สเปอร์ส–นิวคาสเซิ่ล สนดึง ดาร์วิน นูนเญซ คืนพรีเมียร์ลีก หลังไร้ความสุขกับ อัล ฮิลาล
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวแสดงความสนใจคว้าตัว ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย กลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเจ้าตัวเริ่มไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบันกับ อัล ฮิลาล และมีแนวโน้มพิจารณาย้ายทีมหลังจบฤดูกาล 2025-26
รายงานจากสื่อดังอย่าง TEAMtalk ระบุว่า นูนเญซกำลังประเมินอนาคตของตัวเองอย่างจริงจัง หลังบทบาทในทีมไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ขณะที่สองสโมสรจากอังกฤษเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์
หัวหอกวัย 26 ปี ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพอัล ฮิลาล เมื่อซัมเมอร์ปี 2025 ด้วยค่าตัวราว 53 ล้านยูโร โดยทำผลงานยิงได้ 9 ประตูจาก 24 นัด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เพียงพอสำหรับสโมสรที่ตั้งเป้าความสำเร็จระดับสูงทั้งในประเทศและระดับทวีป
สถานการณ์ของเขายิ่งซับซ้อนขึ้นหลังการมาถึงของ คาริม เบนเซม่า ที่ย้ายมาจาก อัล อิตติฮัด ส่งผลให้โควตานักเตะต่างชาติของอัล ฮิลาลเต็ม และชื่อของนูนเญซถูกถอดออกจากการแข่งขันภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดี โปรลีก และฟุตบอลถ้วยในประเทศ
ปัจจุบันเขามีสิทธิ์ลงเล่นเพียงรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่พอใจ และอาจเปิดทางให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายกลับยุโรป แม้จะต้องยอมลดค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลก็ตาม
ทั้งท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ต่างต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในเกมรุก โดยมองว่านูนเญซคือกองหน้าที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และยังอยู่ในช่วงวัยที่สามารถพัฒนาได้อีก
นอกจากสองทีมจากอังกฤษแล้ว ยังมีความสนใจจาก แอตเลติโก มาดริด และ ยูเวนตุส อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของทั้งสองสโมสรจากสเปนและอิตาลี คือศักยภาพทางการเงินที่อาจเป็นรองทีมพรีเมียร์ลีกในตลาดซัมเมอร์นี้
ด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง เปิดเผยว่าสถานการณ์ของนูนเญซยังเปิดกว้าง และมีความเป็นไปได้สูงที่การย้ายทีมจะเกิดขึ้นในตลาดนักเตะฤดูร้อนปี 2026
แม้เจ้าตัวจะได้รับความสนใจจากหลายทีมในยุโรป แต่การอยู่ค้าแข้งในลีกซาอุดีอาระเบียต่อไปย่อมหมายถึงรายได้ที่มากกว่า ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญในการตัดสินใจครั้งต่อไปของดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยรายนี้
การกลับมาของดาร์วิน นูนเญซสู่พรีเมียร์ลีกอาจเป็นดีลที่น่าจับตาที่สุดในซัมเมอร์ 2026 ด้วยปัจจัยทั้งเรื่องบทบาทในทีม ความทะเยอทะยานส่วนตัว และความพร้อมทางการเงินของสโมสรที่สนใจ
หากสเปอร์สหรือนิวคาสเซิ่ลเดินหน้าอย่างจริงจัง ดีลนี้อาจเกิดขึ้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหากอัล ฮิลาลพร้อมเปิดทางปล่อยตัว เพื่อลดภาระโควตานักเตะต่างชาติ
แอตฯ มาดริด – คลับบรูซ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
แอตฯ มาดริด เล่นในบ้านรายการยุโรปขึ้นชื่อเรื่องความดุดัน เกมรุกจัดจ้าน โดยเฉพาะจังหวะเพรสซิ่งสูงและเกมริมเส้นที่เติมกันมันส์ตลอด 90 นาที เกมยุโรปช่วงหลัง “ตราหมี” มักเปิดเกมแลกมากขึ้น ไม่ได้เน้นรับลึกเหมือนสมัยก่อนแล้ว โดยเฉพาะถ้าต้องการผลชนะเพื่อเข้ารอบ
ฝั่งคลับบรูซ เป็นทีมที่สไตล์ไม่กลัวใคร เกมเยือนในบอลยุโรปมักสู้แบบไม่มีถอย เกมรับอาจมีช่องว่าง โดยเฉพาะเวลาต้องรับมือทีมระดับท็อปของลีกใหญ่ เสียประตูค่อนข้างง่าย แต่ข้อดีคือเกมสวนกลับเร็วจัดจ้าน มีโอกาสยิงประตูทีมใหญ่ได้เสมอ
แนะนำ: สูง 3
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: ยิงเข้าเกิน 3 ลูก
นิวคาสเซิ่ล – คาราบัค (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
นิวคาสเซิล เกมในบ้านที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ดุดันมาก โดยเฉพาะเกมยุโรปที่แฟนบอลหนุนหลังเต็มสนาม ความฟิตและสปีดบอลของทีมจากพรีเมียร์ลีกเหนือกว่าชัดเจน เกมรุกหลากหลาย ทั้งลูกกลางอากาศและเกมริมเส้น
คาราบัค เป็นทีมที่มาตรฐานลีกภายในประเทศดี แต่เมื่อออกมาเจอทีมระดับพรีเมียร์ลีก ความต่างด้านความเร็วและความแข็งแกร่งเห็นชัด เกมรับมีปัญหาเวลาโดนบีบเร็ว และมักเสียประตูเป็นชุดเมื่อเสียลูกแรก
แนะนำ: ต่อ นิวคาสเซิ่ล 2.5
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: 3-0
เซรามิก้า – เอล อิสไมลี่ (อียิปต์ พรีเมียร์ลีก)
เซรามิก้า ช่วงหลังผลงานในบ้านแข็งแกร่ง เกมรุกเล่นกันเป็นระบบ จบสกอร์คมกว่าเดิม เกมรับเหนียวแน่น เสียประตูน้อย ยิ่งเล่นในบ้านยิ่งได้เปรียบ
เอล อิสไมลี่ ฤดูกาลนี้ฟอร์มตกชัดเจน เกมเยือนมีปัญหา เสียประตูง่าย เกมรุกไม่เฉียบคม การเข้าทำไม่หลากหลาย ทำให้เจาะทีมที่ตั้งรับเป็นระบบได้ยาก
แนะนำ: ต่อ เซรามิก้า 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-0
… เทพสนามนิรนาม …
เลเวอร์คูเซ่น พบกับ โอลิมเปียกอส (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
เลเวอร์คูเซ่น ผลงานช่วงหลังถือว่าค่อนข้างดี 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ภาพรวมดูมีความมั่นใจ เกมรุกยังคงมีความหลากหลายและเข้าทำได้ต่อเนื่อง แม้จะมีสะดุดแพ้ไปหนึ่งนัดแต่โดยรวมยังรักษามาตรฐานได้ดี ทางฝั่ง โอลิมเปียกอส ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ฟอร์มยังขาดความสม่ำเสมอ เกมรับมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง ฟันธง เลเวอร์คูเซ่น ด้วยศักยภาพทีมและฟอร์มที่แน่นอนกว่า เปิดเกมคว้าชัยได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 1-0 หรือ 2-1
เบอร์ตัน อัลเบี้ยน พบกับ สต็อคพอร์ท (ลีกวัน อังกฤษ)
เบอร์ตัน อัลเบี้ยน ผลงานช่วงหลังยังถือว่าเหนียวแน่น 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1 แม้จะไม่แพ้ง่ายแต่ก็ยังขาดความเฉียบคมในการปิดเกม นัดล่าสุดเก็บผลเสมอมาได้สะท้อนถึงความพยายามของทีม เกมรุกยังต้องเพิ่มความเด็ดขาด ส่วนเกมรับทำได้ค่อนข้างมีวินัย ทางฝั่ง สต็อคพอร์ท ผลงานดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 นัดล่าสุดคว้าชัยเพิ่มความมั่นใจ เกมรุกมีความหลากหลายและจังหวะเข้าทำเฉียบคมกว่า ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ซอลฟอร์ด ซิตี้ พบกับ ชรูว์สบิวรี่ (ลีกทู อังกฤษ)
ซอลฟอร์ด ซิตี้ ฟอร์มช่วงหลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก 5 นัดหลังสุดแพ้ถึง 4 นัด และเป็นการแพ้รวดใน 4 เกมล่าสุด สะท้อนถึงปัญหาทั้งเกมรุกและเกมรับที่ยังแก้ไม่ตก แนวรับเสียประตูง่าย ขณะที่เกมรุกขาดความเฉียบคมและความมั่นใจ ด้าน ชรูว์สบิวรี่ ผลงานสวนทางชัดเจน 5 นัดหลังสุดชนะ 4 แพ้ 1 โดย 4 เกมล่าสุดเก็บชัยรวด โมเมนตัมและความมั่นใจกำลังมาเต็ม เกมรุกกำลังเข้าฝักและจบสกอร์ได้เด็ดขาด ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”

ศึกฟุตบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงจุดเดือดในรอบเพลย์ออฟนัดที่สอง เกมตัดสินชะตา ณ สังเวียนแข้ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในคืนวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 03:00 น. เมื่อ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตัวแทนหนึ่งเดียวจากแดนอีสานของอังกฤษ เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ คาราบัค ทีมแกร่งจากอาเซอร์ไบจาน โดยสถานการณ์ล่าสุดเจ้าบ้านกุมความได้เปรียบไว้แทบทุกประตู และพร้อมจะย้ำชัยเพื่อกรุยทางสู่รอบต่อไป
เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือสมองเพชรของทัพสาลิกาดง กำลังพาทีมบินสูงในถ้วยยุโรปปีนี้ แม้ผลงานในพรีเมียร์ลีกล่าสุดจะเพิ่งพลาดท่าพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสูสี 1-2 แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความมั่นใจในเวที UCL ลดน้อยลงไปเลย นิวคาสเซิ่ลในฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นที่ยกระดับขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปของทวีปอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่เปรียบเสมือนนรกของผู้มาเยือน
สภาพทีมล่าสุดและแท็กติกที่คาด: คาดว่าเกมนี้ เอ็ดดี้ ฮาว จะมีการโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่งเพื่อรักษาความสดของขุมกำลัง เนื่องจากโปรแกรมเตะที่ชุกตัว แต่ในแกนหลักสำคัญจะยังอยู่กันครบ นำโดย มาลิค เธียว ปราการหลังร่างยักษ์ที่คอยเก็บบอลจังหวะสุดท้าย และ ซานโดร โตนาลี ห้องเครื่องชาวอิตาลีที่จะคอยคุมจังหวะเกมและจ่ายบอลทะลุช่อง
คีย์แมนสำคัญ: ต้องจับตามอง แอนโธนี กอร์ดอน ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุด ๆ จนลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวในรายการนี้ รวมถึง อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าเบอร์หนึ่งที่พร้อมใช้ความคล่องตัวและความเร็วเล่นงานแนวรับคู่แข่งที่เชื่องช้ากว่า
ทางฝั่งผู้มาเยือนจากอาเซอร์ไบจานตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อลุ้นปาฏิหาริย์ในการพลิกนรกเข้ารอบ แม้ชื่อชั้นจะเป็นรองมหาศาล แต่คาราบัคขึ้นชื่อเรื่องใจสู้และมักจะมีเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลถ้วยยุโรปเสมอหากคู่แข่งประมาท
สภาพทีมล่าสุดและจุดแข็ง: คาราบัคได้เปรียบเรื่องสภาพร่างกายเนื่องจากไม่มีโปรแกรมเตะในลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ขุมกำลังหลักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาจะฝากความหวังไว้ที่ คามิโล ดูรัน และ อับเดลลาห์ ซูบีร์ สองแนวรุกตัวอันตรายที่มีความเร็วและการจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือสถิติการมาเยือนทีมในเกาะอังกฤษที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก มักจะแพ้ทางฟุตบอลที่เน้นพละกำลังและความเร็วสูง
แม้คาราบัคจะพยายามเปิดหน้าแลกเพื่อทวงประตูคืน แต่นั่นอาจเป็นการเข้าทางนิวคาสเซิ่ลโดยตรง “สาลิกาดง” ภายใต้การทำทีมของฮาวขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก (Transition) ที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุดทีมหนึ่ง ช่องว่างของมาตรฐานนักเตะบวกกับแรงกดดันจากเสียงเชียร์ของเหล่า “ทูน อาร์มี่” ในเซนต์ เจมส์ พาร์ค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ทีมเยือนเล่นลำบาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในแนวรับของคาราบัคจะถูกลงโทษโดยแผงหน้าความเร็วสูงของเจ้าถิ่นอย่างแน่นอน
ด้วยความได้เปรียบทั้งในแง่ของตัวผู้เล่น ประสบการณ์ และการได้เล่นในบ้านที่มีมนต์ขลัง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด แม้คาราบัคจะพยายามสู้อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายประสิทธิภาพในการเข้าทำที่เด็ดขาดกว่าจะช่วยให้ทัพสาลิกาดงเก็บชัยชนะไปได้อย่างขาดลอย
คาดการณ์สกอร์: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ชนะ คาราบัค 3-0
ฟันธง: วางนิวคาสเซิ่ล ต่อ 2.5 มีเฮแน่นอน! เตรียมฉลองการผ่านเข้ารอบต่อไปแบบไร้กังวล
แม้ว่าแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเพิ่งได้ใจชื้นจากการที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจขยายสัญญากับสโมสรออกไปจนถึงปี 2027 แต่ในโลกฟุตบอล “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” คำถามสำคัญที่เริ่มมีการพูดถึงกันหนาหูคือ ใครจะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากกุนซือสมองเพชรรายนี้?
ล่าสุด เวย์น รูนี่ย์ ตำนานกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจผ่านรายการ The Wayne Rooney Show โดยเขามั่นใจว่าชื่อที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นศิษย์ก้นกุฏิและตำนานของทีมอย่าง แว็งซ็องต์ กอมปานี
รูนี่ย์ให้เหตุผลว่า กอมปานี ซึ่งปัจจุบันกำลังทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บาเยิร์น มิวนิค มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาสานต่องานที่เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยมีเหตุผลหลัก 3 ประการดังนี้:
DNA ของสโมสร: กอมปานีไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาคืออดีตกัปตันทีมผู้พาซิตี้คว้าแชมป์มากมาย เขารู้จักวัฒนธรรมและหัวใจของสโมสรแห่งนี้ดีกว่าใคร
สไตล์การทำทีมที่คล้ายคลึง: รูนี่ย์มองว่ากอมปานีได้รับอิทธิพลการทำทีมมาจากเป๊ปโดยตรง ทั้งในแง่ของแท็กติกและการครองเกม ซึ่งเห็นได้ชัดจากการคุมทีมบาเยิร์นในปัจจุบัน
ประสบการณ์ในลีกใหญ่: การพิสูจน์ตัวเองกับยักษ์ใหญ่อย่างบาเยิร์น มิวนิค เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับงานระดับสูง
“ถ้าเป๊ปไป พวกเขาต้องไปดึงตัว แว็งซ็องต์ กอมปานี มา… เขารู้จักสโมสรดี และดูเหมือนว่าเขาจะเรียนรู้จากเป๊ปมามากพอสมควร” — เวย์น รูนี่ย์ กล่าว
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ รูนี่ย์เชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่เดินจากไปเฉย ๆ แต่จะมีส่วนสำคัญในการคัดเลือกกุนซือคนใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าสโมสรที่เขาสร้างมากับมือจะยังคงอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง
“เป๊ปมองว่าตัวเองเป็นเหมือนครู เขาอยู่กับทีมมานับ 10 ปี เขาคงอยากทิ้งสโมสรไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด และผมเชื่อว่าเขาจะมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกผู้จัดการทีมคนต่อไปอย่างแน่นอน”
แม้สัญญาของเป๊ปจะยาวไปถึงปี 2027 แต่การวางแผนล่วงหน้าคือสิ่งที่สโมสรระดับโลกทำเสมอ ชื่อของกอมปานีจึงกลายเป็นแคนดิเดตอันดับต้น ๆ ที่น่าจับตามองที่สุดในอนาคต
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เดินหน้าสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง หลังเหมาคนเดียว 2 ประตู พา อัล นาสเซอร์ เปิดบ้านถล่มคู่แข่ง 4-0 ในศึก ซาอุดิโปรลีก นัดล่าสุด พร้อมคว้ารางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม (MVP) ไปครอง
ชัยชนะเกมนี้ไม่เพียงมอบ 3 คะแนนสำคัญให้กับทีม แต่ยังตอกย้ำฟอร์มอันร้อนแรงของดาวยิงวัยเก๋าที่ยังคงเฉียบคมเกินต้าน
การแข่งขันลีกซาอุดิอาระเบีย นัดล่าสุด อัล นาสเซอร์ โชว์ฟอร์มเหนือชั้นตั้งแต่ต้นเกม โดย โรนัลโด้ เป็นคนเบิกสกอร์แรกให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมจะช่วยกันทำเพิ่มอีกประตู
ในช่วงครึ่งหลัง เกมรุกของอัล นาสเซอร์ยังคงดุดันต่อเนื่อง และเป็น โรนัลโด้ ที่ซัดประตูที่สองของตัวเอง ปิดกล่องพาทีมคว้าชัยแบบขาดลอย 4-0 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนาม
ผลงานของเขาโดดเด่นทั้งการจบสกอร์ การเคลื่อนที่ และการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม จนได้รับเลือกให้เป็น MVP ของเกมอย่างไร้ข้อกังขา
ยิงครบ 20 ประตู จาก 20 นัดในลีก
ทำสถิติยิงรวม เกิน 500 ประตู หลังอายุ 30 ปี
ซัดประตูอย่างเป็นทางการลูกที่ 964 ในอาชีพค้าแข้ง
คว้ารางวัล MVP เพิ่มอีกหนึ่งเกม
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสม่ำเสมอระดับสูง แม้อายุจะมากกว่า 30 ปีมานานแล้ว แต่สภาพร่างกายและมาตรฐานการเล่นยังคงอยู่ในระดับท็อปของโลก
ประตูที่ 964 อย่างเป็นทางการ ทำให้ โรนัลโด้ เข้าใกล้หลัก 1,000 ประตูในอาชีพมากขึ้นทุกที และยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงประตูสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาชีพ
การยิงทะลุ 500 ประตูหลังอายุ 30 ปี ยิ่งตอกย้ำความเป็น “Goal Machine” ตัวจริงของวงการลูกหนัง
หลังจบเกม ทีมงานได้ขอให้ โรนัลโด้ สวมชุดคลุมพื้นเมืองประจำชาติของซาอุดิอาระเบีย ระหว่างยืนขอบคุณแฟนบอล เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงก่อนวันสถาปนาประเทศ
ภาพดังกล่าวกลายเป็นโมเมนต์ประทับใจ สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างซูเปอร์สตาร์ระดับโลกกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะไอคอนสำคัญของลีกซาอุดิอาระเบีย
นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในซาอุฯ โรนัลโด้ ไม่ได้เป็นเพียงดาวยิงประจำทีม แต่ยังเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม สร้างอิทธิพลเชิงบวกให้กับทีมและยกระดับความสนใจของลีกในสายตาแฟนบอลทั่วโลก
ด้วยผลงาน 20 ประตูจาก 20 นัด และสถิติรวม 964 ประตูในอาชีพ ชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่างสง่างาม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 นิวคาสเซิ่ล : เรือใบสีฟ้าเฉือนหืด จี้จ่าฝูงเหลือ 2 แต้ม
ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 27 ของฤดูกาล เกมบิ๊กแมตช์ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 56 คะแนน รั้งรองจ่าฝูง ไล่หลัง Arsenal F.C. เหลือเพียง 2 คะแนน หลังลงเตะเท่ากัน 27 นัด
เปิดฉากครึ่งแรก “เรือใบสีฟ้า” เดินหน้าบุกทันที และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ โอมาร์ มาร์มูช พาบอลลุยเข้ากลางก่อนจ่ายออกซ้ายให้ นิโก้ โอไรลี่ ซัดเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบคม
นาที 22 ทีมเยือน “สาลิกาดง” ตามตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุม บอลไหลย้อนให้ ลูอิส ฮอลล์ ยิงไปแฉลบแนวรับเปลี่ยนทางเข้าประตู
อย่างไรก็ตาม นาที 27 แมนฯ ซิตี้ แซงขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ นิโก้ โอไรลี่ โหม่งย้อนศรเข้าไป เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
ช่วงท้ายครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล เกือบตีเสมอได้จากลูกโหม่งของ แดน เบิร์น แต่ถูกจับล้ำหน้า จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่นนำ 2-1
ครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ล พยายามเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน แต่แนวรับเจ้าบ้านยังยืนระยะได้ดี โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ นิค โป๊ป โชว์เซฟสำคัญจากจังหวะของฮาลันด์ และฟิล โฟเด้น ทำให้สกอร์ไม่ขยับเพิ่ม
จบเกม แมนฯ ซิตี้ 2-1 นิวคาสเซิ่ล ส่งผลให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เดินหน้ากดดันจ่าฝูงอย่างเต็มตัว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1
แมนฯ ซิตี้ มี 56 คะแนน จาก 27 นัด
ตามหลัง อาร์เซน่อล 2 คะแนน
นิวคาสเซิ่ล มี 36 คะแนน รั้งอันดับ 10
นิโก้ โอไรลี่ ยิง 2 ประตู กลายเป็นฮีโร่ของทีม
แมนฯ ซิตี้ ชนะในบ้านต่อเนื่อง เดินหน้าลุ้นแชมป์เต็มตัว
นิวคาสเซิ่ล บุกพ่ายเอติฮัดต่อเนื่องเป็นนัดที่ 13 ทุกรายการ

สเปอร์ส พบกับ อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ถือว่ายังขาดความสม่ำเสมอ และสองนัดล่าสุดแพ้ติดต่อกัน เกมรุกยังพอมีทีเด็ดแต่ความสม่ำเสมอยังไม่ดี เกมรับมีช่องโหว่และเสียประตูง่ายในจังหวะสำคัญ ทำให้ผลงานช่วงหลังดูแผ่วลงชัดเจน ด้าน อาร์เซนอล ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 และยังไม่แพ้ใครเลย ฟอร์มกำลังมั่นใจ เกมรุกมีความหลากหลายและเข้าทำได้ต่อเนื่อง แดนกลางคุมจังหวะเกมได้ดี ส่วนเกมรับก็มีความเหนียวแน่น เสียประตูยาก ฟันธง: อาร์เซนอล อยู่ในช่วงมั่นใจและภาพรวมทีมลงตัวกว่า มีโอกาสบุกมาคุมเกมและเบียดเก็บชัยชนะได้
แนะนำ: ต่อ อาร์เซน่อล 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
เอซี มิลาน พบกับ ปาร์ม่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เอซี มิลาน ผลงานโดยรวม 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใคร แม้นัดล่าสุดจะทำได้เพียงเสมอ แต่ภาพรวมถือว่ายังรักษามาตรฐานได้ดี เกมรุกมีความหลากหลาย คุมจังหวะเกมได้ค่อนข้างดี เกมรับแม้จะมีสะดุดบ้างแต่ยังถือว่าเหนียวแน่นพอสมควร ด้าน ปาร์ม่า ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 แต่สองนัดหลังสุดชนะรวด กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เกมรุกเริ่มจูนกันติดและมีความเฉียบคมมากขึ้น เกมรับยังมีจังหวะเสียสมาธิให้เห็นเป็นระยะ ภาพรวมคู่นี้ทรงบอลค่อนข้างสูสี ผลัดกันมีช่วงดีและช่วงแผ่ว รูปเกมมีโอกาสเปิดแลกกันพอสมควร แนะนำมองสกอร์รวมมากกว่าผลแพ้ชนะ มีลุ้นยิงกันเกิน 2 ประตู ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
เกตาเฟ่ พบกับ เซบีย่า (ลาลีกา สเปน)
เกตาเฟ่ ฟอร์มช่วงหลังถือว่ากำลังเข้าที่ 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 โดยสองนัดล่าสุดเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง ช่วยเรียกความมั่นใจกลับมา เกมรุกอาจไม่ได้ดุดันมากแต่มีความแน่นอนขึ้น เกมรับเล่นกันเป็นระบบและเสียประตูยากขึ้น ด้าน เซบีย่า ผลงาน 5 นัดหลังสุด เสมอ 3 แพ้ 1 ชนะ 1 และสองนัดล่าสุดจบด้วยผลเสมอ ฟอร์มยังขาดความสม่ำเสมอ เกมรุกพอสร้างสรรค์โอกาสบุกได้ เกมรับยังมีช่องโหว่ให้เห็นและมักเสียประตูในจังหวะสำคัญ ฟันธง เกตาเฟ่ มีลุ้นเบียดเก็บสามแต้ม
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-1
“KickVision”
คริสตัล พาเลซ vs วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
พาเลซระยะหลังเล่นเกมรุกกล้าแลกมากขึ้น โดยเฉพาะในบ้านที่มักเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น เน้นบุกด้านข้างแล้วเปิดพื้นที่เข้าทำตรงกลาง จุดเด่นคือความดุดันเวลาได้โมเมนตัม เกมจึงมักเปิดและมีจังหวะยิงต่อเนื่อง วูล์ฟส์เองก็เป็นทีมที่เล่นจังหวะเร็วและสวนกลับอันตราย เวลาเกมเปิดจะเล่นตามจังหวะได้ดี ไม่ใช่ทีมที่ตั้งรับลึกตลอด ยิ่งเจอเจ้าบ้านที่ชอบแลก เกมมีแนวโน้มไหลตั้งแต่ครึ่งแรก รูปเกมเปิดแบบนี้โอกาสเกิดหลายประตูสูง
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : พาเลซ 2-2 วูล์ฟส์
ระดับความมั่นใจ : 82%
ไฮน์เดนเฮลม์ vs สตุ๊ตการ์ต (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไฮน์เดนเฮลม์ยังมีปัญหาเรื่องความแน่นอนของเกมรับ เวลาโดนบุกเร็วหรือโดนเพรสสูงมักเสียทรงง่าย และเมื่อถอยต่ำจะเสียพื้นที่แดนกลางทันที ทำให้โดนบุกเป็นชุดบ่อย สตุ๊ตการ์ตภาพรวมดูครบเครื่องกว่า เกมรุกมีทั้งสปีดและจังหวะเข้าทำหลากหลาย การขึ้นเกมเป็นระบบและเปลี่ยนจังหวะเร็ว จุดเด่นคือความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย เมื่อเทียบศักยภาพและความต่อเนื่องของเกม ทีมเยือนดูเหนือกว่าชัด มีโอกาสบุกคุมเกมและปิดงานตามเรต
ฟันธง : ต่อ สตุ๊ตการ์ต 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ไฮน์เดนเฮลม์ 1-2 สตุ๊ตการ์ต
ระดับความมั่นใจ : 84%
เซเรโซ่ โอซาก้า vs ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า (เจ-ลีก ญี่ปุ่น)
เซเรโซ่เป็นทีมที่เล่นบอลมีจังหวะและต่อบอลดี แต่ปัญหาคือเวลาถูกกดดันหนักมักเสียสมดุลเกมรับ โดยเฉพาะจังหวะป้องกันพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษที่เปิดช่องให้ยิงง่าย ฮิโรชิม่าช่วงนี้เล่นด้วยความมั่นใจ เกมบุกมีแบบแผนและความเร็ว การเข้าทำต่อเนื่องและแม่นยำขึ้นชัด จุดแข็งคือการคุมจังหวะกลางสนามและเปลี่ยนรับเป็นรุกไว เมื่อเทียบคุณภาพเกม ความนิ่ง และความคมในจังหวะจบสกอร์ ทีมเยือนดูเหนือกว่าหลายมุม
ฟันธง : ต่อ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : เซเรโซ่ 0-2 ฮิโรชิม่า
ระดับความมั่นใจ : 83%
🖊 ตาข่ายทอง.
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – ลิเวอร์พูล(พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 27 เตรียมลงสนามฟาดแข้งกันที่สนาม ซิตี้ กราวด์ ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.00 น. เป็นการพบกันระหว่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมอันดับ 17 ที่กำลังดิ้นรนหนีตาย เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 ที่ต้องการทุกคะแนนเพื่อตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ส่องความพร้อม “น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์” : บอลเปลี่ยนโค้ชกำลังคึก
“เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เพิ่งทำการแต่งตั้ง วิตอร์ เปเรยร่า เข้ามาคุมทีม บรรยากาศในทีมดูคึกคักขึ้นทันที หลังเปิดตัวสวยในบอลยุโรปชนะเฟเนร์บาห์เช่ 3-0 ทำให้ความมั่นใจเริ่มกลับมา ช่วงหลังผลงานเริ่มกระเตื้อง โดยเฉพาะเกมในบ้านที่เล่นรัดกุมขึ้นชัดเจน จุดอ่อนยังอยู่ที่เกมรุก ความเฉียบคมยังไม่มาก โอกาสยิงแต่ละเกมไม่เยอะ เกมนี้คาดว่าแผนชัดเจน รับลึก รอจังหวะสวนกลับเร็ว เล่นงานพื้นที่ด้านข้างของลิเวอร์พูลเป็นหลัก
ส่องความพร้อม “ลิเวอร์พูล” : บทพิสูจน์กึ๋นของ อาร์เน่อ ชล็อต
ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ อาร์เน่อ ชล็อต กำลังอยู่ในช่วงเร่งเครื่องเพื่อไล่จี้ท็อปโฟร์ โดยปัจจุบันมี 42 คะแนน ตามหลังอันดับ 4 (แมนฯ ยูไนเต็ด) อยู่ 3 คะแนน ยังคงเป็นทีมลุ้นหัวตาราง ด้วยศักยภาพผู้เล่นและระบบการเล่นที่เน้นครองบอล บุกกดดันต่อเนื่อง ครองบอลได้เหนือกว่า เกมรุกหลากหลาย เข้าทำจากหลายพื้นที่ ศักยภาพผู้เล่นโดยรวมยังดูเหนือกว่า คาดว่าครองบอลเกิน 60% และเดินเกมรุกตั้งแต่ต้น
แม้ชื่อชั้นลิเวอร์พูลดูดีกว่า แต่การมาเยือนซิตี้ กราวด์ ในช่วง “บอลเปลี่ยนโค้ช” ไม่ง่ายแน่นอน ฟอเรสต์น่าจะสู้เต็มที่ เกมรับเหนียวแน่นแล้วรอสวน อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงจูงใจและคุณภาพทีม ลิเวอร์พูลยังดูมีภาษีเบียดชนะมากกว่า แต่คงไม่ขาดลอย เว้นแต่ว่าจะมีจุดเปลี่ยนอย่างใบแดงหรือจุดโทษเร็ว หากเลือกเชียร์ ต่อ ลิเวอร์พูล พอได้ลุ้น แต่ส่วนตัวขอไปนับสกอร์รวมตอนจบดีกว่า ยิงเข้าไม่ถึง 3 ลูก มองต่ำ 3 ไว้ เกมน่าจะอึดอัดพอสมควร บอลแบบนี้ วัดกันที่ความคมล้วน ๆ
… เทพสนามนิรนาม …
วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ : สเปอร์ส vs อาร์เซน่อล
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ต้องเปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งและรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ให้ได้ ท่ามกลางมรสุมวิจารณ์ฟอร์มการเล่นในช่วงหลังที่ดูแผ่วลงไปชัดเจน ขณะที่เจ้าถิ่น “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตหนักรั้งอันดับ 16 ของตารางและเพิ่งปลดกุนซือโธมัส แฟรงค์ ไปหมาดๆ ทำให้เกม “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้” นัดนี้มีความหมายเกินกว่าแค่การศักดิ์ศรี เพราะทั้งสองทีมต้องการสามแต้มเพื่อเป้าหมายที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว แม้มาตรฐานของทั้งคู่จะห่างกันพอสมควร แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเกมดาร์บี้แมตช์ สเปอร์สภายใต้การคุมทีมของ อีกอร์ ทูดอร์ จะต้องเน้นเกมรับที่เหนียวแน่นและสวนกลับที่รวดเร็วเพื่อกดดันทีมเยือนอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน สเปอร์ส ภายใต้กุนซือรักษาการอย่าง อีกอร์ ทูดอร์ กำลังแบกรับความกดดันมหาศาลจากการรั้งอันดับท้ายตาราง โดยมีปัญหาใหญ่ที่แนวรับซึ่งมักเสียประตูง่ายและสมาธิหลุดในช่วงท้ายเกมเสมอ แม้จะมีตัวรุกอันตรายอย่าง ริชาร์ลิสัน และ โมฮาเหม็ด คูดุส ที่หวังพึ่งพาได้ แต่ด้วยสภาพจิตใจทีมที่กำลังระส่ำระสาย การจะรับมือกับทีมจ่าฝูงที่ต้องการแก้ตัวจากการเสมอมาในนัดล่าสุดถือเป็นโจทย์ที่ยากลำบาก ทว่าความหวังเดียวคือการใช้ความได้เปรียบในถิ่นและความมุ่งมั่นของนักเตะที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อโอกาสในการอยู่รอด
ฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แม้จะรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแต่ฟอร์มการเล่นนับตั้งแต่ขึ้นปี 2026 ดูมีอาการ “สะดุด” ให้เห็นชัดเจน ทั้งปัญหาการจบสกอร์และการรักษาความนิ่งในเกมเยือน โดยล่าสุดเพิ่งทำแต้มหล่นด้วยการเสมอวูล์ฟแฮมป์ตันมา 2-2 ทำให้เกมนี้อาร์เตต้าจำเป็นต้องกำชับให้ลูกทีมรวมพลังเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้ นำทัพโดย กาเบรียล ในแนวรับที่แข็งแกร่ง และเกมรุกที่มี บูกาโย่ ซาก้า เป็นหัวใจหลัก ซึ่งพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อแก้ตัวจากการพลาดท่าในนัดก่อน
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและแรงจูงใจของอาร์เซน่อลที่เป็นต่ออยู่หลายขุม แม้สเปอร์สจะมี “ฮึด” ในเกมดาร์บี้แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่เป็นรองชัดเจน การต้านทานเกมรุกของปืนใหญ่ที่กดดันหนักเพื่อแชมป์จึงเป็นเรื่องยาก เรตราคาที่เปิดมา สูง 2.75 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะทั้งคู่ต้องการประตูเพื่อผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และด้วยสถิติของเกมลอนดอนดาร์บี้ที่มักจะแลกกันดุเดือด เชื่อว่าอาร์เซน่อลจะยิงได้ตามเป้าและสเปอร์สเองก็มีโอกาสสูงที่จะสวนกลับได้หนึ่งลูกจากการที่ทีมเยือนต้องเปิดหน้าบุกใส่ สกอร์รวมมีโอกาสทะลุเป้าสูงในเกมนี้
เลือกเล่น : วางสกอร์ สูง 2.75
— กุนซือไร้เงา —
ก่อนหน้า 1 … 38 39 40 41 42 … 84 ถัดไป »