียม โรซิเนียร์ เปิดตัวโหด! พาทีมชนะ 4 นัดรวด ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
การเริ่มต้นฤดูกาลในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซิเนียร์ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ หลังจากพาทีมทำผลงานสุดร้อนแรง ชนะรวด 4 นัดแรก แบบไร้ความปราชัย สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลและกูรูฟุตบอลทั่วประเทศ
ภายใต้แท็กติกเกมรุกที่ดุดันและการจัดการทีมอย่างเป็นระบบ โรซิเนียร์พาทีมเก็บชัยชนะได้ครบทั้ง 4 เกม ได้แก่
ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0
ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1
ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2
ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1
ผลงานดังกล่าวทำให้ทีมเก็บได้ 12 คะแนนเต็ม พร้อมยิงประตูได้ทุกนัด สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเกมรุก และความมั่นใจของนักเตะที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการคุมทีมของเลียม โรซิเนียร์ คือ
รูปแบบการเล่นเกมรุกชัดเจน เน้นการต่อบอลเร็วและการเข้าทำที่หลากหลาย
ความกล้าในการตัดสินใจ ไม่ตั้งรับลึกแม้ต้องเจอทีมที่ศักยภาพใกล้เคียง
การจัดการแท็กติกระหว่างเกม แก้เกมได้ดี โดยเฉพาะในแมตช์กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เกมสูสีตลอด 90 นาที
การเอาชนะทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ด, เวสต์แฮม และวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เล่นยาก แสดงให้เห็นว่าชัยชนะเหล่านี้ไม่ได้มาแบบบังเอิญ
การชนะรวด 4 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ แต่ยังทำให้เป้าหมายของทีมถูกยกระดับขึ้นทันที จากเดิมที่อาจมองแค่การอยู่รอด กลายเป็น
การลุ้นอันดับครึ่งบนของตาราง
หรืออาจเป็นม้ามืดที่สร้างเซอร์ไพรส์ในฤดูกาลนี้
หากฟอร์มการเล่นยังคงสม่ำเสมอ เลียม โรซิเนียร์ อาจถูกยกให้เป็นหนึ่งในกุนซือดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
การออกสตาร์ตด้วยผลงาน ชนะ 4 นัดรวด ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า เลียม โรซิเนียร์ ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อคุมทีมชั่วคราว แต่กำลังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในลีกที่หินที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แฟนบอลคงต้องติดตามกันต่อไปว่า โมเมนตัมอันร้อนแรงนี้จะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหนในฤดูกาลนี้
อาร์เซน่อล ฟอร์มโหด! ถล่ม ซันเดอร์แลนด์ 3-0 โยเคเรส เหมาสอง นำฝูงทิ้งแมนซิตี้ 9 แต้ม
อาร์เซน่อล ยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 หลังเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไล่ถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ไปด้วยสกอร์ 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ เพิ่มเป็น 56 คะแนน รั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น พร้อมทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับสองถึง 9 คะแนน
เกมในครึ่งแรกไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคาด เมื่อซันเดอร์แลนด์มาเล่นแบบเปิดเกมสู้ ไม่ได้ตั้งรับลึก ทำให้อาร์เซน่อลหาโอกาสเข้าทำแบบจะแจ้งได้ไม่มากนัก
จนกระทั่งนาทีที่ 42 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะประสานงานสวยงาม เลอันโดร ทรอสซาร์ จ่ายบอลให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ซัดไซด์ก้อยด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาแรกอย่างเฉียบคม ส่งอาร์เซน่อลออกนำก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง มิเกล อาร์เตต้า ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ วิคตอร์ โยเคเรส ลงสนาม ซึ่งการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ได้ผลเกินคาด
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา อาร์เซน่อลหนีห่างเป็น 2-0 จากความผิดพลาดของแนวรับซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะไหลบอลให้ โยเคเรส หลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตู เป็นประตูที่ 7 ของดาวยิงทีมชาติสวีเดนในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+3 อาร์เซน่อลมาได้ประตูปิดท้าย จากจังหวะที่ มาร์ติเนลลี่ หลุดเดี่ยวก่อนใจเย็นจ่ายให้ โยเคเรส ยิงเข้าไปโล่งๆ ไม่พลาด ทำให้เจ้าตัวเหมาคนเดียวสองประตูในเกมนี้ และช่วยให้ “ปืนใหญ่” ชนะไปอย่างขาดลอย 3-0
จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้อาร์เซน่อลเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่อง เก็บเพิ่มเป็น 56 คะแนน รั้งตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก พร้อมทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับสองถึง 9 แต้ม
ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ ยังคงไม่ชนะเกมเยือนในลีกเป็นนัดที่ 8 ติดต่อกัน รั้งอันดับ 8 ของตาราง มี 36 คะแนนเท่าเดิม
ซาสซูโอโล่ – อินเตอร์ มิลาน (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี) วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงแมตช์ที่น่าสนใจในคืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 (เวลา 00:00 น.) เมื่อ อินเตอร์ มิลาน ทีมจ่าฝูงที่กำลังลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว ต้องยกพลไปเยือนสนาม มาเปย สเตเดี้ยม ของ ซาสซูโอโล่ ทีมจอมแสบที่มักจะสร้างปัญหาให้ยักษ์ใหญ่เสมอ
เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ (อันดับ 11)
ทีมของ ฟาบิโอ กรอสโซ่ ช่วงหลังเริ่มกลับมามั่นใจ หลังคว้าชัยมา 2 นัดติด ชนะทั้งเครโมเนเซ่ และปิซ่าแบบสวย ๆ 3-1 ตอนนี้มีอยู่ 29 แต้ม ฟอร์มโดยรวมยังขึ้น ๆ ลง ๆ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่ปีนี้ยังไม่ค่อยนิ่ง ชนะได้แค่ 2 จาก 8 นัดหลังสุด
จุดเด่นของซาสซูโอโล่ยังคงเป็นเกมรุกริมเส้นที่วูบวาบ แต่ปัญหาเดิม ๆ คือความสม่ำเสมอ และเกมรับที่มักพลาดง่ายเวลาเจอทีมระดับท็อป เกมนี้คาดว่าน่าจะมาแบบรัดกุม รับลึก แล้วรอจังหวะสวนกลับ เพราะถ้าเปิดเกมแลกกับอินเตอร์ มีสิทธิ์โดนลงโทษหนัก
อินเตอร์ มิลาน (อันดับ 1)
ฝั่งทีมเยือนของ คริสเตียน คีวู ยังคงร้อนแรงแบบต่อเนื่อง นำเป็นจ่าฝูงด้วย 55 แต้มจาก 23 นัด ไม่แพ้ใครในลีกมาแล้ว 11 เกมติด และที่โหดมากคือฟอร์มเกมเยือน ชนะรวดมา 7 นัด
แม้เกมนี้อินเตอร์จะขาดมิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง นิโกโล่ บาเรลล่า และ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู จากอาการบาดเจ็บ แต่ด้วยขุมกำลังที่ลึกและคุณภาพโดยรวมที่เหนือกว่า ยังถือว่าน่ากลัวเหมือนเดิม โดยเฉพาะแนวรุกที่มี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เป็นตัวจบสกอร์หลัก อินเตอร์เด่นทั้งการครองบอล เพรสซิ่ง และการปิดเกม ถ้าได้ประตูแรกเร็ว มีโอกาสสูงมากที่จะคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ได้
ภาพรวมยังมองว่า อินเตอร์ มิลาน ดูเหนือกว่า ทั้งมาตรฐานทีม ฟอร์มเกมเยือน และประสิทธิภาพในเกมรุกที่ยิงเฉลี่ยเกิน 2 ประตูต่อเกม แม้ซาสซูโอโล่จะกำลังมั่นใจ และมักทำแสบเวลาเจอทีมใหญ่ แต่อินเตอร์ชุดนี้ดูเก๋าเกมกว่า เกมอาจไม่ง่าย อินเตอร์อาจต้องเจอความอึดอัดบ้างจากเกมรับของเจ้าบ้าน แต่สุดท้ายแล้วคุณภาพและทีเด็ดในแดนหน้าของทีมเยือน น่าจะพาเก็บสามแต้มกลับบ้านได้ ไปต่อ อินเตอร์ มิลาน 1 มีเฮ!!
… เทพสนามนิรนาม …
แอตฯ มาดริด vs เรอัล เบติส (ลาลีกา สเปน) วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกลาลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00:30 อีกหนึ่งคู่ที่สายแทงบอลต้องจับตา แอตฯ มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล เบติส เกมนี้ภาพรวมเริ่มเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านค่อนข้างชัด หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มโหดถล่มคู่แข่งมาแบบขาดลอย ขณะที่ทีมเยือนยังมีอาการแกว่งให้เห็นต่อเนื่อง
แอตฯ มาดริด ช่วงหลังเกมรุกเริ่มกลับมาเข้าที่ จังหวะเข้าทำคมขึ้นชัด เดินหน้าเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งมากขึ้น จุดเด่นอยู่ที่การเพรสแดนบนและการเข้าทำจากริมเส้น หลายเกมที่ผ่านมาเห็นได้ว่าพอได้พื้นที่ จะเข้าทำเร็วและตรงจุด เกมในบ้านยังถือว่าไว้ใจได้ มีจังหวะสร้างโอกาสลุ้นประตูต่อเนื่อง
ฝั่งเรอัล เบติส ฟอร์มช่วงหลังยังไม่สม่ำเสมอ เกมรุกยังพอมีทีเด็ดจากจังหวะสวนกลับ แต่เกมรับมีหลุดให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนกดดันหนักๆ มักตั้งลำลำบาก เกมเยือนระยะหลังเสียประตูง่าย และเมื่อเสียก่อน รูปเกมมักไหลตาม ทำให้ต้องเปิดหน้าแลกอยู่บ่อยครั้ง
มองจากรูปเกมโดยรวม แอตฯ มาดริด ยังดูเหนือกว่าในเรื่องจังหวะการเล่นและความดุดันในพื้นที่สุดท้าย ช่วงหลังเดินหน้าเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งต่อเนื่อง ขณะที่เบติสยังมีช่องว่างในแนวรับให้เจาะ เกมนี้มีโอกาสออกมาสู้กันสนุก แต่ภาพรวมยังเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านที่คุมจังหวะได้มากกว่า และมีลุ้นเห็นสกอร์หลายลูกจากรูปแบบเกมที่เปิดแลก
ฟันธง : สูง 2.5/3 เกมเปิด เจ้าบ้านบุกหนัก มีลุ้นไหลยาว
คาดสกอร์ : แอตฯ มาดริด ชนะ เรอัล เบติส 3-1
🖊 ตาข่ายทอง.

บาเลนเซีย พบกับ เรอัล มาดริด (ลาลีกา สเปน)
บาเลนเซีย ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 แพ้ 2 แต่สองนัดหลังแพ้ติดต่อกัน สะท้อนว่าฟอร์มเริ่มแผ่วและความมั่นใจลดลง เกมรุกยังพอมีทีเด็ดแต่ความสม่ำเสมอยังไม่ดี เกมรับมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นจนเสียประตูง่าย ด้าน เรอัล มาดริด ผลงาน 5 นัดหลังสุด แข็งแกร่งมาก ชนะ 4 แพ้ 1 และเกมล่าสุดเก็บชัยชนะมาได้ ทีมเยือนมีความลงตัวทั้งเกมรุกที่หลากหลาย จบสกอร์เฉียบคม และเกมรับที่เหนียวแน่นกว่าเจ้าบ้าน ฟันธง เรอัล มาดริด มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ เรอัล มาดริด 0.5/1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
เลอ อาฟร์ พบกับ สตาร์บูร์ก (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
เลอ อาฟร์ ผลงานโดยรวม 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 และไม่ชนะใครมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน ฟอร์มยังดูน่าเป็นห่วง เกมรุกขาดความเฉียบคม สร้างโอกาสได้ไม่มากนัก เกมรับยังมีปัญหาเสียประตูง่ายในหลายจังหวะ ด้าน สตาร์บูร์ก ผลงานช่วงหลังถือว่าแข็งแกร่ง 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 และเกมล่าสุดเก็บชัยชนะมาได้ ฟอร์มกำลังมั่นใจ เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้ค่อนข้างเด็ดขาด ส่วนเกมรับก็มีความรัดกุมมากขึ้น ฟันธง สตาร์บูร์ก ฟอร์มและความมั่นใจเหนือกว่า มีโอกาสบุกควบคุมเกมและคว้าชัยได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ สตาร์บูร์ก 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1
บราก้า พบกับ ริโอ อาฟ (โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก)
บราก้า ฟอร์มช่วงหลังร้อนแรงมาก 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร สะท้อนถึงความมั่นใจที่กำลังมาเต็มที่ เกมรุกมีความดุดัน สร้างโอกาสได้ต่อเนื่องและจบสกอร์ค่อนข้างเฉียบคม เกมรับก็เล่นได้อย่างมีวินัย ด้าน ริโอ อาฟ ผลงานโดยรวมค่อนข้างน่าเป็นห่วง 5 นัดหลังสุด แพ้ถึง 4 ชนะเพียง 1 ฟอร์มยังแกว่งหนัก ปัญหาหลักอยู่ที่เกมรับซึ่งเสียประตูง่าย และเกมรุกยังขาดความแน่นอนในการเข้าทำ ใครถือหางทีมเจ้าบ้านอยู่ถือว่ามีลุ่น แต่คู่นี้แน่นำให้มองที่สกอร์ตอนจบมากกว่า มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
บาเยิร์น มิวนิค vs ฮอฟเฟนไฮม์ ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
แม้สถานการณ์เฝ้าเสาจะน่ากังวลหาก มานูเอล นอยเออร์ หายป่วยไม่ทัน แต่ข่าวดีจากการได้ แฮร์รี่ เคน กลับมาลงซ้อมช่วยเรียกความมั่นใจให้แนวรุก “เสือใต้” ได้มหาศาล สถิติในบ้านของ บาเยิร์น ปีนี้ดุดันมากยิงเฉลี่ยเกิน 3 ลูกต่อเกม ขณะที่ ฮอฟเฟนไฮม์ เป็นทีมที่เน้นเปิดหน้าสู้ทำให้มักจะเข้าทางทีมใหญ่ที่อาศัยช่องว่างเข้าทำได้อย่างแม่นยำ เรตต่อ 1.75 ลูกอาจจะดูสูงแต่ด้วยความกระหายที่ต้องการทิ้งห่างแต้มในตารางบวกกับพลังทำลายล้างของแผงรุกชุดใหญ่ เชื่อว่าบาเยิร์นจะเดินเครื่องบดเอาชนะและยิงกินเต็มราคาได้ในที่สุด
ฟันธง: ต่อ บาเยิร์น มิวนิค 1.75
ยูเวนตุส vs ลาซิโอ้ ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
บิ๊กแมตช์แดนมักกะโรนีคู่นี้ช่วงหลังเจอกันมักจะเปิดเกมแลกกันสนุกกว่าในอดีต โดย ยูเวนตุส ในยุคใหม่เริ่มมีการเซ็ตบอลบุกที่หลากหลายขึ้นและมักจะมีประตูเกิดขึ้นเสมอในถิ่น อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ฝั่ง ลาซิโอ้ เองก็เป็นทีมที่มีทีเด็ดจากการสวนกลับเร็วและมักจะเสียประตูยากแต่ก็เก็บคลีนชีทได้น้อยยามเจอทีมใหญ่ด้วยกัน เรตสกอร์สูงที่ 2.25 ลูกถือว่าน่าสนใจมาก เพราะแค่นัดละลูกจากทั้งสองฝั่งก็กินครึ่งแล้ว และด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอกันอยู่ทั้งคู่พร้อมจะแลกหมัดเพื่อคว้าชัยชนะ ทำให้โอกาสที่สกอร์จะไหลไปถึง 3 ลูกมีสูงมาก
ฟันธง: สกอร์สูง 2.25
โกรนิงเก้น vs พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ( ฮอลแลนด์ พรีเมียร์ )
“จ่าฝูง” พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ยังคงรักษามาตรฐานความร้อนแรงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมรุกที่เฉียบคมที่สุดในลีกและสถิติเกมนอกบ้านที่ยอดเยี่ยมชนะรวดมาหลายนัดติดต่อกัน นัดนี้บุกไปเยือน โกรนิงเก้น ที่ฟอร์มยังลุ่มๆ ดอนๆ และมีปัญหาในการรับมือทีมที่เล่นเกมบุกเร็วระดับท็อปโฟร์ มาตรฐานผู้เล่นของพีเอสวีเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดในทุกตำแหน่ง เรตต่อเพียง 0.75 ลูกถือว่าถูกเกินคาดสำหรับทีมระดับลุ้นแชมป์ที่เจอกับทีมกลางตาราง เชื่อว่าความเขี้ยวและประสบการณ์ที่เหนือกว่าจะพาพีเอสวีบุกมาเก็บ 3 แต้มกลับออกไปได้อย่างสบาย
ฟันธง: ต่อ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 0.75
— กุนซือไร้เงา —
ก่อนหน้า 1 … 44 45 46 47 48 … 84 ถัดไป »