เดแคลน ไรซ์ กองกลางทีมชาติอังกฤษของอาร์เซนอล กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปเวลานี้ หลังทำผลงานโดดเด่นต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในการพาทีมลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลเดียว จนชื่อของเขาถูกโยงเข้าสู่การลุ้นรางวัลลูกหนังทองคำอย่าง บัลลงดอร์
มิดฟิลด์วัย 27 ปี ยอมรับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่ในบทสนทนาระดับโลก แต่ย้ำชัดว่าเป้าหมายสูงสุดยังคงเป็นความสำเร็จของทีมมากกว่ารางวัลส่วนตัว
ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตตา อาร์เซนอลพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่พวกเขานำเป็นจ่าฝูงและรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ
นอกจากผลงานในลีก ทีมยังเข้ารอบลึกในรายการสำคัญครบทุกถ้วย ได้แก่
อีเอฟแอล คัพ
เอฟเอ คัพ
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
การลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลเดียวถือเป็นเป้าหมายระดับประวัติศาสตร์ และไรซ์คือฟันเฟืองหลักที่ทำให้ทีมมีความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ
ไรซ์ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในแดนกลาง อ่านเกมได้แม่นยำ ตัดบอลเฉียบขาด และช่วยให้ทีมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว การยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาดทำให้อาร์เซนอลเสียประตูน้อยลงอย่างชัดเจน
นอกจากเกมรับที่แข็งแกร่ง เขายังมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น ทั้งการยิงไกล การสอดขึ้นทำประตู และการจ่ายบอลสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่สุดท้าย
หลายประตูและแอสซิสต์ของเขาเกิดขึ้นในแมตช์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเกมลุ้นแชมป์ลีกหรือเกมยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงในระดับบัลลงดอร์
แม้ไม่ใช่กัปตันทีมโดยตำแหน่ง แต่ไรซ์แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำผ่านผลงานในสนาม ความทุ่มเท และมาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวาตลอดทั้งฤดูกาล
แม้ผลงานจะโดดเด่น แต่เส้นทางสู่รางวัลบัลลงดอร์ยังเต็มไปด้วยคู่แข่งระดับซูเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็น
คีลิยัน เอ็มบัปเป จาก เรอัล มาดริด
แฮร์รี เคน จาก บาเยิร์น มิวนิก
ลามีน ยามาล จาก บาร์เซโลนา
โดยปกติแล้ว ผู้คว้าบัลลงดอร์มักเป็นนักเตะเกมรุกที่มีสถิติทำประตูสูง ดังนั้นกองกลางอย่างไรซ์จำเป็นต้องพึ่งพาความสำเร็จระดับทีมควบคู่ไปด้วย
การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
ความสำเร็จในเวทียุโรป
ผลงานโดดเด่นในรอบรองฯ หรือรอบชิงชนะเลิศ
การมีอิทธิพลต่อทีมอย่างชัดเจนในเกมตัดสิน
หากอาร์เซนอลสามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้อย่างน้อยหนึ่งรายการ โอกาสของไรซ์ในการก้าวขึ้นเป็นตัวเต็งบัลลงดอร์จะเพิ่มขึ้นทันที
กองกลางทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า การถูกพูดถึงในระดับนี้เป็นความภาคภูมิใจของชีวิตนักฟุตบอล แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการพาทีมประสบความสำเร็จ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับความเคารพจากทั้งเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล
เดแคลน ไรซ์ กำลังก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของเส้นทางอาชีพ ด้วยฟอร์มที่โดดเด่น ความสม่ำเสมอ และอิทธิพลต่อทีมอย่างชัดเจน หากฤดูกาลนี้จบลงด้วยถ้วยแชมป์ใบใหญ่ โอกาสในการคว้าบัลลงดอร์จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
ไม่ว่าผลรางวัลจะออกมาอย่างไร ฤดูกาลนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของโลก และเป็นกำลังสำคัญที่อาจพาอาร์เซนอลสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสรได้อย่างแท้จริง
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์เพลย์ออฟ นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกมสุดดราม่าที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม เมื่อ ยูเวนตุส เปิดบ้านไล่ถล่ม กาลาตาซาราย 3-0 ใน 90 นาที ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ก่อนจะพ่ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดเป็นฝ่ายทีมดังจากตุรกีผ่านเข้ารอบด้วยผลรวม 7-5
เลกแรก ยูเวนตุส บุกไปพ่ายมาก่อน 2-5 ทำให้เกมนี้ไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าบุกเต็มกำลังตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ กาลาตาซาราย ขอเพียงประคองเกมและรักษาความได้เปรียบ
เริ่มเกมมา 11 นาที วิคเตอร์ โอซิเมน เกือบพังประตูให้ทีมเยือน แต่ มัตเตีย เปริน ยังเซฟช่วยเจ้าถิ่นไว้ได้
นาที 30 เคนัน ยิลดิซ ได้โอกาสซัดเน้น ๆ แต่ อูวูร์ชาน ชาคีร์ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟ
กระทั่งนาที 37 ยูเวนตุส มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ลูคัส ตอร์เรยร่า เสียบใส่ เคเฟรน ตูราม ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนเป่าให้จุดโทษทันที และเป็น มานูเอล โลคาเตลลี่ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด
ยูเวนตุส นำ 1-0 (สกอร์รวม 3-5)
นาที 48 เจ้าบ้านต้องเหลือ 10 คน เมื่อ ลอยด์ เคลลี่ โดนใบแดงจากจังหวะย่ำใส่ บาริช อัลแพร์ ยิลมาซ หลังเช็ก VAR
แม้ตัวผู้เล่นน้อยกว่า แต่ “ม้าลาย” ไม่ยอมแพ้
นาที 70 ปิแอร์ กาลูลู เปิดบอลให้ เฟเดริโก้ กัตติ ยิงเข้าไปเป็น 2-0 (รวม 4-5)
นาที 82 ฟรีคิกเปิดเข้าเขตโทษ เติน คอปไมเนอร์ส โขกชงให้ เวสตัน แม็คเคนนี่ โหม่งเข้าไป
ยูเวนตุส นำ 3-0 (สกอร์รวม 5-5)
จบ 90 นาที ต้องต่อเวลาพิเศษ
นาที 105 กาลาตาซาราย ได้ประตูสำคัญจาก วิคเตอร์ โอซิเมน หลุดกับดักล้ำหน้า ยิงลอดขานายด่านเข้าไป
สกอร์รวม กาลาตาซาราย นำ 6-5
ช่วงท้ายเกม นาที 119 บาริช อัลแพร์ ยิลมาซ ซัดประตูย้ำชัย แม้สกอร์เกมนี้จะจบที่ ยูเวนตุส ชนะ 3-2 (หลังต่อเวลา) แต่สกอร์รวมสองนัดเป็น กาลาตาซาราย ชนะ 7-5
เลกแรก: กาลาตาซาราย ชนะ 5-2
เลกสอง: ยูเวนตุส ชนะ 3-2 (หลังต่อเวลา)
สกอร์รวม: กาลาตาซาราย ชนะ 7-5
กาลาตาซาราย ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอลุ้นผลจับสลากว่าจะพบกับ ลิเวอร์พูล หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในรอบถัดไป
“ราชันชุดขาว” ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง หลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เบนฟิก้า 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ เพลย์ออฟ นัดที่สอง เมื่อคืนวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 รวมผลสองนัด เรอัล มาดริด ชนะ 3-1 การันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
เรอัล มาดริด 2-1 เบนฟิก้า
(รวม 2 นัด เรอัล มาดริด ชนะ 3-1)
เริ่มเกมมาเพียง 14 นาที ทีมเยือนสร้างเซอร์ไพรส์เมื่อ วานเจลิส พาฟลิดิส กระชากบอลขึ้นทางฝั่งขวา ก่อนปาดเข้ากลางให้ ราฟา ซิลวา ซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป แม้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ จะป้องกันจังหวะแรกไว้ได้ แต่สุดท้ายต้านไม่อยู่ เบนฟิก้าบุกนำ 1-0
อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นตอบโต้ทันควัน นาทีที่ 16 เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ เปิดบอลแม่นยำให้ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ยิงตีเสมอ 1-1 ช่วยให้เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง
ช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์ด้า กือแลร์ ส่งบอลเข้าประตูได้สำเร็จ แต่ VAR ตรวจสอบพบจังหวะล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกัน 1-1 เมื่อจบ 45 นาทีแรก
ครึ่งหลังเกมดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่ทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ
กระทั่งนาทีที่ 80 เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ โชว์วิสัยทัศน์วางบอลยาวสุดแม่นให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนซัดผ่านมือ อนาโตลี ตรูบิน เข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งเสียงเฮลั่นสนาม และกลายเป็นประตูชัยให้เรอัล มาดริด พลิกแซงชนะ 2-1
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เรอัล มาดริด ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ตามเป้าหมาย พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในเวทียุโรป และรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์สมัยต่อไป
ฟอร์มการเล่นที่เฉียบคม เกมรุกที่อันตราย และประสบการณ์ในถ้วยยุโรป คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ราชันชุดขาว” ยังคงเป็นหนึ่งในทีมเต็งของรายการนี้
โบโลญญ่า – เอสเค บรานน์ (ยูโรป้า ลีก) วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบเพลย์ออฟ น็อกเอาต์ นัดที่สอง เป็นการพบกันระหว่าง “รอสโซ่บลู” โบโลญญ่า ตัวแทนแกร่งจากอิตาลี เปิดสนาม เรนาโต้ ดัลลาร่า รับการมาเยือนของ เอสเค บรานน์ ทีมจอมเซอร์ไพรส์จากนอร์เวย์ ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
จากเกมแรกที่นอร์เวย์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โบโลญญ่า โชว์ความเก๋าเกมบุกไปเอาชนะ เอสเค บรานน์ ได้ถึงถิ่น 1-0 จากประตูโทนของ ซานติอาโก้ คาสโตร ตั้งแต่ช่วงต้นเกม ทำให้สถานการณ์ในนัดนี้ โบโลญญ่า ขอเพียงแค่ผล “เสมอ” ในบ้านตัวเอง ก็จะลอยลำเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที
ฝั่งเจ้าบ้าน โบโลญญ่า
ทีมของ วินเชนโซ่ อิตาเลียโน่ กำลังมั่นใจสุด ๆ เพิ่งชนะ อูดิเนเซ่ 1-0 ในลีกมาอีกต่างหาก จุดเด่นตอนนี้คือเกมรับที่เหนียวแน่น เล่นกันมีวินัยมาก และคาสโตรก็กำลังมั่นใจหลังยิงประตูชัยเลกแรก
แผนวันนี้คงไม่ต้องบุกแหลก เน้นรัดกุม ไม่เสียก่อน แล้วรอสวนหรือคุมจังหวะไปเรื่อย ๆ ขอแค่ไม่พลาดก็พอ
ฝั่งทีมเยือน เอสเค บรานน์
ทีมจากนอร์เวย์พิสูจน์แล้วว่าไม่ธรรมดา วิ่งสู้ฟัดทั้งเกมในนัดแรก แต่สถานการณ์บีบให้ต้องเปิดเกมบุก เพราะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยิงคืนให้ได้
ปัญหาคือสภาพความฟิตและจังหวะเกม เพราะลีกนอร์เวย์ยังไม่อยู่ในช่วงแข่งขันเต็มตัว ความต่อเนื่องอาจสู้เจ้าบ้านที่กำลังเล่นลีกทุกสัปดาห์ไม่ได้
มองเกมนี้
ภาพรวมยังมองว่าโบโลญญ่าดูเหนือกว่าทั้งคุณภาพนักเตะและความเก๋าในเวทียุโรป น่าจะคุมเกมได้ตามแผน บรานน์อาจบุกสู้ แต่พื้นที่สุดท้ายของเจ้าถิ่นค่อนข้างแน่น มีโอกาสสูงที่เกมจะไม่เปิดแลกกันมาก เพราะเจ้าบ้านไม่จำเป็นต้องเร่ง ส่วนทีมเยือนแม้ต้องบุก แต่เจาะยาก ใครเชียร์โบโลญญ่าตามได้เลย ส่วนสายสกอร์รวม เกมนี้ทรงออกอึดอัด ประตูไม่น่าเยอะ ต่ำ 2.75 ยังดูมีลุ้นกว่า
…เทพสนามนิรนาม…
วิเคราะห์บอล ยูโรป้า ลีก : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ vs เฟเนร์บาห์เช่
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ลงเล่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังจากกุมความได้เปรียบมหาศาลจากการบุกไปถล่มมาในนัดแรกถึง 3-0 การกลับมาเล่นในถิ่นซิตี้ กราวด์ ท่ามกลางเสียงเชียร์อันกระหึ่มจะทำให้พวกเขาเน้นการคุมจังหวะและรอจังหวะฉาบฉวยที่ถนัด ขณะที่ “เฟเนร์บาห์เช่” ยักษ์ใหญ่จากตุรกีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมบุกแลกแบบ “พิงฝา” ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อหวังปาฏิหาริย์ในการพลิกนรก ซึ่งการโหมบุกหนักของทีมเยือนอาจกลายเป็นดาบสองคมที่เปิดช่องว่างให้เจ้าบ้านใช้เกมสวนกลับเร็วเข้าเล่นงาน
เจ้าบ้าน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่ วิเตอร์ เปเรยร่า กำลังอยู่ในช่วง “ฮันนีมูนพีเรียด” หลังประเดิมคุมทีมนัดแรกด้วยชัยชนะสวยหรูในเกมยุโรป สภาพทีมสมบูรณ์และมีทีเด็ดในเกมรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะ อิกอร์ เชซุส ดาวยิงฟอร์มแรงที่ซัดไปแล้ว 7 ประตูในรายการนี้ ผสานงานกับ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ที่คอยสร้างสรรค์เกม การเล่นในบ้านที่มีวินัยเกมรับเหนียวแน่นและไม่เสียประตูในครึ่งแรกมาหลายนัดติดต่อกันในถ้วยยุโรป จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พวกเขาประคองสถานการณ์และปิดเกมได้ไม่ยาก
ฝั่งทีมเยือน เฟเนร์บาห์เช่ ของกุนซือที่กำลังเก้าอี้ร้อน จำเป็นต้องใส่เกียร์ว่างลุยแหลกเพื่อทวงประตูคืนให้เร็วที่สุด พวกเขายังมีขุมกำลังที่อันตรายอย่าง มาร์โก อาเซนซิโอ และ อันเดอร์สัน ทาลิสกา ที่พร้อมจะสร้างจุดเปลี่ยนจากลูกยิงไกลหรือฟรีคิก อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือเกมรับที่มักจะสมาธิหลุดยามโดนโต้กลับเร็ว ซึ่งนัดแรกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาต้านทานความรวดเร็วของแนวรุกฟอเรสต์ไม่ได้ การต้องมาเปิดเกมรุกเต็มตัวในนัดนี้อาจจะทำให้สกอร์ไหลได้ง่ายกว่าเดิม
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ทีมเยือนต้องมาเปิดหน้าแลกตั้งแต่วินาทีแรก เข้าทางแผนการเล่นของฟอเรสต์ที่ถนัดเกมโต้กลับเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อพิจารณาจากสถิติที่ทั้งสองทีมต่างมีเกมรุกที่ดุดันประกอบกับเรตสกอร์สูง-ต่ำที่เปิดมา 2.75 เชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดประตูเกิน 3 ลูกมีสูงมาก เพราะหากมีประตูแรกเกิดขึ้นไว เกมจะเปิดกว้างทันที และด้วยความห่างของชั้นเชิงในจังหวะจบสกอร์ช่วงหลัง จะทำให้เกมนี้จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านพร้อมกับสกอร์ที่สูงเกินเรตอย่างแน่นอน
เลือกเล่น : วางสกอร์สูง 2.75
— กุนซือไร้เงา —
โบโลญญ่า พบกับ เอสเค บรานน์ (ยูโรป้า ลีก)
โบโลญญ่า ฟอร์มช่วงหลังถือว่าดีเลย 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 และเป็นการคว้าชัย 3 เกมติด ความมั่นใจกำลังมา เกมรุกเริ่มลงตัวและจบสกอร์ได้คมขึ้น ทางฝั่ง เอสเค บรานน์ ผลงานยังไม่แน่นอน 5 นัดหลังสุดเสมอ 2 แพ้ 2 ชนะ 1 เกมรับมีจุดผิดพลาดให้เห็นต่อเนื่อง ภาพรวมชื่อชั้นและโมเมนตัมตอนนี้ฝั่งเจ้าบ้านดูดีกว่าอย่างชัดเจน หากโบโลญญ่ายังรักษามาตรฐานเกมรุกแบบ 3 นัดหลังได้ โอกาสเก็บชัยมีสูง
แนะนำให้อยู่ฝั่งโบโลญญ่า และมองสกอร์รวมมีลุ้นไม่เกิน 2 ประตู
แนะนำ: ต่ำ 2.75
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 2 ลูก
อัล ริยาด พบกับ อัล อาห์ลี (ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก)
อัล ริยาด ฟอร์มช่วงหลังยังน่าเป็นห่วง 5 นัดหลังสุดแพ้ 3 ชนะ 1 เสมอ 1 และเกมล่าสุดก็เพิ่งสะดุดแพ้อีก ความมั่นใจดูดรอปลงพอสมควร เกมรับยังมีช่องโหว่ให้คู่แข่งเล่นงาน ทางฝั่ง อัล อาห์ลี ผลงานร้อนแรงมาก ชนะ 4 นัดรวดใน 4 เกมหลังสุด และ 5 นัดหลังสุดเก็บชัยถึง 4 เสมอ 1 โมเมนตัมกำลังมาเต็ม เกมรุก มีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคม แนวรับก็เล่นกันอย่างมีวินัย ฟันธง อัล อาห์ลี มีโอกาสบุกมาเก็บชัยต่อเนื่อง
แนะนำ: ต่อ อัล อาห์ลี 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 1-3
ซัมซั่นสปอร์ พบกับ เอฟเค สเกนดิจา (ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก)
ซัมซั่นสปอร์ ฟอร์มช่วงหลังยังขึ้นๆลงๆ 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดทำได้แค่เสมอ ภาพรวมยังขาดความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจังหวะปิดเกมที่ยังไม่เด็ดขาด ด้าน เอฟเค สเกนดิจา ผลงานดูดีกว่าเล็กน้อย 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 และเกมล่าสุดเพิ่งเก็บชัยมาได้ ความมั่นใจกำลังเพิ่มขึ้น เกมรุกของสเกนดิจามีความเฉียบคมมากกว่า ขณะที่ซัมซั่นสปอร์ยังมีจังหวะผิดพลาดในแนวรับให้เห็น ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 2 ลูก ไปทางต่ำได้เลย
แนะนำ: ต่ำ 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 2 ลูก
“KickVision”
สตุ๊ตการ์ต vs เซลติก (ยูโรป้า ลีก)
สตุ๊ตการ์ตเป็นทีมที่เล่นเกมรุกดุดันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลาเล่นในบ้านจะเดินเกมเร็วและดันไลน์สูงเพื่อกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน จุดเด่นคือการเข้าทำหลายรูปแบบทั้งต่อบอลสั้นและเปิดจากด้านข้าง ทำให้เกมส่วนใหญ่มักมีจังหวะยิงต่อเนื่อง เซลติกเองก็เป็นสายบุกเหมือนกัน สไตล์เน้นสปีดเกมและกล้าแลก ไม่ใช่ทีมที่ตั้งรับลึก พอเจอทีมที่เปิดเกมรุกใส่แบบนี้รูปเกมแทบจะการันตีความมันส์ เพราะทั้งสองฝั่งมีจุดเด่นเกมรุกและจังหวะจบสกอร์คมพอ ๆ กัน แนวโน้มเกมเปิดแลกยาว
ฟันธง : สูง 3.0
สกอร์ที่คาด : สตุ๊ตการ์ต 2-2 เซลติก
ระดับความมั่นใจ : 82%
ราซิ่ง เกงค์ vs ดินาโม ซาเกร็บ (ยูโรป้า ลีก)
เกงค์ช่วงนี้เกมรุกไหลลื่นมาก ต่อบอลเร็วและหาช่องยิงเก่ง เวลาได้ครองบอลจะบุกต่อเนื่องจนคู่แข่งตั้งรับแทบไม่ทัน จุดแข็งคือการเติมเกมจากแถวสองที่ทำให้เกมรุกมีมิติ ซาเกร็บก็เป็นทีมที่เกมรุกจัดจ้านเหมือนกัน โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับที่เล่นเร็วและจบไว พอมาเจอทีมที่เปิดเกมบุกแบบเจ้าบ้าน โอกาสเกิดจังหวะแลกหมัดมีสูง เพราะทั้งคู่ถนัดเกมรุกมากกว่าเกมรับ ภาพรวมแล้วมีแนวโน้มยิงกันทั้งสองฝั่ง
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เกงค์ 2-1 ซาเกร็บ
ระดับความมั่นใจ : 81%
AZ อัลค์ม่าร์ vs โนอาห์ (ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก)
อัลค์ม่าร์แม้ชื่อชั้นเหนือกว่า แต่รูปแบบเกมมักเน้นคุมจังหวะมากกว่าเร่งสปีด โดยเฉพาะเกมยุโรปจะเล่นรัดกุมขึ้น เน้นครองบอลและหาจังหวะเข้าทำแบบชัวร์ ไม่ได้เปิดเกมบุกแบบเสี่ยงตลอดเวลา โนอาห์มาเยือนด้วยแผนเน้นรับแน่นและรอสวนกลับเป็นหลัก สไตล์แบบนี้มักทำให้จังหวะเกมช้าลง และจำนวนโอกาสยิงลดลง เมื่อทั้งสองทีมมีแนวโน้มเล่นแบบระวังตัว โอกาสสกอร์สูงเลยดูยาก เกมมีสิทธิ์อึดอัดและยิงกันไม่ขาด
ฟันธง : ต่ำ 3/3.5
สกอร์ที่คาด : อัลค์ม่าร์ 2-0 โนอาห์
ระดับความมั่นใจ : 80%
🖊 ตาข่ายทอง.
ถือเป็นค่ำคืนที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจดจำ ณ สนามฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดี้ยม ท่ามกลางชัยชนะเหนือเอฟเวอร์ตันที่ล้ำค่า ชื่อของ เซอเน่อ ลัมเมนส์ นายทวารดาวรุ่งชาวเบลเยียม กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในฐานะ “จิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป” ของทัพปีศาจแดง
อะไรที่ทำให้ผู้รักษาประตูวัย 23 ปีรายนี้ ถูกยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานบทใหม่ต่อจาก เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์? นี่คือ 5 เหตุผลที่พิสูจน์ว่าเขาสอบผ่านฉลุย
แม้จะเพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งเต็มตัวเพียงปีที่สองนับตั้งแต่ย้ายมาจาก รอยัล อันทเวิร์ป แต่ลัมเมนส์แสดงให้เห็นถึงความนิ่งสงบดั่งภูเขาน้ำแข็ง แม้แต่ เดวิด มอยส์ กุนซือคู่แข่งยังต้องเอ่ยปากชมว่า “สุดยอดจริงๆ” การเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด มาพร้อมกับความคาดหวังมหาศาล แต่ลัมเมนส์กลับใช้ชีวิตภายใต้สปอร์ตไลท์ได้อย่างราบรื่น ไร้ดราม่า และมีบุคลิกความเป็นผู้นำที่หาได้ยากในผู้เล่นวัยเดียวกัน
ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ลัมเมนส์เกือบพลาดท่าจากการโดนบล็อกลูกเปิดในช่วงต้นเกม แต่นั่นคือครั้งเดียวที่เขาส่อแวววูบวาบ หลังจากนั้นเขาโชว์ความนิ่งในการรับมือกับลูกกลางอากาศและลูกตั้งเตะของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้อย่างเบ็ดขาด
การตัดสินใจ: แม่นยำทั้งการออกมาตัดบอลและชกบอล
ปฏิกิริยา: พุ่งเซฟสำคัญในจังหวะชี้เป็นชี้ตายช่วยให้ทีมเก็บ คลีนชีต ได้สำเร็จ
ไมเคิ่ล คาร์ริค เคยกล่าวไว้ว่า ผู้รักษาประตูที่ดีต้อง “ขจัดความวุ่นวาย” ไม่ใช่สร้างความโกลาหล ซึ่งลัมเมนส์คือคำตอบนั้น การมีเขาเฝ้าเสาทำให้กองหลังเล่นง่ายขึ้น เพราะรู้ว่ามีคนคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังเสมอ คาแรกเตอร์ที่ดูสุขุมของเขาช่วยลดความตื่นตระหนกในโซนป้องกันได้อย่างชัดเจน
แม้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ลัมเมนส์ยังคงถ่อมตัวและโฟกัสที่หน้าที่ของตนเอง
“ผมแค่พยายามใจเย็นและเล่นในแบบของตัวเอง… ผมเชื่อมั่นในตัวเองและเพื่อนร่วมทีม” ทัศนคติแบบกระหายการพัฒนาแต่ไม่ยโส คือคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้เขาค้าแข้งในระดับสูงได้ยาวนานเป็นสิบปี
นับตั้งแต่หมดยุค ดาบิด เด เคอา แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของ อ็องเดร โอนาน่า ที่มักจะมีช็อตผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้งจนต้องถูกส่งยืมตัวไป แทร็บซอนสปอร์
แต่การมาของลัมเมนส์คือการกลับสู่พื้นฐานของการเป็นผู้รักษาประตูที่ “ไว้ใจได้” เน้นประสิทธิภาพมากกว่าความหวือหวา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทีมระดับลุ้นแชมป์ต้องการ
ด้วยวัยเพียง 23 ปี และสัญญาที่ยังเหลืออีกยาวไกล เซอเน่อ ลัมเมนส์ มีครบทั้งพรสวรรค์ สภาพจิตใจ และความเข้าใจเกม หากเขายังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่เขาจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ
สาลิกาดงฟอร์มดุ! นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ คาราบัก 3-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 รอบน็อกเอาต์ เพลย์ออฟ นัดสอง รวมผลสองนัดถล่มขาดลอย 9-3 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างยิ่งใหญ่
การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค เกมนี้เจ้าถิ่นกุมความได้เปรียบจากนัดแรกที่บุกไปชนะมาก่อน 6-1
เริ่มเกมได้เพียง 5 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เจค็อบ เมอร์ฟี่ ไหลบอลให้ ซานโดร โตนาลี่ ซัดเต็มข้อเสียบตาข่ายอย่างเฉียบคม
ถัดมาเพียงนาทีเดียว (นาทีที่ 6) สกอร์ไหลเป็น 2-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แอสซิสต์ให้ โชลินตอน จบสกอร์ไม่พลาด ส่งให้ “สาลิกาดง” คุมสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเกม และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบเต็มที่
นาทีที่ 51 ทีมเยือนจากอาเซอร์ไบจานไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ โจนี่ มอนตีล จ่ายให้ กามิโล่ ดูราน ยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 52 นิวคาสเซิ่ลตอบโต้ทันควันจากลูกเตะมุมของ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลให้ สเวน บ็อตมัน โขกเต็มศีรษะเป็น 3-1
นาทีที่ 57 คาราบักได้จุดโทษ มาร์โค ยานโควิช ยิงไปติดเซฟของ แอรอน แรมส์เดล แต่ เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ ตามซ้ำเข้าไปเป็น 2-3 ทว่าช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม
นิวคาสเซิ่ล (อังกฤษ) 3-2 คาราบัก (อาเซอร์ไบจาน)
รวมผลสองนัด: นิวคาสเซิ่ล ชนะ 9-3
ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 ได้สำเร็จ พร้อมสร้างความมั่นใจมหาศาลก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เต็มรูปแบบ
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดสอง กลายเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังนอร์เวย์ เมื่อ โบโด กลิมต์ บุกเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ถึงถิ่น 2-1 รวมผลสองนัดชนะขาดลอย 5-2 การันตีผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า โดยเกมแรกทีมแกร่งจากนอร์เวย์กุมความได้เปรียบจากชัยชนะ 3-1 ทำให้ทัพ “งูใหญ่” ต้องเปิดเกมรุกเต็มสูบเพื่อหวังพลิกสถานการณ์
เริ่มเกมครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ครองบอลบุกอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสยิงได้มากถึง 12 ครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านแนวรับที่มีวินัยและรัดกุมของโบโด กลิมต์ได้
ทีมเยือนเน้นตั้งรับลึก เล่นเกมสวนกลับอย่างมีระบบ ทำให้จบ 45 นาทีแรกแบบไร้สกอร์ 0-0 แม้เจ้าถิ่นจะครองเกมเหนือกว่าชัดเจนก็ตาม
นาทีที่ 58 ความผิดพลาดในแนวรับอินเตอร์เปิดโอกาสให้ เยนส์ เพตเตอร์ เฮาเก้ ซ้ำจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย พาทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 สกอร์รวมขยับเป็น 4-1 ทันที
ถัดมาในนาทีที่ 72 ฮาคอน เอฟเยน หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูอย่างเด็ดขาด พาโบโด กลิมต์หนีห่าง 2-0 และแทบปิดประตูความหวังของเจ้าถิ่น
แม้ อินเตอร์ มิลาน จะได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะยิงซ้ำของ อเลสซานโดร บาสโตนี่ ในนาทีที่ 76 ไล่มาเป็น 1-2 แต่ก็ไม่เพียงพอ จบเกมโบโด กลิมต์บุกคว้าชัย 2-1 รวมสองนัดชนะ 5-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโบโด กลิมต์ บนเวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก การทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของฟุตบอลนอร์เวย์ในเวทียุโรปอย่างชัดเจน
ในรอบต่อไป พวกเขามีโอกาสพบหนึ่งในสองทีมยักษ์ใหญ่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งไม่ว่าจะเจอทีมใด ก็ถือเป็นบททดสอบสำคัญของสโมสรจากนอร์เวย์ทีมนี้
อินเตอร์ มิลาน 1-2 โบโด กลิมต์
สกอร์รวมสองนัด: โบโด กลิมต์ ชนะ 5-2
โบโด กลิมต์ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย UCL เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พบกับ โมนาโก (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฟอร์มกำลังร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 แพ้ 1 และ 2 เกมล่าสุดเก็บชัยต่อเนื่อง เกมรุกเฉียบคมและเข้าทำได้หลากหลาย ความมั่นใจกำลังเต็มเปี่ยม ทางฝั่ง โมนาโก ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดเพิ่งคืนฟอร์มเก็บชัยได้ แต่ภาพรวมยังมีจังหวะสะดุดให้เห็น คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 3 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 3.5
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ฮาร์ทลี่พูล พบกับ คาร์ไลส์ (อังกฤษ คอนเฟอเรนช์)
ฮาร์ทลี่พูล ฟอร์มช่วงหลังยังไม่นิ่ง 5 นัดหลังสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 โดยชัยชนะเกิดขึ้นในเกมล่าสุดเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง เกมรุกยังผลิตสกอร์ได้ไม่สม่ำเสมอ ส่วนเกมรับมีจังหวะพลาดให้เห็นเป็นระยะ ทางฝั่ง คาร์ไลส์ ผลงานร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 แพ้ 1 และ 3 เกมหลังเก็บชัยรวด โมเมนตัมกำลังมาเต็ม เกมรุกเฉียบคมและเข้าทำได้หลากหลาย แนวรับก็เล่นกันเป็นระบบมากขึ้น ฟันธง คาร์ไลส์ ศักยภาพและโมเมนตัมโดยรวมยังเหนือกว่า มีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง
แนะนำ: ต่อ คาร์ไลส์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 1-2
เบรนทรี ทาวน์ พบกับ อัลเดอร์ช็อต (อังกฤษ คอนเฟอเรนช์)
เบรนทรี ทาวน์ ฟอร์มช่วงหลังยังขาดความสม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุดชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1 โดยเกมล่าสุดเพิ่งแพ้ ความมั่นใจอาจสะดุดเล็กน้อย เกมรุกยังจบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร ขณะที่เกมรับมีหลุดให้เห็นเป็นบางช่วง ทางฝั่ง อัลเดอร์ช็อต ผลงานร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร และ 2 เกมล่าสุดเก็บชัยต่อเนื่อง โมเมนตัมกำลังมาเต็ม เกมรุกเฉียบคมและสร้างโอกาสได้หลากหลาย แนวรับก็เล่นกันได้เหนียวแน่นมากขึ้น ภาพรวมทีมเยือนดูเหนือกว่าทั้งฟอร์มและความมั่นใจ ฟันธง อัลเดอร์ช็อต มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ อัลเดอร์ช็อต 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
“KickVision”
มิลล์วอลล์ vs เบอร์มิ่งแฮม (แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ)
มิลล์วอลล์ช่วงนี้เล่นเกมรุกเปิดมากขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในบ้านจะเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น พยายามเพรสสูงและบุกด้านข้างเพื่อสร้างโอกาสยิง ทำให้เกมส่วนใหญ่มีจังหวะเข้าทำต่อเนื่อง จุดเด่นคือความดุดันและการเล่นเร็วที่ทำให้รูปเกมมักเปิดแลก เบอร์มิ่งแฮมแม้จะเน้นรัดกุม แต่เวลาโดนทีมที่สปีดเกมเร็วใส่ มักมีจังหวะเสียพื้นที่หลังไลน์รับ และต้องแก้เกมด้วยการเปิดเกมสู้ ซึ่งยิ่งทำให้จังหวะสวนกลับเกิดบ่อย เมื่อดูทรงเกมแล้วมีแนวโน้มแลกหมัดกันตลอด โอกาสสกอร์สูงเปิดกว้าง
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : มิลล์วอลล์ 2-1 เบอร์มิ่งแฮม
ระดับความมั่นใจ : 81%
โออิตะ ตรินิต้า vs เรย์ลัค ชิกะ (เจ-ลีก ดิวิชั่น 2)
โออิตะภาพรวมดูเหนือกว่าเยอะทั้งสปีดเกมและความต่อเนื่องในการเข้าทำ เกมบุกมีรูปแบบชัด ต่อบอลแม่น และสร้างโอกาสยิงได้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเวลาเล่นต่อหน้าแฟนบอลจะยิ่งเดินเกมเร็วและกดดันคู่แข่งต่อเนื่อง ชิกะยังมีปัญหาเรื่องมาตรฐานเกมรับ เวลาโดนบุกเป็นชุดจะเริ่มเสียตำแหน่งและปล่อยพื้นที่อันตรายหน้ากรอบเขตโทษ ยิ่งเจอทีมที่บุกต่อเนื่องแบบเจ้าถิ่นมีโอกาสโดนกดเกมยาว ภาพรวมแล้วโออิตะดูเหนือกว่าทั้งคุณภาพทีมและจังหวะจบสกอร์ มีลุ้นชนะขาดตามเรต
ฟันธง : ต่อ โออิตะ ตรินิต้า 1
สกอร์ที่คาด : โออิตะ 3-1 ชิกะ
ระดับความมั่นใจ : 83%
อตาลันต้า vs ดอร์ทมุนด์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
อตาลันต้าจุดเด่นคือเกมบุกจัดจ้านและเดินเกมเร็ว แต่สไตล์เปิดแลกแบบนี้มักทำให้แนวรับมีช่องว่าง โดยเฉพาะเวลาเสียบอลกลางสนามจะโดนสวนกลับเร็วทันที ซึ่งเป็นจุดที่คู่แข่งใช้เล่นงานได้บ่อย ดอร์ทมุนด์เป็นทีมที่อันตรายมากเวลาเล่นเกมโต้กลับ ความเร็วแดนหน้าสร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งตลอด และจังหวะเข้าทำค่อนข้างเฉียบ ยิ่งเจอทีมที่เปิดเกมรุกใส่แบบนี้ยิ่งเข้าทาง รูปเกมมีแนวโน้มสูสีและพลิกได้ตลอด มองแล้วทีมเยือนไม่เป็นรองและมีลุ้นบุกยันหรือถึงชนะ
ฟันธง : รอง ดอร์ทมุนด์ 0.5
สกอร์ที่คาด : อตาลันต้า 1-1 ดอร์ทมุนด์
ระดับความมั่นใจ : 82%
🖊 ตาข่ายทอง.

เรอัล มาดริด – เบนฟิก้า (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟน็อคเอาท์ นัดที่สอง ระหว่าง เรอัล มาดริด และ เบนฟิก้า จะคิกออฟในเวลา 03:00 น. วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนามซานติอาโก เบร์นาเบว โดยสถานการณ์ปัจจุบัน เรอัล มาดริด กุมความได้เปรียบจากการบุกไปชนะมาได้ก่อน 1-0 ในนัดแรก
ความพร้อมก่อนเกม เรอัล มาดริด
ฝั่งเจ้าบ้านภายใต้การคุมทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว (รับบทกุนซือขัดตาทัพ) ช่วงหลังมีสะดุดให้เห็น เกมล่าสุดในลีกดันพลาดท่าแพ้ โอซาซูน่า 1-2 ทั้งที่รูปเกมเหนือกว่าเยอะ จุดที่ต้องแก้ด่วนคือสมาธิช่วงท้ายเกมที่ชอบหลุดให้เห็นบ่อย
สภาพทีม เรอัล มาดริด
• โรดรีโก้ ติดโทษแบน
• จู๊ด เบลลิงแฮม ยังบาดเจ็บ
• เอแดร์ มิลิเตา เดี้ยงยาว
แม้ตัวหลักจะหายไปหลายราย แต่จุดแข็งของมาดริดคือ “DNA แชมเปี้ยนส์ลีก” โดยเฉพาะเวลาเล่นในบ้านที่มักมีพลังบางอย่างผลักดันเสมอ เกมนี้เชื่อว่าเปิดหน้าบุกตั้งแต่นาทีแรก หวังยิงปิดจ๊อบให้เร็วที่สุด
ความพร้อมก่อนเกม เบนฟิก้า
ทีมเยือน “เหยี่ยวลิสบอน” นำทัพโดยกุนซือจอมแท็กติก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เตรียมกลับมาเยือนถิ่นเก่าแบบมีไฟเต็มสูบ ฟอร์มล่าสุดในลีกถล่มคู่แข่ง 3-0 ความมั่นใจกำลังมา
สภาพทีม เบนฟิก้า
• มูรินโญ่ โดนแบน ห้ามคุมทีมข้างสนาม
• จานลูกา เพรสเตียนนี ติดโทษแบนยาว
แม้มูรินโญ่ จะไม่ได้ยืนสั่งการข้างสนาม แต่แผนคงวางมาครบแล้ว คาดว่าเกมนี้จะมาในสไตล์รถบัสเต็มระบบ รับลึก รอสวนกลับเร็ว หวังฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของเจ้าบ้าน
จากนัดแรกที่ซัดกันนัวจนมีดราม่า เกมนี้เดือดต่อแน่นอน มาดริดน่าจะเปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อหวังปิดกล่องให้ไวที่สุด แต่เบนฟิก้าเองก็เขี้ยวลากดิน ถึงนัดแรกจะตามหลังอยู่ 0-1 แต่สกอร์นี้มันพลิกง่ายมาก อย่างไรก็ตาม การที่เบนฟิก้าขาดมูรินโญ่คอยกระตุ้นข้างสนาม น่าจะส่งผลต่อสมาธิของนักเตะพอสมควร บวกกับความขลังของสนามเบร์นาเบวที่ใครมาเยือนก็รอดยาก
ถึงแม้จะดูตึงๆ แต่เชื่อว่ามาดริดน่าจะเบียดเอาชนะไปได้อีกนัด ใครชอบเจ้าบ้านไปต่อได้ แต่ถ้าถ้าเน้นชัวร์กด สกอร์รวมต่ำ 3.5 มีลุ้นกว่า ยิงเข้าไม่เยอะ ไม่ถึง 3 ลูก เพราะเกมดูตึงแน่!
…เทพสนามนิรนาม…
วิเคราะห์บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ยูเวนตุส vs กาลาตาซาราย
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่แบบถวายหัวตั้งแต่นกหวีดเริ่ม หลังจากนัดแรกออกไปพ่ายยับเยินที่ตุรกีถึง 2-5 ทำให้สถานการณ์บีบให้พวกเขาต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 3 ประตูเพื่อต่อลมหายใจ ขณะที่ “กาลาตาซาราย” ยอดทีมจากตุรกีที่กุมความได้เปรียบไว้อย่างมหาศาล จะมาในแผนการเล่นที่เน้นความรัดกุมและอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วที่เป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อรอจังหวะเผด็จศึกและปิดโอกาสการคัมแบ็กของเจ้าถิ่น
เจ้าบ้าน ยูเวนตุส ภายใต้การนำทัพในรัง อัลลิอันซ์ สเตเดียม ยังคงมีจุดแข็งที่ฐานแฟนบอลและศักยภาพของนักเตะที่เหนือกว่าในหลายตำแหน่ง แม้ผลงานนัดแรกจะน่าผิดหวัง แต่เกมรุกที่นำโดย ดูซาน วลาโฮวิช และความคล่องตัวของ เคนัน ยิลดิซ ยังคงเป็นอาวุธที่น่ากลัว การได้เล่นในบ้านนัดที่สองมักจะมีพลังแฝงเสมอ โดยเฉพาะแดนกลางที่จะต้องขับเคลื่อนด้วยความดุดันเพื่อบีบให้ทีมเยือนจนมุม และเร่งทำประตูแรกให้ไวที่สุดเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนของเกม
ฝั่งทีมเยือน กาลาตาซาราย อยู่ในฟอร์มที่กำลังมั่นใจสุดขีดหลังจากถล่มมาในนัดแรกถึง 5 ประตู พวกเขามีแนวรุกที่อันตรายอย่าง วิคเตอร์ โอซิมเฮน ที่พร้อมจะลงโทษความผิดพลาดของกองหลังเจ้าถิ่นได้ทุกเมื่อ แม้สถิติการมาเยือนอิตาลีจะไม่สู้ดีนัก แต่ด้วยสกอร์ที่ตุนไว้เยอะ ทำให้พวกเขาสามารถเล่นตามจังหวะของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องผลีผลาม อย่างไรก็ตาม เกมรับของกาลาตาซารายมักจะมีจังหวะหลุดยามโดนกดดันหนักๆ ซึ่งนี่คือจุดที่ยูเวนตุสจะพยายามเจาะเข้าทำ
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยสถานการณ์ที่ยูเวนตุสต้องชนะขาดเท่านั้น ประกอบกับกาลาตาซารายเองก็มีเกมสวนกลับที่เฉียบคม ทำให้เกมนี้มีโอกาสเปิดแลกกันสูงมาก แม้เรตสกอร์สูงจะตั้งไว้ที่ 3.25 ซึ่งดูเหมือนจะสูง แต่เมื่อพิจารณาจากแรงจูงใจที่เจ้าบ้านต้องยิงให้เยอะ และทีมเยือนที่รอโต้กลับเพื่อฝังคู่แข่ง เชื่อว่าประตูจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 90 นาที และมีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยสกอร์ที่มโหฬารเหมือนนัดแรก
เลือกเล่น : วางสกอร์สูง 3.25
— กุนซือไร้เงา —
ก่อนหน้า 1 … 37 38 39 40 41 … 84 ถัดไป »