มิเกล เมริโน่ เสี่ยงพักยาว! อาร์เซน่อลเร่งหากองกลางยืมตัว หลังเจ็บกระดูกเท้าแตก
อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจต้องเผชิญปัญหาใหญ่ในแดนกลาง หลังมีรายงานว่า มิเกล เมริโน่ กองกลางตัวใหม่ของทีม มีความเสี่ยงได้รับอาการบาดเจ็บ กระดูกเท้าแตก ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน
ตามรายงานจาก เดวิด ออร์นสตีน ผู้สื่อข่าวสายฟุตบอลที่มีความน่าเชื่อถือสูง ระบุว่า ขณะนี้ทีมแพทย์ของอาร์เซน่อลยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินอาการอย่างละเอียด ทำให้ กรอบเวลาการกลับมาลงสนามของ เมริโน่ ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ อาร์เซน่อลเริ่มสำรวจตลาดนักเตะ เพื่อมองหากองกลางเข้ามาเสริมทีมในรูปแบบ ยืมตัวระยะสั้น เพื่อทดแทนการขาดหายไปของ เมริโน่ โดยมีเป้าหมายหลักคือผู้เล่นที่สามารถใช้งานได้ทันที และไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ยังไม่มีการรับประกันว่าดีลใดจะเกิดขึ้นจริงในตอนนี้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ และตัวเลือกที่เหมาะสมในตลาดนักเตะ
หาก เมริโน่ ต้องพักยาวจริง จะถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ มิเกล อาร์เตต้า เป็นอย่างมาก เนื่องจากกองกลางชาวสเปนรายนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นผู้เล่นสำคัญในเรื่องการคุมจังหวะเกม และช่วยเพิ่มมิติด้านเกมรับในแดนกลาง
ภาระอาจตกไปอยู่ที่ผู้เล่นอย่าง เดแคลน ไรซ์, มาร์ติน โอเดการ์ด รวมถึงการปรับบทบาทของนักเตะบางราย ซึ่งอาจส่งผลต่อแท็กติกโดยรวมของทีมในช่วงโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่น
ในเวลานี้ สิ่งที่แฟนบอลอาร์เซน่อลทำได้คือการ รอผลประเมินอาการอย่างเป็นทางการ ของ มิเกล เมริโน่ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะ ว่าสุดท้ายแล้ว “ปืนใหญ่” จะตัดสินใจเดินหน้าเสริมทัพหรือไม่
หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการอัปเดตจากแหล่งข่าวระดับท็อปอย่าง เดวิด ออร์นสตีน ในเร็ว ๆ นี้
เก่งเก๋าเขย่าเกม! ส่องฟอร์ม กาเซมีโร่ เกม แมนยู เปิดบ้านเฉือน ฟูแล่ม 3-2
กาเซมีโร่ มิดฟิลด์มากประสบการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มระดับมาสเตอร์คลาสอีกครั้ง หลังมีส่วนสำคัญพา “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม 3-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองอย่างไร้ข้อกังขา
แม้จะอยู่ในช่วงปลายเส้นทางกับถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ผลงานของแข้งชาวบราซิเลียนรายนี้ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงคลาสและความเก๋าเกมที่หาได้ยากในแผงกองกลางยุคปัจจุบัน
กาเซมีโร่ ลงสนามในเกมนี้เป็นเวลา 75 นาที และทำผลงานได้อย่างครบเครื่องทั้งรุกและรับ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
ลงเล่น : 75 นาที
สัมผัสบอล : 53 ครั้ง
ผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายคู่แข่ง : 7 ครั้ง
ผ่านบอลสำเร็จ : 79% (32 จาก 39 ครั้ง)
ชนะการแย่งบอล : 9 ครั้ง
ชนะการดวลตัวต่อตัว : 7 ครั้ง
ชนะการดวลลูกกลางอากาศ : 100% (2 จาก 2 ครั้ง)
แท็กเกิลสำเร็จ : 3 ครั้ง
เคลียร์บอล : 3 ครั้ง
ยิงทั้งหมด : 1 ครั้ง
ยิงตรงกรอบ : 1 ครั้ง
ทำได้ 1 ประตู
ทำได้ 1 แอสซิสต์
การทำฟาวล์ : 0 ครั้ง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า กาเซมีโร่ ไม่ได้เป็นเพียงกองกลางตัวรับ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกและคุมจังหวะของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม
ผลงานในเกมนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ดีที่สุดของ กาเซมีโร่ กับสีเสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสุดท้ายที่แฟนบอลได้เห็นเขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก
ความทุ่มเท การอ่านเกม และความเป็นผู้นำในสนาม ทำให้เขายังคงได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอล “เร้ด อาร์มี่” อย่างต่อเนื่อง และไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ชื่อของ กาเซมีโร่ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของสาวกปีศาจแดงเสมอ
เกม แมนยู ชนะ ฟูแล่ม 3-2 ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะ 3 แต้มธรรมดา แต่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า กาเซมีโร่ คือกองกลางระดับโลกที่ยังคงมีคุณค่าอย่างมหาศาล และเป็นนักเตะที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะรักและคิดถึงไปอีกนาน
ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : สเปอร์ส 2-2 แมนซิตี้
โซลันกี้ซัดสกอร์เปี้ยนคิกสุดสวย! เรือใบสะดุด ชวดไล่จี้อาร์เซน่อล เหลือห่าง 6 แต้ม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดโอกาสทองในการไล่จี้จ่าฝูง หลังบุกมาโดน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไล่ตามตีเสมอสุดมัน 2-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 24 ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” เก็บได้เพียง 1 คะแนน ยังคงรั้งรองจ่าฝูง และตามหลัง อาร์เซน่อล 6 แต้ม
การแข่งขันนัดนี้ลงสนามเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม ท่ามกลางความสนใจของแฟนบอลทั่วประเทศ
สเปอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส แฟร้งค์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มย่ำแย่ หลังไม่ชนะในลีกมา 5 นัดติดต่อกัน รั้งอันดับ 15 ของตาราง และต้องการแต้มเพื่อหนีโซนล่าง
ฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการคว้า 3 คะแนน เพื่อไล่จี้จ่าฝูง อาร์เซน่อล ซึ่งก่อนแข่งนำห่างอยู่ถึง 7 แต้ม
เริ่มเกมมาได้เพียง 10 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ตัดบอลได้กลางสนาม ก่อนฝากให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ไหลต่อถึง ไรยัน แชร์กี กดด้วยขวานอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเสียบก้นตาข่ายอย่างเฉียบขาด
นาทีที่ 44 ทีมเยือนหนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ โรดรี้ ฉกบอลจากแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนแทงเร็วให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สไลด์จ่ายถวายพานให้ อองตวน เซเมนโย่ แปจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังนาทีที่ 53 สเปอร์ส ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ โดมินิก โซลันกี้ หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนบอลไปแฉลบแนวรับทีมเยือนเปลี่ยนทางผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เข้าประตูไป โดย VAR ยืนยันเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของกองหลังแมนฯ ซิตี้
เกมของเจ้าบ้านเริ่มคึกคัก และความพยายามก็มาสัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 70 เมื่อ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ กระชากถึงเส้นหลังก่อนเปิดเข้ากลางให้ โดมินิก โซลันกี้ โชว์ลีลาลูกยิงสุดสวยแบบ “สกอร์เปี้ยนคิก” บอลลอยข้ามตัวดอนนารุมม่าเข้าไปอย่างเหนือชั้น ช่วยให้สเปอร์สไล่ตีเสมอเป็น 2-2
จบเกม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2
สเปอร์ส ไม่ชนะใครในลีกเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน รั้งอันดับ 14 มี 29 คะแนน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีเพิ่มเป็น 47 คะแนน รั้งอันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล 6 แต้ม
อูดิเนเซ่ – เอเอส โรม่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี) วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ประจำวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการพบกันระหว่าง “ม้าลายแห่งฟรีอูลี่” อูดิเนเซ่ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “หมาป่าเหลืองแดง” เอเอส โรม่า ณ สนามบลูเอเนอร์จี้ สเตเดี้ยม เวลา 02:45 น. ตามเวลาประเทศไทย เกมนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะทั้งสองทีมมีเป้าหมายต่างกันชัดเจน
เจ้าบ้าน อูดิเนเซ่ (อันดับ10)
ฟอร์มโดยรวมยังขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสไตล์ทีมกลางตาราง เกมล่าสุดเพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาได้ หลังบุกไปชนะ เวโรน่า 3-1 ช่วงปลายเดือนมกราคม แต่ปัญหาหลักยังคงเป็นเกมในบ้านที่ช่วงหลังดูแผ่ว โดยเฉพาะครึ่งหลังที่มักเสียประตูบ่อย เสียไปแล้วถึง 11 ลูกในฤดูกาลนี้
จุดเด่นของอูดิเนเซ่คือเกมรับที่บางช่วงทำได้ดี แต่เกมรุกยังไม่ค่อยคม ฝากความหวังได้ไม่มาก โดยเฉพาะเวลาต้องเจอกับทีมระดับหัวตาราง ถ้าเกมนี้โดนโรมาครองบอลกดดันยาว ๆ มีสิทธิ์ออกอาการให้เห็นเหมือนกัน
ทีมเยือน เอเอส โรม่า (อันดับ 4)
ทีมเยือนของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี่ กำลังเดินหน้าเต็มตัวเพื่อลุ้นท็อป 3 แม้นัดล่าสุดจะเสมอ เอซี มิลาน 1-1 แต่ภาพรวมฟอร์มยังดูแข็งแรง โดยเฉพาะเกมเยือนที่มักทำได้ดี และหลายครั้งขึ้นนำคู่แข่งตั้งแต่ครึ่งแรก
โรม่าเหนือกว่าเจ้าบ้านค่อนข้างชัดทั้งคุณภาพนักเตะและแท็กติก เกมรับมีวินัย ไม่ค่อยพลาดง่าย ส่วนเกมรุกเน้นความชัวร์ ไม่เร่งจังหวะจนเสียรูปเกม แม้จะไม่ได้บุกโหมแบบดุดัน แต่ก็เก็บแต้มได้สม่ำเสมอเวลาเจอทีมระดับกลางถึงล่าง
อูดิเนเซ่ได้เปรียบจากการเล่นในบ้านก็จริง แต่การขาดตัวหลักบางรายส่งผลพอสมควร ขณะที่โรม่าเองต้องการ 3 แต้มเพื่อต่อแรงกดดันใส่ทีมอันดับ 3 แท็กติกของกาสเปรินี่น่าจะค่อย ๆ บีบเกมรับเจ้าถิ่นจนมีหลุดให้เห็น ภาพรวมยังมองว่าเชียร์ทีมเยือนปลอดภัยกว่า แต่สกอร์อาจไม่ได้ไหลมาก เกมน่าจะอึดอัด ยิงกันไม่เยอะ วางโรม่าได้ โดยส่วนตัวแล้วนัดนี้ขอไปเน้นสกอร์รวมตอนจบ มองต่ำ 2.5 มีลุ้นกว่า !!
… เทพสนามนิรนาม …
ซันเดอร์แลนด์ vs เบิร์นลี่ย์ ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 03:00 อีกหนึ่งคู่ที่สายแทงบอลต้องจับตา ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ เกมนี้ภาพรวมดูสูสีกันพอสมควร แต่กระแสยังเอนมาทางฝั่งเจ้าบ้านเล็กน้อย จากความได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อมและจังหวะเกมในรังตัวเอง
ซันเดอร์แลนด์ช่วงหลังผลงานยังไม่นิ่งเท่าไร แต่เวลาเล่นในบ้านยังพอมีทรง เกมรุกมีจังหวะเข้าทำให้ลุ้นอยู่ตลอด จุดเด่นคือการเล่นเกมเร็วและการเพรสแดนกลางที่ทำได้ค่อนข้างดี แม้เกมรับจะมีหลุดเป็นระยะ แต่ภาพรวมยังดูมีความกระตือรือร้น และมักยกระดับฟอร์มได้ดีเมื่อกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอล
ฝั่งเบิร์นลี่ย์ ผลงานระยะหลังถือว่าประคองตัวได้พอสมควร โดยเฉพาะเกมกับทีมใหญ่ที่มักสู้ได้ดี เกมรุกพอมีทีเด็ดจากจังหวะโต้กลับ แต่ปัญหาหลักยังอยู่ที่เกมเยือน ซึ่งมักเสียทรงง่ายเมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง เกมรับมีช่องให้เจาะ และเวลาโดนบุกหนักๆ มักตั้งลำลำบาก
มองจากรูปเกมโดยรวม ซันเดอร์แลนด์ยังดูได้เปรียบในแง่ความคุ้นเคยสนามและจังหวะการขึ้นเกม ช่วงหลังพยายามเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งมากขึ้น ขณะที่เบิร์นลี่ย์แม้จะเล่นเหนียว แต่รูปแบบยังเน้นรับแล้วรอสวนเป็นหลัก เกมนี้มีโอกาสออกมาสู้กันอึดอัด แต่ภาพรวมยังเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านที่น่าจะคุมพื้นที่แดนกลางได้มากกว่า และมีลุ้นเบียดปิดเกมจากจังหวะเข้าทำที่หลากหลายกว่า
ฟันธง : ต่อ ซันเดอร์แลนด์ 0.5/1 อาศัยเกมในบ้านกดดันต่อเนื่อง มีลุ้นเดินหน้าเก็บชัย
คาดสกอร์ : ซันเดอร์แลนด์ ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0
🖊 ตาข่ายทอง.
อูดิเนเซ่ vs เอเอส โรม่า ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
เจ้าถิ่นอูดิเนเซ่ฟอร์มในบ้านช่วงหลังไม่ค่อยสู้ดีนัก ชนะเพียงนัดเดียวจาก 6 เกมหลังสุดที่เฝ้ารัง ขณะที่ “หมาป่า” โรม่า กำลังลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างเต็มตัวและมีสถิติข่มมิดด้วยการชนะอูดิเนเซ่รวดมา 6 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แม้โรม่าจะมีปัญหาตัวหลักบาดเจ็บอย่าง อาร์เต็ม ดอฟบิก แต่ขุมกำลังชุดนี้ยังมีทีเด็ดจาก มาติอัส ซูเล่ และ ลอเรนโซ่ เปเยกรีนี่ ที่ยังรักษามาตรฐานได้ดี เกมนี้เรตต่อ 0.5 ดูแล้วไม่แพงจนเกินไปสำหรับทีมเยือนที่เล่นได้นิ่งกว่าและเน้นผลการแข่งขันได้ดีในทริปเยือนปีนี้ เชื่อว่าโรม่าจะใช้ความเก๋าเกมบดเอาชนะไปได้ในที่สุด เพื่อรักษาอันดับ 4 ของตารางต่อไป
แนะนำ: ต่อ เอเอส โรม่า 0.5
ระดับความมั่นใจ: 85 %
ผลบอลที่คาด: อูดิเนเซ่ ชนะ เอเอส โรม่า 2-0
คาซ่า เพีย vs ปอร์โต้ ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
ปอร์โต้ชั่วโมงนี้ฟอร์มดุจัด ชนะรวดมา 11 นัดติดต่อกันในลีกและรั้งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น โดยมีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่สูงมาก นำโดย ซามู โอโมโรดิออน ที่กำลังเข้าฝัก ฝั่งเจ้าบ้านคาซ่า เพีย แม้จะเพิ่งเสมอแบบสุดมัน 3-3 มาในนัดล่าสุด แต่เกมรับถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่เสียประตูง่ายมาก สถิติการเจอกัน 8 นัดหลังสุด ปอร์โต้ชนะถึง 7 ครั้ง และมักจะยิงขาดลอยบ่อยครั้งด้วยคุณภาพแนวรุกที่เหนือกว่าหลายขุม เรตสกอร์สูง 2.75 อาจจะดูสูงแต่เมื่อเทียบกับความคมของปอร์โต้และแนวรับเจ้าถิ่นที่พร้อมจะเสียประตูตลอดเวลา เกมนี้มีโอกาสไหลเป็นน้ำและสกอร์น่าจะทะลุเป้าได้ไม่ยากเย็น
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
โคแคลิสปอร์ vs เฟเนร์บาห์เช่ ( ตุรกี ซุปเปอร์ลีก )
โคแคลิสปอร์น้องใหม่ที่ทำผลงานกลางตารางถือว่าสู้ได้ดี แต่การเจอกับเฟเนร์บาห์เช่ภายใต้การคุมทีมของ โดเมนิโก้ เทเดสโก้ ที่ยังไม่แพ้ใครเลยในปีนี้ถือเป็นงานหิน ทีมเยือนมีเกมรุกที่จัดจ้านเฉลี่ยยิงเกือบ 3 ประตูต่อนัดในช่วงหลัง แถมมีผู้เล่นระดับท็อปอย่าง ทาลิสก้า และ เนเน่ คอยป่วนแนวรับคู่แข่งอยู่ตลอด แม้เจ้าถิ่นจะพยายามเน้นเกมรับที่เหนียวแน่น แต่สถิติ H2H ที่พบกันมักจะมีประตูเกิดขึ้นบ่อยครั้งและออกไปทางสกอร์สูงเป็นส่วนใหญ่ เรตสูง 2.25 ถือว่าลุ้นง่ายมาก เพียงแค่เฟเนร์บาห์เช่บดชนะ 2-1 หรือยิงขาด 3 ลูก ก็รับทรัพย์ทันที เชื่อว่าเกมนี้น่าจะเปิดหน้าแลกกันสนุกและประตูไหลมาเทมาแน่นอน
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
ซันเดอร์แลนด์ พบกับ เบิร์นลี่ย์ ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
ซันเดอร์แลนด์ ฟอร์มช่วงหลังยังคงแกว่งพอสมควร 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 2 สะท้อนให้เห็นว่าทีมยังขาดความสม่ำเสมอ เกมรับมีช่วงที่หลุดให้เห็นบ่อย ขณะที่เกมรุกยังพอมีจังหวะเข้าทำ แต่ความเฉียบคมยังไม่ต่อเนื่อง ฝั่งเบิร์นลี่ย์ ผลงาน 5 นัดหลังสุด เสมอถึง 3 ชนะ 1 และแพ้ 1 เน้นความรัดกุมเป็นหลัก ทีมเยือนอาจไม่ได้หวือหวา แต่เล่นมีวินัย แพ้ยาก และคุมจังหวะเกมได้ดีพอสมควร คู่นี้รูปเกมน่าจะออกมาสูสี โอกาสจบเสมอมีสูง หรือสกอร์อาจไม่ขาด มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
เอวีเอส พบกับ บราก้า (โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก)
เอวีเอส ฟอร์มช่วงหลังถือว่าน่าเป็นห่วงพอสมควร 5 นัดหลังสุด เสมอ 2 และแพ้ 3 ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยภาพรวมทีมยังขาดความมั่นใจ เกมรับมีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อย ส่วนเกมรุกจังหวะเข้าทำยังไม่คมพอ ด้านบราก้า ผลงานโดยรวมดูดีกว่าอย่างชัดเจน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 ฟอร์มโดยรวมค่อนข้างลงตัว เกมรุกมีประสิทธิภาพ เข้าทำหลากหลายและจบสกอร์ได้ดี ขณะที่เกมรับก็ยังไว้ใจได้ ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
มาสทริสช์ พบกับ อัลเมเร่ ซิตี้ (ฮอลแลนด์ ดิวิชั่น 2)
มาสทริสช์ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าทำได้ค่อนข้างขึ้น ๆ ลง ๆ 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 ยังขาดความสม่ำเสมอในผลงาน เกมรุกมีช่วงที่ทำได้ดี แต่ความต่อเนื่องยังไม่มาก ขณะที่เกมรับยังมีหลุดให้เห็นเป็นระยะ ฝั่งอัลเมเร่ ซิตี้ ผลงานโดยรวมถือว่าดูดีกว่าเล็กน้อย 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 และแพ้ 2 ทีมเยือนกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เกมรุกมีความเฉียบคมและกล้าเปิดเกมรุกมากขึ้น มองภาพรวมทีมเยือนดูเหนือกว่าชัดเจน มีโอกาสบุกไปเก็บชัยได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ อัลเมเร่ ซิตี้ 05
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
“KickVision”
อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตกเป็นข่าวกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในตลาดนักเตะ ด้วยการเปิดโต๊ะเจรจาโดยตรงกับ ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อหวังคว้าตัว เคอร์ติส โจนส์ กองกลางทีมชาติอังกฤษ เข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ โดยดีลที่ถูกพูดถึงคือ การยืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาด
รายงานดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย Fabrizio Romano นักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดังระดับโลก ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนบอลทั้งสองสโมสร รวมถึงสื่อกีฬาทั่วยุโรป
แหล่งข่าวระบุว่า อินเตอร์ มิลาน มอง เคอร์ติส โจนส์ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักสำหรับการเสริมแดนกลางในฤดูกาลนี้ หลังทีมของ ซิโมเน่ อินซากี้ ต้องการเพิ่มคุณภาพ ความยืดหยุ่น และมิติในการเล่นเกมกลางสนาม
จุดเด่นของ โจนส์ คือการเป็นกองกลางที่ เชื่อมเกมได้ดี ครองบอลเหนียว เล่นได้หลายบทบาท ทั้งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง, บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ หรือแม้กระทั่งดันสูงขึ้นไปช่วยเกมรุก ซึ่งสอดคล้องกับระบบ 3-5-2 ของอินเตอร์เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกและเวทียุโรปกับลิเวอร์พูล ยังถูกมองว่าจะช่วยยกระดับแดนกลางของ “งูใหญ่” ได้ทันที หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของดีล เคอร์ติส โจนส์ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอนาคตของ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ กองกลางทีมชาติอิตาลีของอินเตอร์
รายงานระบุว่า หากอินเตอร์สามารถปล่อยตัว ฟรัตเตซี่ ออกจากทีมได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือปล่อยยืม ก็จะเปิดทางให้สโมสรเดินหน้าเจรจาดึง โจนส์ ได้สะดวกมากขึ้น ทั้งในแง่ของงบประมาณและโควตานักเตะในทีม
ปัจจุบัน ฟรัตเตซี่ กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ของอินเตอร์เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะ
ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอจากอินเตอร์อย่างเป็นทางการ โดยสโมสรยังอยู่ระหว่างการประเมินบทบาทและความสำคัญของ เคอร์ติส โจนส์ ในทีมชุดปัจจุบัน
แม้ โจนส์ จะไม่ได้เป็นตัวหลักแบบถาวร แต่เขายังคงเป็นนักเตะที่ผู้จัดการทีมใช้งานอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นแข้งลูกหม้อที่เข้าใจระบบของทีมเป็นอย่างดี การปล่อยตัวออกไปในช่วงกลางฤดูกาลจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายนัก
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลเองก็ต้องพิจารณาถึงแผนระยะยาว รวมถึงการหมุนเวียนนักเตะในโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่น ทั้งพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลถ้วยต่าง ๆ
โดยสรุปแล้ว ดีลระหว่าง เคอร์ติส โจนส์ กับ อินเตอร์ มิลาน ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ
ท่าทีของลิเวอร์พูลว่าจะยอมปล่อยนักเตะหรือไม่
ความคืบหน้าในการย้ายออกของ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่
แฟนบอลทั้งสองทีมยังคงต้องติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีโอกาสที่ดีลนี้จะขยับเร็วขึ้นในช่วงท้ายตลาดนักเตะ หากเงื่อนไขต่าง ๆ ลงตัว
ไรซ์ ปลุกปืนใหญ่! ชี้ทุกเกมคือรอบชิง หลังอาร์เซน่อลบุกถล่มลีดส์ 4-0 นำฝูงพรีเมียร์ลีกต่อเนื่อง
อาร์เซน่อล กลับมาโชว์ฟอร์มโหดอีกครั้ง หลังบุกไปถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด แบบขาดลอย 4-0 ถึงสนามเอลแลนด์ โร้ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา เก็บเพิ่มเป็น 53 คะแนน ยึดตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น พร้อมสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า ในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
เกมนี้ถือเป็นการเรียกความมั่นใจของทัพ “ปืนใหญ่” ได้อย่างแท้จริง หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาสะดุดในลีกมา 3 นัดติดต่อกัน ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์เริ่มตึงมือ อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความเด็ดขาด ด้วยการครองบอลเหนือกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน เดินเกมบุกเข้าใส่ตลอด 90 นาที และไม่เปิดโอกาสให้ลีดส์ได้ตั้งเกมของตัวเอง
แนวรุกของอาร์เซน่อลทำงานได้อย่างไหลลื่น ขณะที่แดนกลางคุมจังหวะเกมได้หมดจด ส่งผลให้สกอร์ไหลไปถึง 4 ประตู สร้างความมั่นใจให้ทีมกลับมาอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่โปรแกรมหนักในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
หลังจบเกม เดแคลน ไรซ์ กองกลางตัวหลักของอาร์เซน่อล ออกมากระตุ้นเพื่อนร่วมทีม โดยย้ำว่าทุกนัดจากนี้ไปเปรียบเสมือนรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย ซึ่งทุกคนต้องรักษามาตรฐาน ความมุ่งมั่น และความกระหายชัยชนะเอาไว้ให้ได้
“เราอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ทุกเกมมีความหมายมาก ไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกแล้ว ทุกคนต้องคิดว่านี่คือรอบชิง และต้องทุ่มเทให้มากที่สุดในทุกนาที” ไรซ์ กล่าว
กองกลางทีมชาติอังกฤษยังพูดถึงสถานการณ์โดยรวมของทีมว่า อาร์เซน่อลอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งอย่างมาก ไม่เพียงแค่ในพรีเมียร์ลีกที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม สะท้อนถึงคุณภาพของขุมกำลังและความพร้อมในการลุยหลายรายการพร้อมกัน
ผลงานดังกล่าวยังตอกย้ำให้เห็นว่า อาร์เซน่อลชุดนี้มีทั้งความลึกของทีม ประสบการณ์ และพลังของนักเตะรุ่นใหม่ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
ไรซ์ ปิดท้ายว่า แม้จะยังมีโปรแกรมการแข่งขันอีกยาวไกลรออยู่ แต่ทุกคนในทีมพร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ โดยมองว่าทุกเกมที่เหลือคือโอกาสสำคัญในการเข้าใกล้เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการคว้าแชมป์มาครองในฤดูกาลนี้
ชัยชนะเหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่เพียงแค่เพิ่มสามคะแนนสำคัญ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปถึงคู่แข่งทุกทีมว่า อาร์เซน่อล พร้อมกลับมาลุยอย่างจริงจัง และไม่ยอมปล่อยตำแหน่งจ่าฝูงให้หลุดมือได้ง่าย ๆ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ลิเวอร์พูล 4-1 นิวคาสเซิ่ล | เอกิติเก้เหมาสอง เวียร์ตซ์ยิงจ่าย พาหงส์ขยับขึ้นที่ 5 พรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มแกร่งเปิดรังแอนฟิลด์ไล่แซงถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-1 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 โดย อูโก้ เอกิติเก้ เหมาคนเดียวสองประตู ขณะที่ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ฟอร์มเด่นทั้งยิงทั้งจ่าย พา “หงส์แดง” เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตาราง แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ
เกมที่แอนฟิลด์เปิดฉากอย่างเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก โดย แอนโธนี่ กอร์ดอน ของทีมเยือนโดนใบเหลืองจากจังหวะพุ่งเสียบใส่ อลีสซง เบ็คเกอร์ อย่างน่าเกลียด
นาทีที่ 26 “สาลิกาดง” เกือบได้ประตูขึ้นนำจากฟรีคิกนอกกรอบของ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แต่บอลพุ่งชนเสาอย่างน่าเสียดาย
กระทั่งนาทีที่ 36 กลายเป็นนิวคาสเซิ่ลที่บุกมาขึ้นนำก่อน 1-0 จากลูกยิงนอกกรอบของ แอนโธนี่ กอร์ดอน บอลพุ่งเลียดหนีมืออลีสซงเข้าไปอย่างเฉียบขาด
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 41 โฟลเรียน เวียร์ตซ์ โชว์ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงฝ่าแนวรับ ก่อนคัตแบ็กให้ อูโก้ เอกิติเก้ จิ้มเสาแรกเข้าไป ตีเสมอเป็น 1-1
ก่อนจบครึ่งแรกเพียงสองนาที แฟนเดอะค็อปได้เฮลั่นสนาม เมื่อ มิลอช เคอร์เคซ ไหลบอลให้ เอกิติเก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ นิค โป๊ป อย่างเด็ดขาด ส่งลิเวอร์พูลแซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่ 10 ของเจ้าตัวในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ลพยายามเปิดเกมรุกหวังทวงประตูคืน แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับหงส์แดงได้
นาทีที่ 67 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะประสานงานสุดสวย เวียร์ตซ์ เล่นหนึ่งสองกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่ “คิงโม” จะไหลคืนให้ เวียร์ตซ์ ซัดเน้นๆ เข้าไปไม่เหลือ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+3 อิบราฮิมา โกนาเต้ เติมขึ้นมาซัดประตูปิดกล่อง พาเจ้าบ้านคว้าชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิ่ล 4-1 อย่างสวยงาม
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล มีเพิ่มเป็น 39 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตาราง แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่หล่นไปอยู่อันดับ 6
ด้าน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ฟอร์มฝืด ไม่ชนะในลีก 3 นัดติดต่อกัน มี 33 คะแนน รั้งอันดับ 10 ของตาราง โดยทั้งสองทีมมีโปรแกรมหนักต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมถัดไป
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)
อลีสซง เบ็คเกอร์ – โดมินิค โซโบซไล, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอช เคอร์เคซ – ไรอัน กราเฟนแบร์ค, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โกดี้ คักโป – อูโก้ เอกิติเก้
นิวคาสเซิ่ล (4-3-3)
นิค โป๊ป – คีแรน ทริปเปียร์, มาลิค เจา, แดน เบิร์น (C), ลูอิส ฮอลล์ – โจ วิลล็อค, ซานโดร โตนาลี่, เจค็อบ แรมซีย์ – แอนโธนี เอลังก้า, แอนโธนี่ กอร์ดอน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

สเปอร์ส – แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสุดสัปดาห์นี้เตรียมเดือด เมื่อ “ไก่เดือยทอง” ทอตนัมฮอตสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23:30 น. เกมนี้ต่างฝ่ายต่างต้องการแต้ม แต่เป้าหมายไม่เหมือนกัน เจ้าถิ่นอยากเรียกฟอร์มเก่งให้กลับมา ส่วนทีมเยือนต้องเดินหน้าล่าแต้มเพื่อกดดันจ่าฝูงแบบห้ามพลาด
เจ้าบ้าน สเปอร์ส (อันดับ 14)
ลูกทีมของ โธมัส แฟรงค์ กำลังอยู่ในช่วงผลงานน่าเป็นห่วง ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 นัดติด เกมล่าสุดทำได้แค่เสมอเบิร์นลีย์ 2-2 ปัญหาใหญ่ยังคงเป็นเกมรับที่เสียประตูง่าย แถมยังมีตัวเจ็บหลายราย ทำให้ฟอร์มขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดฤดูกาล
แม้บางเกมจะเห็นความดุดันในเกมรุก แต่พอมาเล่นในลีก ความสม่ำเสมอยังไม่มา ตอนนี้สเปอร์สยังต้องเร่งเก็บแต้มเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลำบากไปมากกว่านี้
ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ (อันดับ 2)
ฝั่งทีมเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังเดินหน้าไล่ล่าแชมป์เต็มตัว เกมล่าสุดเพิ่งอัดวูล์ฟส์ 2-0 ทำให้ตามหลังอาร์เซนอลจ่าฝูงอยู่ 4 คะแนน เกมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งนัดที่ต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้
ภาพรวมของซิตี้ยังดูเหนือกว่า ทั้งคุณภาพนักเตะ ระบบการเล่น และประสบการณ์ในเกมใหญ่ แนวรุกยังอันตรายเหมือนเดิม พร้อมบุกใส่คู่แข่งตั้งแต่ต้นเกม
แมนฯ ซิตี้ ดูกระหายชัยชนะมากกว่าแน่นอน และน่าจะครองเกมบุกเป็นหลัก แต่สเปอร์สยุคโธมัส แฟรงค์ มักเล่นเกมสวนกลับได้ดีเวลาเจอทีมใหญ่ หากแนวรับซิตี้ที่ขาดตัวหลักพลาดขึ้นมา ก็มีสิทธิ์โดนลงโทษเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเขี้ยวและการแก้เกมของเป๊ป มองว่าสุดท้ายแล้ว เรือใบสีฟ้า น่าจะเบียดชนะไปได้แบบไม่ง่ายนัก ไปต่อ แมนฯ ซิตี้ 0.5 เชื่อว่ามีดีพอคว้า 3 แต้ม ไล่บี้จ่าฝูงต่อไป
… เทพสนามนิรนาม …
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21:00 อีกหนึ่งคู่ที่สายแทงบอลต้องจับตา แอสตัน วิลล่า เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบรนท์ฟอร์ด เกมนี้กระแสเริ่มเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านชัดขึ้น หลังช่วงหลังโชว์ฟอร์มได้คงเส้นคงวา และเดินหน้าเก็บผลลัพธ์ได้ต่อเนื่อง
แอสตัน วิลล่ากำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เกมรุกเริ่มต่อบอลกันไหลลื่น จังหวะเข้าทำมีความหลากหลาย เห็นได้ชัดจากหลายเกมหลังที่คุมจังหวะเกมได้ดีทั้งเหย้าและเยือน จุดเด่นอยู่ที่การเพรสแดนกลางและจังหวะสวนกลับที่คมขึ้นเรื่อยๆ ฟอร์มในบ้านยังดูแข็ง เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น เกมรับอาจมีหลุดบ้างเป็นช่วงๆ แต่ภาพรวมทีมดูลงตัวกว่าเดิมพอสมควร
ฝั่งเบรนท์ฟอร์ด ผลงานช่วงหลังยังแกว่ง เกมเยือนยังไว้ใจยาก เกมรับมีรอยรั่วให้เห็นบ่อย แม้เกมรุกจะพอมีทีเด็ดอยู่บ้าง แต่ความต่อเนื่องยังไม่สม่ำเสมอ เวลาโดนกดดันหนักๆ มักเสียรูปเกมง่าย ต้องอาศัยจังหวะสวนกลับเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเจอทีมที่กล้าเปิดเกมแลกแบบวิลล่า งานรับมือถือว่าไม่เบา
มองจากรูปเกมโดยรวม แอสตัน วิลล่ายังดูครบเครื่องกว่า ทั้งการครองบอล จังหวะเข้าทำ และความมั่นใจเวลาเล่นในบ้าน ช่วงหลังเดินหน้าเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งต่อเนื่อง ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดยังมีอาการหลุดเป็นระยะ เกมรับไม่ค่อยนิ่ง เจอเกมกดดันต่อเนื่องมักตั้งลำลำบาก เกมนี้มีโอกาสออกมาสู้กันสนุก แต่ภาพรวมยังเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านที่คุมจังหวะได้มากกว่า และมีลุ้นปิดเกมจากเกมรุกที่กำลังเข้าฝัก
ฟันธง ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5 ฟอร์มกำลังมา เกมรุกเริ่มเข้าที่ มีลุ้นเดินหน้าเก็บชัยในบ้าน
คาดสกอร์ แอสตัน วิลล่า ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1
🖊 ตาข่ายทอง.

สเปอร์ส พบกับ แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
สเปอร์ส ฟอร์มช่วงหลังถือว่ายังขึ้นๆ ลงๆ 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 ภาพรวมเกมยังขาดความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแนวรับที่มีหลุดให้เห็นบ่อย เกมรุกยังพอมีทีเด็ดจากความเร็วและการเข้าทำหลากหลาย แต่ปัญหาคือจังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร แมนฯ ซิตี้ ผลงานโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 แพ้ 2 แม้มีสะดุดบ้าง แต่คุณภาพทีมยังเหนือกว่าชัดเจน จุดเด่นของซิตี้ยังอยู่ที่การครองบอลและเกมรุกที่เข้าทำเป็นระบบ สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับยังพอไว้ใจได้ ภาพรวมคู่นี้มองว่ารูปเกมเปิดแลกกันสนุก มีโอกาสยิงกันหลายประตู ใครถือหางทีมเยือนยังพอลุ้นได้ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
เครโมเนเซ่ พบกับ อินเตอร์ มิลาน (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เครโมเนเซ่ ฟอร์มช่วงหลังน่าเป็นห่วงพอสมควร 5 นัดหลังสุด แพ้ 3 เสมอ 2 ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย นัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา ทำให้ความมั่นใจของทีมลดลง ปัญหาหลักยังอยู่ที่เกมรุกขาดความเฉียบคม เกมรับก็มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นต่อเนื่อง อินเตอร์ มิลาน ผลงานโดยรวมดูแข็งแกร่งกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 และ 2 นัดหลังสุดคว้าชัยมาได้ทั้งหมด ฟอร์มกำลังกลับมาเข้าที่เข้าทาง จุดเด่นของอินเตอร์คือเกมรุกที่หลากหลายและมีความเด็ดขาด เข้าทำเป็นระบบ ผสานกับเกมรับที่เริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ ฟันธง อินเตอร์ มิลาน บุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ อินเตอร์ มิลาน 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
ปาร์ม่า พบกับ ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ปาร์ม่า ฟอร์มช่วงหลังยังไม่ค่อยสม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 2 นัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา ส่งผลต่อความมั่นใจของทีมพอสมควร เกมรุกยังขาดความเด็ดขาด จังหวะเข้าทำไม่ต่อเนื่อง เกมรับยังมีช่องโหว่และเสียประตูง่ายในหลายจังหวะ ยูเวนตุส ผลงานโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ฟอร์มโดยรวมยังอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างแน่นอน จุดเด่นของทีมเยือนคือเกมรับที่มีวินัย ผสมกับเกมรุกที่อาศัยความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ ทำให้ควบคุมรูปเกมได้ดี ฟันธง ยูเวนตุส มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ ยูเวนตุส 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
“KickVision”
แอสตัน วิลล่า vs เบรนท์ฟอร์ด ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
“สิงห์ผงาด” ภายใต้การนำของ อูไน เอเมรี่ กำลังมั่นใจสุดขีดหลังรั้งรองจ่าฝูงและมีสถิติการเล่นในบ้านที่ดุดันเป็นอันดับต้นๆ ของลีก ฝั่งเบรนท์ฟอร์ดปีนี้ฟอร์มนอกบ้านค่อนข้างแกว่ง มักจะต้านทานความหลากหลายของแนวรุกเจ้าถิ่นอย่าง โอลลี่ วัตกินส์ และ จอห์น แม็คกินน์ ไม่ค่อยอยู่ สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่ วิลล่า พาร์ค เจ้าบ้านมักจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่และเชือดเอาชนะไปได้แทบทุกครั้งในช่วงหลังที่ผ่านมา เรตราคา “ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5” ดูแล้วไม่แพงเลยสำหรับทีมลุ้นแชมป์ที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อกดดันอาร์เซนอลและรักษาพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก เชื่อว่าพละกำลังและเสียงเชียร์ในรังจะพาวิลล่าเบียดคว้าชัยไปได้ในที่สุด 1 เม็ดกินเต็มมีให้เห็นแน่นอนสำหรับแฟนบอลสิงห์ผงาดในคืนนี้
แนะนำ: ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: แอสตัน วิลล่า ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0,2-1
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ vs ไฮน์เดนเฮลม์ ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
ทัพ “เสือเหลือง” กลับมาเล่นในรังซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ด้วยสไตล์บุกแหลกตามถนัด โดยมีเป้าหมายคือการถล่มประตูเพื่อขยับอันดับตารางคะแนน ฝั่งไฮเดนไฮม์เป็นทีมที่สู้ไม่ถอยและมักจะเปิดหน้าแลกเมื่อเจอทีมใหญ่ ทำให้สถิติการเจอกันของคู่นี้มักจะยิงกันกระจายทะลุเรตแทบทุกนัด เรตราคา “สูง 3.25” แม้จะดูสูงแต่ด้วยธรรมชาติของบอลเยอรมันและแนวรุกดอร์ทมุนด์ที่กำลังเข้าฝัก การยิงรวม 4 ประตูจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป สถิติ 5 นัดหลังสุดของเจ้าถิ่นมักจะมีสกอร์เกิดขึ้นอย่างน้อย 3 ลูกขึ้นไป ยิ่งทีมเยือนเน้นเกมสวนกลับด้วยแล้ว ยิ่งเปิดช่องว่างให้โดนเจาะได้ง่าย คาดการณ์ว่าเกมนี้จะเป็นมหกรรมฟุตบอลเกมบุกที่ยิงกันสนุกตั้งแต่นาทีแรก และมีโอกาสสูงที่จะกินเต็มราคาตั้งแต่นัดแรกของสเต็ปชุดนี้
แนะนำ: สูง 3.25
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 3 ลูกขึ้น
เรอัล มาดริด vs ราโย่ บาเยกาโน่ ( ลาลีกา สเปน )
“ราชันชุดขาว” ต้องการชัยชนะสถานเดียวเพื่อสยบข่าวลือรอยร้าวในทีม และการกลับมาเฝ้ารังเบร์นาเบวคือโอกาสทองในการเรียกความมั่นใจ ฝั่งราโย่ บาเยกาโน่ แม้จะพยายามมาเน้นรับลึกแต่สถิติการมาเยือนที่นี่ส่วนใหญ่จะโดนถล่มเละเทะกลับไปเสมอ เพราะต้านทานความเร็วของวินิซิอุสไม่อยู่ เรตราคา “ต่อ เรอัล มาดริด 1.75” เปิดมาเพื่อวัดใจ แต่ด้วยความอัดอั้นของเหล่าซูเปอร์สตาร์ชุดขาว เชื่อว่าพวกเขาจะเดินหน้ายิงสลุตเพื่อกู้ศรัทธาแฟนบอล อาร์เบโลอา กุนซือคนใหม่เน้นย้ำเรื่องวินัยเกมรุกเป็นพิเศษ ทำให้เกมนี้มาดริดจะบุกนวดจนประตูแรกมาเร็ว และประตูที่สองที่สามจะตามมาได้ไม่ยาก เชื่อมั่นในศักยภาพที่เหนือกว่าหลายขุมของเจ้าบ้านว่าจะชนะขาดลอยเกิน 2 ประตู กินเต็มคำปิดท้ายสเต็ปวันอาทิตย์นี้ไปได้อย่างสวยงามแน่นอน
แนะนำ: ต่อ เรอัล มาดริด 1.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: เรอัล มาดริด ชนะ ราโย่ บาเยกาโน่ 2-0,3-0
— กุนซือไร้เงา —
ก่อนหน้า 1 … 47 48 49 50 51 … 84 ถัดไป »