กุนซือขัดตาทัพที่ “โคตรตึง โคตรอันตราย”
ในช่วงรอยต่อก่อนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะได้ผู้จัดการทีมถาวร สโมสรได้มอบหมายให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางระดับตำนาน รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพชั่วคราว และสิ่งที่แฟนบอลได้เห็นในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ต้องบอกว่าเกินความคาดหมายอย่างมาก
เพียง 5 นัด คาร์ริคพาแมนยูเจอกับคู่แข่งระดับท็อปของยุโรป และทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง จนหลายคนยกให้เป็นช่วงเวลาที่ทีม “นิ่ง มีวินัย และอันตรายที่สุด” ในรอบหลายปี
✅ ชนะ บียาร์เรอัล 2-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก)
เอาชนะทีมของ อูไน เอเมรี่ แบบไม่เสียประตู พร้อมการันตีเข้ารอบ
🤝 เสมอ เชลซี 1-1 (พรีเมียร์ลีก)
ดวลแท็กติกกับ โธมัส ทูเคิ่ล ได้อย่างสูสี รูปเกมไม่ได้เป็นรอง
✅ ชนะ อาร์เซน่อล 3-2 (พรีเมียร์ลีก)
เกมเปิดแลก อ่านเกม มิเกล อาร์เตต้า ขาด เกมรุกเฉียบคม
✅ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 (พรีเมียร์ลีก)
เกมระดับมาสเตอร์คลาส ปราบทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แบบอยู่หมัด
✅ ชนะ อาร์เซน่อล 3-2
ย้ำแค้นอาร์เตต้าอีกครั้ง ตอกย้ำว่าไม่ใช่ฟลุค
สิ่งที่เห็นได้ชัดในช่วง 5 นัดนี้ คือการเปลี่ยนแปลงเชิงแท็กติกและทัศนคติของทีม
🔹 เล่นเป็นระบบ มีวินัย
นักเตะทุกคนรู้หน้าที่ เกมรับเป็นทีม ไม่เปิดพื้นที่พร่ำเพรื่อ
🔹 ไม่เน้นความสวยงาม แต่เน้นผลลัพธ์
คาร์ริคเลือกเล่นแบบรัดกุม รับแน่น รอสวนกลับ เล่นตามสถานการณ์
🔹 รับลึกแต่สวนโคตรคม
โดยเฉพาะเกมกับแมนฯ ซิตี้ ที่ใช้จังหวะน้อยแต่ได้ประตูแบบเด็ดขาด
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลพูดถึงมากที่สุด คือรายชื่อกุนซือที่คาร์ริคต้องเผชิญหน้า
อูไน เอเมรี่
โธมัส ทูเคิ่ล
มิเกล อาร์เตต้า
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
และผลลัพธ์คือ ไม่แพ้ใครเลย แถมยังเอาชนะเป๊ปได้แบบคลีนชีต จนมีแฟนบอลแซวกันว่า
“ไมเคิ่ล คาร์ริค ชนะ เป๊ป 100%”
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็เพียงพอให้เห็นว่า เขาเข้าใจเกมฟุตบอลระดับสูงเป็นอย่างดี
คำถามที่แฟนแมนยูยังถกเถียงกันจนถึงวันนี้คือ
ถ้าไมเคิ่ล คาร์ริค ได้รับโอกาสคุมทีมยาวกว่านี้ เขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่?
บางคนมองว่าเขาเหมาะกับบทบาทผู้ช่วยระดับท็อป
บางคนเชื่อว่าเขามีศักยภาพพอจะเป็นกุนซือใหญ่ในอนาคต
แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ
ช่วงเวลาสั้น ๆ ของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โคตรตึง โคตรอันตราย และน่าจดจำ
ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจ ยุติการเจรจาขาย แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายตัวเก่งให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้กองหลังทีมชาติสกอตแลนด์จะยังค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไปอย่างน้อยจนจบฤดูกาลนี้
ก่อนหน้านี้ “หงส์แดง” ตกเป็นข่าวพร้อมปล่อย โรเบิร์ตสัน ให้กับ สเปอร์ส ในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคม ด้วยค่าตัวราว 5 ล้านปอนด์ เนื่องจากสัญญาของเจ้าตัวกำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ และมีรายงานว่านักเตะยังไม่ตอบรับสัญญาใหม่ที่สโมสรยื่นให้
สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลเรื่องบทบาทในทีม หลังการมาของ มิลอส เคอร์เคซ ที่อาจทำให้โรเบิร์ตสันต้องตกเป็นตัวสำรองในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา This Is Anfield รายงานว่า ลิเวอร์พูลตัดสินใจ ล้มเลิกแผนปล่อยตัว โรเบิร์ตสัน ในเดือนนี้ หลัง โจ โกเมซ กองหลังสารพัดประโยชน์มีอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกแพ้ บอร์นมัธ 3-2
การขาดแคลนผู้เล่นแนวรับทำให้สโมสรไม่ต้องการเสี่ยงเสียแบ็คซ้ายประสบการณ์สูงออกจากทีมในช่วงกลางฤดูกาล
ด้าน พอล จอยซ์ ผู้สื่อข่าวคนดังจาก The Times เปิดเผยว่า อาร์เน่อ สล็อต เฮดโค้ชชาวดัตช์ ไม่ต้องการเสียโรเบิร์ตสันในช่วงเวลาสำคัญ แม้ลิเวอร์พูลจะพยายามดึง คอสตาส ซิมิคาส กลับจากการยืมตัวกับ โรม่า ก่อนกำหนด แต่ทีมจากอิตาลีไม่ยินยอมปล่อยนักเตะกลับ
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน จะยังคงเป็นขุนพลของลิเวอร์พูลจนจบฤดูกาล 2024/25 เป็นอย่างน้อย ก่อนมีโอกาสย้ายทีมแบบ ไม่มีค่าตัว หากไม่ต่อสัญญาใหม่ โดยปัจจุบันเจ้าตัวได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 11 นัด เท่านั้น
ทั้งนี้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยังคงมีโอกาสคว้าตัวแบ็คซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์แบบฟรีเอเยนต์ในช่วงซัมเมอร์ หากยังคงให้ความสนใจ และสามารถโน้มน้าวใจนักเตะให้ย้ายสู่กรุงลอนดอนได้ ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น
แมนยูบุกเชือดอาร์เซน่อล 3-2 คุนญ่าสวมบทฮีโร่ ยิงชัยพาผีแดงขึ้นที่ 4 พรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มสุดเฉียบ บุกเอาชนะ อาร์เซน่อล ถึงถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา โดย มาเตอุส คุนญ่า ตัวสำรอง ลงมายิงประตูชัยสุดสวยช่วงท้ายเกม ส่ง “ปีศาจแดง” เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับขึ้นอันดับ 4 ของตาราง พร้อมยัดเยียดความพ่ายแพ้ในบ้านนัดแรกของฤดูกาลให้กับ “ปืนใหญ่”
เกมนี้ อาร์เซน่อล ในฐานะจ่าฝูง ต้องการชัยชนะเพื่อหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ ไมเคิ่ล คาร์ริค หากบุกเก็บสามแต้มได้จะขยับขึ้นท็อปโฟร์ทันที
เริ่มเกมมาเป็นเจ้าบ้านที่ได้ลุ้นก่อน นาที 18 เดแคลน ไรซ์ เปิดฟรีคิกให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ โหม่งติดเซฟ เซนเน่อ ลัมเมนส์ นายด่านทีมเยือน
นาที 29 อาร์เซน่อลออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูคาโย่ ซาก้า เปิดบอลเข้าเขตโทษ ก่อนบอลแฉลบ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ เข้าประตูไป
อย่างไรก็ตาม นาที 37 แมนยูตามตีเสมอ 1-1 เมื่อ วิลเลี่ยม ซาลีบา จ่ายพลาด เปิดโอกาสให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ฉกบอลหลบ ดาบิด ราย่า ยิงเข้าไปไม่เหลือ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ต้นครึ่งหลัง นาที 50 แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกแซงนำ 2-1 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ แพทริค ดอร์กู บอลพุ่งชนคานเด้งเข้าประตูอย่างเด็ดขาด
อาร์เซน่อลพยายามบุกหนัก และมาตีเสมอ 2-2 นาที 84 จากลูกเตะมุมของ บูคาโย่ ซาก้า ที่ มิเกล เมรีโน่ ยิงจ่อ ๆ ไม่พลาด
แต่แล้วนาที 87 แฟนผีได้เฮลั่น เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ประสานงานกับ ค็อบบี้ เมนู ก่อนที่ มาเตอุส คุนญ่า ตัวสำรอง จะปั่นโค้งสุดคมเสียบสามเหลี่ยม พา แมนยูขึ้นนำ 3-2 และเป็นประตูชัยในเกมนี้
จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” มีเพิ่มเป็น 38 คะแนน แซง เชลซี ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก ส่วน อาร์เซน่อล แพ้คาบ้านเป็นนัดแรกของฤดูกาล แม้ยังนำเป็นจ่าฝูงแต่ถูกหยุดแต้มสำคัญ
อัล นาเซอร์ – อัล ทาวอน (ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก) วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569
เตรียมพบกับแมตช์สำคัญในศึกฟุตบอลซาอุดี โปร ลีก ประจำวันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 00:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยเป็นการปะทะกันระหว่างเจ้าบ้านฟอร์มแกร่งอย่าง “อัล นาสเซอร์” และทีมฟอร์มดี “อัล ทาวอน” ณ สนามอัล อาววัล พาร์ค เกมนี้มีความหมายต่อการแย่งชิงตำแหน่งท็อปโฟร์เป็นอย่างมาก
ฝั่งเจ้าถิ่น อัล นาสเซอร์ ฟอร์มเกมรุกจัดจ้านสุด ๆ ยิงไปแล้วถึง 44 ประตูจาก 16 นัด เป็นทีมที่ชอบครองบอลและคุมจังหวะเกม ผู้เล่นตัวความหวังยังคงเป็น คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่กดไปแล้ว 16 ประตู นำเป็นดาวซัลโวของลีก โดยมี ชูเอา เฟลิกซ์ และ ซาดิโอ มาเน่ คอยช่วยสนับสนุนแนวรุก
อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าโรนัลโด้พักซ้อมกลุ่มช่วงหลังเพราะอาการล้า ต้องรอเช็กความฟิตก่อนเกม ซึ่งอาจส่งผลกับรูปเกมของเจ้าบ้านพอสมควร
ทางฝั่งทีมเยือน อัล ทาวอน เน้นการเล่นเป็นทีมและมีระเบียบวินัยทางแท็กติกที่ดี แม้จะครองบอลน้อยกว่า แต่พวกเขาก็มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเกมรับเป็นรุก ผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกคือ โรเจอร์ มาร์ติเนซ แต่ทีมจะขาดผู้เล่นบาดเจ็บอย่าง มูซา บาร์โรว์ ที่มีปัญหาเอ็นไขว้หัวเข่าด้านข้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อความคมในแนวรุกของทีมเยือนได้ ปัญหาอาการบาดเจ็บนี้ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ อัล นาสเซอร์ สามารถฉกฉวยโอกาสได้
ภาพรวมของเกมนี้ แม้ชื่อชั้นและศักยภาพทีมจะเทไปทางอัล นาสเซอร์ แต่รูปเกมน่าจะออกมาอึดอัดกว่าที่คิด อัล ทาวอน น่าจะมาเน้นเกมรับแน่น ๆ ไม่เปิดหน้าแลกง่าย ๆ ขณะที่เจ้าบ้านเองก็มีแรงกดดันต้องเก็บสามแต้มให้ได้ ทำให้จังหวะเข้าทำอาจไม่ไหลลื่นตลอดทั้งเกม แต่ยังเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ ความเก๋า และคุณภาพผู้เล่น อัล นาสเซอร์ น่าจะเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด แต่สกอร์ไม่น่าขาด เกมมีโอกาสออกหน้าอึดอัด ยิงกันไม่เยอะอย่างที่หลายคนคาด แนะนำมอง ต่ำ 3.25 เกมนี้มีแนวโน้มเน้นรัดกุมทั้งสองฝั่ง
… เทพสนามนิรนาม …
นอริช ซิตี้ พบกับ โคเวนทรี่ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ) วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569
ในศึกฟุตบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ คู่นี้เป็นการพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โคเวนทรี่ คู่นี้จะเริ่มแข่งกัน วันอังคาร ที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย
นอริช ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นค่อนข้างโดดเด่น จากผลงานใน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัด และแพ้เพียง 1 นัดเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความลงตัวของทีมในช่วงหลัง เกมรุกของนอริชถือเป็นจุดแข็งสำคัญ และการจบสกอร์ที่มีประสิทธิภาพ เกมรับแม้ยังมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมสามารถคุมจังหวะเกมและรักษาความได้เปรียบได้ดี คาดว่านอริชน่าจะมาในระบบถนัดอย่าง 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 เพื่อเน้นการครองบอลและเปิดเกมรุกกดดันคู่แข่ง
ทางฝั่ง โคเวนทรี่ ซิตี้ ผลงานในช่วง 5 นัดหลังสุดถือว่ายังขาดความสม่ำเสมอ โดยชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ยังแกว่งอยู่พอสมควร เกมรุกของทีมยังพอมีทีเด็ดจากจังหวะเข้าทำที่รวดเร็ว และการใช้บอลยาวหรือเกมสวนกลับสร้างโอกาสได้เป็นระยะ แต่ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่เกมรับ ซึ่งมีข้อผิดพลาดให้เห็นในบางช่วง โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับทีมที่เกมรุกจัดจ้าน คาดว่าโคเวนทรี่น่าจะเลือกใช้ระบบ 3-4-2-1 หรือ 4-3-3 เพื่อเน้นความรัดกุมและรอโอกาสโต้กลับ
เมื่อพิจารณาจากภาพรวมของทั้งสองทีม ต้องยอมรับว่า นอริช ซิตี้ ดูเหนือกว่าเล็กน้อย ทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่น ความมั่นใจ และความเฉียบคมในเกมรุก โดยเฉพาะหากได้ลงเล่นในบ้านจะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบมากขึ้น ขณะที่โคเวนทรี่ ซิตี้ ยังต้องแก้ไขปัญหาเรื่องความแน่นอนในเกมรับ หากไม่สามารถต้านทานแรงกดดันของเจ้าบ้านได้ตลอดทั้งเกม รูปเกมมีแนวโน้มที่นอริชจะเป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสเข้าทำได้มากกว่าอย่างชัดเจน คู่นี้มีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยสกอร์รวมที่สูงกว่า 2 ประตู ไปที่สูง 2.5/3 ได้เลย
“KickVision

นอริช ซิตี้ vs โคเวนทรี่ ( แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ )
เจ้าบ้าน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มหลุดอย่างน่าใจหายโดยเฉพาะปัญหาเกมรับที่เสียประตูง่ายยามโดนบดหนักๆ สวนทางกับ “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี่ ที่ปี 2026 นี้ยกระดับเกมเยือนขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นด้วยระบบการโต้กลับที่รวดเร็วและแม่นยำ ขุมกำลังทีมเยือนมีความพร้อมมากกว่าและอยู่ในช่วงที่มั่นใจหลังเก็บชัยชนะรวดในลีกมาหลายนัดติดต่อกัน เรตราคาเปิดมาให้โคเวนทรี่บุกต่อ 0.5 ดูแล้วไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเพราะสถิติการเจอกันพักหลังทีมเยือนมักจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเสมอ นอริชที่พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ในบ้านน่าจะเข้าทางปืนให้โคเวนทรี่ใช้ความเก๋าบุกมาเบียดเอาชนะและคว้า 3 แต้มกลับออกไปได้ในที่สุด
แนะนำ: ต่อ โคเวนทรี่ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 85 %
ผลบอลที่คาด: โคเวนทรี่ ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 , 2-0
ปอร์โต้ vs กิล วิเซนเต้ ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
ยักษ์ใหญ่ปอร์โต้ในรัง เอสตาดิโอ โด ดราเกา ยังคงเป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่น่ากลัวเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับทีมระดับกลางถึงท้ายตารางอย่าง กิล วิเซนเต้ ที่มีสถิติเกมรับเปื่อยยุ่ยยามออกนอกบ้าน เจ้าถิ่นมักจะเปิดเกมรุกเต็มตัวตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรีบปิดเกม ทำให้โอกาสที่จะเกิดประตูไวมีสูงมาก ขณะที่ทีมเยือนเองก็มีลูกสวนกลับที่พอหวังผลได้บ้างซึ่งอาจจะช่วยมาเติมสกอร์ให้จบได้ตามเป้า เรตสกอร์สูง 2.25 ถือว่าเปิดมาเอาใจคอบอลสูงมาก เพราะลำพังแค่เกมรุกของปอร์โต้อย่างเดียวก็มีลุ้นผลิตสกอร์ทะลุเรตได้ไม่ยากเย็น เชื่อว่าเกมนี้จะเปิดหน้าแลกกันสนุกและจบลงด้วยชัยชนะแบบยิงขาดของเจ้าถิ่นพร้อมสกอร์ที่ไหลเกิน 3 ลูก
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
เดน ฮาก vs วิเทสส์ ( ฮอลแลนด์ ดิวิชั่น 2 )
เจ้าถิ่น เดน ฮาก กำลังเดินหน้าทำแต้มเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นอย่างเต็มตัว โดยมีจุดแข็งคือการเล่นในบ้านที่ดุดันและเสียประตูน้อยมากในฤดูกาลนี้ สวนทางกับ วิเทสส์ ที่ดูจะยังปรับตัวกับการเล่นในดิวิชั่น 2 ได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะปัญหาสภาพจิตใจยามเสียประตูแรกที่มักจะทำให้กระบวนทัพรวนจนกู่ไม่กลับบ่อยครั้ง มาตรฐานของเดน ฮาก ในชั่วโมงนี้เหนือกว่าชัดเจนทั้งในแง่ของระบบทีมและศักยภาพผู้เล่นรายบุคคล เรตราคา 1.25 อาจจะดูสูงสำหรับบอลลีกนี้ แต่ด้วยความห่างของเกรดบอลและการที่วิเทสส์กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตฟอร์มตก เชื่อว่าเดน ฮาก จะอาศัยความได้เปรียบในบ้านนวดไปเรื่อยๆ จนพังประตูแรกได้และไหลต่อเนื่องเป็นลูกที่สองและสามได้แบบไม่ยาก
แนะนำ: ต่อ ต่อ เดน ฮาก 1.25
ระดับความมั่นใจ: 85 %
ผลบอลที่คาด: เดน ฮาก ชนะ วิเทสส์ 2-0 , 3-1
— กุนซือไร้เงา —
เอฟเวอร์ตัน vs ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
เอฟเวอร์ตันช่วงนี้ฟอร์มแกว่งชัด โดยเฉพาะเกมในบ้านที่ยังหาจังหวะเข้าทำต่อเนื่องไม่ได้ เกมรุกขาดความเฉียบ แถมจังหวะเสียประตูมักมาแบบไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามรูปเกมโดยรวมยังพอมีทรง โดยเฉพาะเกมสวนกลับที่ทำได้อันตรายพอสมควร ฝั่งลีดส์กำลังเล่นด้วยความมั่นใจ เกมเพรสซิ่งทำได้ดี วิ่งไล่ตลอดทั้งเกม และกล้าเปิดหน้าแลก แม้เกมเยือนจะมีหลุดบ้าง แต่จังหวะเข้าทำถือว่าคมพอสมควร เกมนี้รูปเกมน่าจะสูสี แต่ด้วยเรตราคาเปิดมาให้เจ้าบ้านต่อไม่ลึก ยังมองว่าเอฟเวอร์ตันมีโอกาสเบียดชนะจากความเขี้ยวในช่วงท้ายเกม
ฟันธง : ต่อ เอฟเวอร์ตัน 0.5
สกอร์ที่คาด : เอฟเวอร์ตัน 2-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ระดับความมั่นใจ : 76%
เดอ กราฟสคัป vs เดน บอสช์ (ฮอลแลนด์ ดิวิชั่น 2)
เดอ กราฟสคัปช่วงหลังเกมรับมีปัญหาชัด แต่จุดเด่นคือเกมรุกยังพอมีของ เล่นในบ้านยังกล้าเปิดเกมบุกใส่คู่แข่ง และสร้างโอกาสได้ค่อนข้างเยอะ เพียงแค่ต้องแก้เรื่องสมาธิในแนวรับให้ดีขึ้น ฝั่งเดน บอสช์อาการหนักกว่า รูปเกมหลุดง่าย โดนกดดันแล้วเสียทรงบ่อย เกมเยือนยิ่งเป็นจุดอ่อน เจอทีมที่เปิดเกมรุกใส่ตลอดแบบนี้มีโอกาสโดนเจาะหลายจังหวะ เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว เจ้าบ้านยังดูเหนือกว่าในเรื่องจังหวะเข้าทำและแรงกระตุ้น
ฟันธง : ต่อ เดอ กราฟสคัป 0.5/1
สกอร์ที่คาด : เดอ กราฟสคัป 2-0 เดน บอสช์
ระดับความมั่นใจ : 81%
เชล์มสฟอร์ด ซิตี้ vs ทอนบริดจ์ แองเจิ้ล (อังกฤษ คอนเฟอเรนช์ ลีกใต้)
เชล์มสฟอร์ดเริ่มกลับมาเล่นด้วยความมั่นใจ เกมรุกมีจังหวะเข้าทำต่อเนื่อง และยิงประตูได้แทบทุกนัดช่วงหลัง เวลาเล่นในบ้านมักเปิดเกมแลก ไม่ค่อยถอยตั้งรับลึก ด้านทอนบริดจ์กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี เกมสวนกลับอันตราย และมีสกอร์ให้เห็นสม่ำเสมอ แม้เกมรับจะไม่ถึงกับเหนียว แต่เวลาเปิดหน้าแลกมักมีจังหวะยิงตอบโต้ตลอด เกมนี้รูปเกมมีแนวโน้มเปิดตั้งแต่ต้น โอกาสไหลสูงค่อนข้างชัด
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เชล์มสฟอร์ด 2-2 ทอนบริดจ์ แองเจิ้ล
ระดับความมั่นใจ : 79%
🖊 ตาข่ายทอง.

บาเยิร์น มิวนิค พลิกพ่าย เอาก์สบวร์ก 1-2 คาบ้าน กอมปานีย้ำบุนเดสลีกาไม่ใช่งานง่าย
แว็งซ็องต์ กอมปานี เฮดโค้ชของ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับสุดผิดหวัง หลังพาทีมเปิดสนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า พ่ายให้กับ เอาก์สบวร์ก 1-2 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมย้ำชัดว่าลีกเมืองเบียร์ไม่ใช่เวทีที่เล่นง่ายอย่างที่หลายคนคิด
เกมนี้ บาเยิร์น เป็นฝ่ายออกนำก่อนจากลูกโหม่งของ ฮิโรกิ อิโต ในนาทีที่ 23 ทำให้ “เสือใต้” จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 แต่ครึ่งหลังสถานการณ์พลิกผัน เมื่อทีมเยือนเอาก์สบวร์กเร่งเครื่องและยิงสองประตูแซงชนะจาก อาร์ตูร์ ชาเวส นาทีที่ 75 และ อัน-โนอาห์ มาสเซนโก นาทีที่ 81 คว้า 3 แต้มกลับบ้านแบบสุดช็อก
แม้จะเป็นความพ่ายแพ้ในเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล แต่ บาเยิร์น มิวนิค ยังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง บุนเดสลีกา แข่ง 19 นัด มี 50 คะแนน นำหน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อันดับสองอยู่ถึง 11 แต้ม (โดยดอร์ทมุนด์ยังมีโปรแกรมลงเล่นในคู่ดึก)
หลังจบเกม กอมปานี ให้สัมภาษณ์ว่า
“ผลการแข่งขันนัดนี้ย้ำให้เห็นว่า บุนเดสลีกา ไม่ใช่ลีกที่เล่นง่าย และทุกเกมมีความเสี่ยงเสมอ เราเล่นได้ค่อนข้างนิ่งในครึ่งแรก แม้จะสร้างโอกาสไม่มากนัก”
กุนซือชาวเบลเยียมยังกล่าวถึงสภาพทีมที่กรำศึกหนักในช่วงที่ผ่านมา
“เราเล่นมา 5 นัดใน 13 วัน บางทีวันนี้เราอาจคิดว่าแค่เอาผลการแข่งขันก็พอ ไม่จำเป็นต้องโชว์ฟอร์มหวือหวา แต่สุดท้ายผมผิดหวังกับผลการแข่งขันมากกว่าฟอร์ม เพราะเรากำลังอยู่ในตำแหน่งที่ดี แล้วกลับปล่อยมันหลุดมือไป ครึ่งหลังเราไม่สามารถใส่พลังได้เหมือนเกมก่อนๆ”
พร้อมกันนี้ กอมปานี ยังแสดงความยินดีกับคู่แข่ง
“ขอแสดงความยินดีกับเอาก์สบวร์ก นี่คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการตอบสนอง และกลับมาให้ได้ในเกมต่อไป”
ความพ่ายแพ้นัดนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของบาเยิร์น มิวนิค ในการลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ และแฟนบอลต้องจับตาดูว่า “เสือใต้” จะตอบสนองอย่างไรในเกมถัดไป
เชลซี เล็งดึง “ก็องเต้” คืนถิ่น! สนใจยืมตัวจาก อัล อิตติฮัด ตลาดมกราคมนี้ พร้อมจับตาดีล รูเบน เนเวส
เชลซี ตกเป็นข่าวใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม หลังมีรายงานว่ากำลังพิจารณาคว้าตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ อัล อิตติฮัด กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง โดยอาจเป็นดีลในรูปแบบ ยืมตัวระยะสั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง
ขณะเดียวกัน “สิงห์บลูส์” ยังมีชื่อของ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสจาก อัล ฮิลาล เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่อยู่ในความสนใจเช่นกัน
รายงานดังกล่าวมาจาก Matt Law ผู้สื่อข่าวสายเชลซีที่มีความน่าเชื่อถือสูง
สำหรับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถือเป็นหนึ่งในตำนานยุคใหม่ของเชลซี หลังเคยมีบทบาทสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และถ้วยใหญ่อีกมากมาย
แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะค้าแข้งอยู่ในลีกซาอุดีอาระเบียกับ อัล อิตติฮัด แต่เชลซียังคงมองว่า ประสบการณ์ ความเป็นผู้นำ และความเข้าใจในระบบทีมของก็องเต้ อาจช่วยยกระดับแดนกลางของทีมในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือเรื่อง อายุและสภาพความฟิต หลังเจ้าตัวเคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงท้ายกับเชลซี
นอกจากก็องเต้แล้ว เชลซียังให้ความสนใจ รูเบน เนเวส อดีตกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ อัล ฮิลาล
เนเวสถือเป็นกองกลางที่มีจุดเด่นทั้งการคุมจังหวะเกม การผ่านบอลระยะไกล และการยิงไกลอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตอบโจทย์แผนสร้างทีมระยะยาวของเชลซีมากกว่า หากมีการเดินหน้าดีลแบบถาวร
แต่ความท้าทายสำคัญคือ ค่าตัวและค่าเหนื่อย รวมถึงท่าทีของอัล ฮิลาล ที่อาจไม่ต้องการปล่อยนักเตะคนสำคัญออกจากทีมง่าย ๆ
เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : เหมาะกับการแก้ปัญหาระยะสั้น เพิ่มประสบการณ์และความสมดุลในแดนกลาง
รูเบน เนเวส : ตัวเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับอนาคต หากเชลซีต้องการแกนหลักในระยะยาว
สุดท้ายแล้ว ทิศทางตลาดเดือนมกราคมของเชลซีจะขึ้นอยู่กับงบประมาณและเป้าหมายของสโมสร ว่าจะเน้น “ผลลัพธ์ทันที” หรือ “การสร้างทีมในระยะยาว”
ผลบอลพรีเมียร์ลีก บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล : หงส์แดงไล่ตีเสมอไม่สำเร็จ โดนยิงทดเจ็บแพ้นัดแรกในรอบ 13 เกม
ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 นัดทุกรายการ หลังบุกไปโดน บอร์นมัธ ยิงประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+5 พ่ายไปสุดมัน 3-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026 ที่สนาม ไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม ส่งผลให้ “หงส์แดง” ไม่ชนะใครในลีกเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน
เกมเริ่มมาเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 26 จากจังหวะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ พยายามสกัดแต่บอลแฉลบมาเข้าทาง อเล็กซ์ สกอตต์ ก่อนจะตวัดต่อให้ เอวานิลซอน ยิงลอดขา อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไป บอร์นมัธ ขึ้นนำ 1-0
ถัดมาเพียง 7 นาที นาทีที่ 33 เจมส์ ฮิลล์ แทงทะลุช่องให้ อเล็กซ์ ฆีเมเนซ หลุดเข้าไปเบียดชนะ มิลอช เคอร์เคซ ก่อนยิงสวนตัวนายทวารทีมเยือน พาเจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 45 จากลูกเตะมุมของ โดมินิค โซโบซไล เปิดให้ ฟาน ไดค์ โขกเต็มแรงเป็นประตูไล่มา 1-2 และเป็นประตูแรกของกองหลังกัปตันทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เดินเกมบุกหนัก นาทีที่ 69 โซโบซไล เปิดเตะมุมเกือบมุดเข้าเสา แต่ ยอร์เย่ เปโตรวิช นายด่านบอร์นมัธ ยังปัดออกไปได้
จนกระทั่งนาทีที่ 80 ความพยายามของหงส์แดงสัมฤทธิ์ผล เมื่อ โดมินิค โซโบซไล ปั่นฟรีคิกสุดสวย บอลเลี้ยวหนีกำแพงเสียบตาข่ายฝั่งขวาอย่างเฉียบขาด ตีเสมอเป็น 2-2
หลังจากนั้น บอร์นมัธ เกือบได้ประตูชัยในนาที 82 จากจังหวะยิงของ ไรอัน คริสตี้ แต่ยังติดเซฟ อลีสซง
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+5 ความผิดพลาดในแนวรับลิเวอร์พูลถูกลงโทษ เมื่อ อามีน อัดลี่ แหย่บอลจ่อ ๆ หน้าประตูไม่พลาด ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย กลายเป็นประตูชัยให้ บอร์นมัธ เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปอย่างดุเดือด 3-2
บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล
สนาม : ไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม
ลิเวอร์พูล แพ้เป็นนัดแรกในรอบ 13 เกมทุกรายการ
“หงส์แดง” ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดต่อกัน
อาร์เซน่อล – แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569
กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับหนึ่งในคู่เดือดแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ! ในวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 23:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาร์เซน่อล จ่าฝูง จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเรียกความมั่นใจกลับมา
ฝั่งเจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า ยังยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น จุดขายสำคัญคือฟอร์มในบ้านที่โหดจัด พวกเขายังไม่แพ้ใครในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมฤดูกาลนี้ และเสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น แม้ในลีกจะเพิ่งสะดุดเสมอมา 2 เกมติด แต่ชัยชนะในถ้วยยุโรปกลางสัปดาห์ช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้พอสมควร สไตล์ทีมยังคงเน้นเกมรับแน่น เล่นเป็นระบบ และเกมรุกมีมิติหลากหลาย
ส่วนทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากเปลี่ยนมาใช้ ไมเคิล คาร์ริค เป็นกุนซือชั่วคราว ดูเหมือนบรรยากาศในทีมจะดีขึ้นทันตา ล่าสุดเพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์บุกชนะ แมนฯ ซิตี้ ในดาร์บี้ 2-0 ความมั่นใจของนักเตะมาเต็มแน่นอน แม้ภาพรวมทีมยังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ และแนวรับยังมีช่องให้เห็นอยู่บ้าง แต่แนวรุกถือว่าอันตราย พร้อมเล่นงานคู่แข่งได้ทุกจังหวะ
รูปเกมคู่นี้น่าจะเป็น อาร์เซน่อล ครองบอลบุกเข้าใส่ตามสไตล์ ส่วนยูไนเต็ดจะเน้นรัดกุมแล้วรอสวนกลับเร็ว วัดกันที่แทคติกและความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย บอกเลยว่าเป็นเกมที่แฟนบอลห้ามพลาด ภาพรวมมองว่าเกมจะออกมาตึงๆ สกอร์ไม่น่าขาด คุณภาพเกมในบ้านยังทำให้อาร์เซน่อลดูได้เปรียบกว่า มีลุ้นคว้าชัยไปในที่สุด ส่วนทางเลือกเดิมพัน เกมนี้มองยิงไม่เยอะ วางต่ำ 3 ยังพออุ่นใจได้อยู่
… เทพสนามนิรนาม …
เบรนท์ฟอร์ด พบกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569
ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่นี้เป็นการพบกันระหว่าง เบรนท์ฟอร์ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คู่นี้จะเริ่มแข่งกัน วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 21.00. น. ตามเวลาของประเทศไทย
เบรนท์ฟอร์ด กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นค่อนข้างน่าพอใจ จากผลงานใน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้เพียง 1 นัด แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความมั่นใจที่มีอยู่ในทีม เกมรุกของเบรนท์ฟอร์ดยังเป็นจุดแข็งสำคัญ ด้วยการเข้าทำที่รวดเร็ว การเคลื่อนที่หาพื้นที่ดี และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ขณะที่เกมรับแม้จะมีหลุดให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมยังถือว่าคุมจังหวะเกมได้ดี คาดว่าเบรนท์ฟอร์ดน่าจะมาในระบบถนัดอย่าง 3-5-2 หรือ 4-3-3 เพื่อเน้นความดุดันในแดนหน้าและการครองเกมในแดนกลาง
ทางฝั่ง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ผลงานในช่วงหลังยังคงดูแกว่งพอสมควร โดย 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ถึง 2 นัด สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเกมรับที่ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม เกมรุกของฟอเรสต์ยังพอมีทีเด็ดจากจังหวะสวนกลับเร็ว และการเล่นเกมริมเส้นที่สามารถสร้างโอกาสได้ คาดว่าทีมเยือนน่าจะเลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 เพื่อเน้นความรัดกุมและรอโอกาสโต้กลับ
เมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด ต้องยอมรับว่า เบรนท์ฟอร์ด ดูเหนือกว่าเล็กน้อย ทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่น ความมั่นใจ และความลงตัวของทีม โดยเฉพาะหากได้ลงเล่นในบ้านจะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบมากขึ้น ขณะที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยังมีปัญหาในเกมรับที่อาจต้านทานความดุดันของเจ้าบ้านได้ยาก รูปเกมมีแนวโน้มที่เบรนท์ฟอร์ดจะเป็นฝ่ายครองบอลและเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง คู่นี้จึงมีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยสกอร์รวมที่สูงกว่า 2 ประตู ไปที่สูง 2.5 ได้เลย
“KickVision”
นิวคาสเซิ่ล vs แอสตัน วิลล่า ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
ศึกชิงพื้นที่ยุโรปที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค การันตีความเดือดด้วยสไตล์บอลของทั้งสองทีมที่เน้นเกมรุกรวดเร็วเป็นจุดขาย นิวคาสเซิ่ลในบ้านมักจะเปิดเกมบุกเข้าใส่แบบไม่เกรงใจใคร ขณะที่แอสตัน วิลล่า ของอูไน เอเมรี่ ก็มีทีเด็ดจากลูกสวนกลับและการเข้าทำที่เฉียบคมซึ่งมักจะผลิตสกอร์นอกบ้านได้เสมอ สถิติการเจอกันในระยะหลังส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยผลสกอร์ที่สูงเกินเรตราคาแทบทุกนัด เนื่องจากทั้งคู่มีจุดอ่อนที่เกมรับยามต้องเผชิญกับตัวรุกที่มีความคล่องตัวสูง เรตราคา 2.75 จึงดูไม่แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพในแนวรุกที่พร้อมจะแลกหมัดกันตลอด 90 นาที เชื่อว่าเม็ดแรกมาไวจะทำให้เกมเปิดหน้าแลกกันจนสกอร์ไหลทะลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
ยูเวนตุส vs นาโปลี ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
“ศึกดาร์บี้ อิตาลี” ระหว่างสองทีมลุ้นแชมป์ที่ปีนี้เปลี่ยนสไตล์มาเล่นฟุตบอลเน้นการครอบครองบอลและเปิดเกมรุกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ยูเวนตุสยุคใหม่มีทีเด็ดจากตัวริมเส้นที่จัดจ้าน ส่วนนาโปลียังคงความดุดันในจังหวะจบสกอร์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า แม้ในอดีตคู่นี้มักจะเล่นกันแบบระมัดระวัง แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั้งคู่ต้องการ 3 แต้มเพื่อฉีกหนีคู่แข่งในตารางคะแนน จะบีบให้ต้องเปิดหน้าสู้กันมากขึ้น เรตสกอร์สูงที่ 2 ลูกถือว่าตั้งมาค่อนข้างต่ำและปลอดภัยมากสำหรับการลุ้นกินเต็ม เพราะขอเพียงแค่ 2 ประตูผลประกอบการก็ไม่เสียหาย และเมื่อดูจากสถิติช่วงหลังที่มีสกอร์เกิดขึ้นสม่ำเสมอ เชื่อว่าอย่างน้อย 2 ลูกมีให้เห็น และมีสิทธิ์ลุ้นเม็ดสามกินเต็มได้สูง
แนะนำ: สูง 2
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
แอตฯ มาดริด vs มายอร์ก้า ( ลาลีกา สเปน )
“ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาล 2026 กลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดทีมหนึ่งในสเปน โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่มักจะถล่มประตูคู่แข่งตัวเล็กได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่มายอร์ก้าแม้จะเป็นทีมที่เน้นรับลึก แต่สถิติยามออกนอกบ้านมักจะมีข้อผิดพลาดส่วนตัวให้เห็นบ่อยครั้งเมื่อโดนบดหนักๆ การเจอกับแนวรุกที่หลากหลายของเจ้าถิ่นจะทำให้กำแพงเกมรับของทีมเยือนต้านทานได้ยาก เรตราคาที่ 2.75 อาจจะดูเหมือนสูงสำหรับบอลสไตล์สเปน แต่ด้วยฟอร์มการถล่มประตูของแอตฯ มาดริด ในช่วงหลังที่ยิงกระจายมาต่อเนื่อง ประกอบกับสถิติการเจอกันที่สนามแห่งนี้มักจะมีสกอร์ขาดลอย เชื่อว่าเจ้าถิ่นจะเหมาคนเดียว 2-3 ลูก และมีโอกาสที่ทีมเยือนจะช่วยสวนกลับมาได้หนึ่งเม็ดจนพาสกอร์ทะลุเรต
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
คริสตัล พาเลซ vs เชลซี (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
พาเลซช่วงนี้เจอปัญหาหนักทั้งเรื่องความมั่นใจและจังหวะเกม รูปเกมดูติดขัด เกมรุกขาดความเฉียบ เกมในบ้านก็ไม่ได้สร้างความได้เปรียบมากนัก แถมมีจังหวะเสียสมาธิให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่มักพลาดง่าย ฝั่งเชลซียังดูมีมาตรฐานการเล่นที่เหนือกว่า รูปเกมเป็นระบบกว่า แม้ต้องเจอโปรแกรมถี่แต่การคุมจังหวะเกมยังทำได้ดี เกมรุกเน้นจบเร็ว ไม่ต้องครองบอลนานก็สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว เชลซียังดูเหนือกว่าแทบทุกจุด มีโอกาสบุกกดดันและเบียดกินราคาได้
ฟันธง : ต่อ เชลซี 0.5/1
สกอร์ที่คาด : เชลซี 2-0 คริสตัล พาเลซ
ระดับความมั่นใจ : 80%
เอฟซี ธูน vs ยัง บอยส์ (สวิส ซูเปอร์ ลีก)
ธูนกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรง รูปเกมชัดเจนมาก เกมรุกเดินเครื่องเต็มสูบ เล่นบอลเร็ว กล้าเข้าทำ และยิงประตูได้ต่อเนื่อง ยิ่งได้เล่นในบ้านยิ่งเน้นบุก ไม่ค่อยผ่อนเกม แม้ขึ้นนำก็ยังเดินหน้ากดดันต่อ ด้านยัง บอยส์ฟอร์มสวนทางชัดเจน เกมรับมีปัญหา โดนเพรสซิ่งแล้วเสียรูปเกมง่าย แต่ยังพอมีจังหวะสวนกลับให้ลุ้นประตูได้บ้าง ทำให้รูปเกมมีโอกาสเปิดแลก เมื่อเจอกับเจ้าบ้านที่เกมรุกจัดแบบนี้ สกอร์มีสิทธิ์ไหลยาว
ฟันธง : สูง 2.5/3
สกอร์ที่คาด : เอฟซี ธูน 3-1 ยัง บอยส์
ระดับความมั่นใจ : 83%
ไฟร์บวร์ก vs โคโลญจน์ (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไฟร์บวร์กยังคงเล่นด้วยความรัดกุม แต่ไม่ถึงกับปิดเกม เกมในบ้านยังกล้าเปิดเกมรุก และมีจังหวะเข้าทำที่หลากหลาย เวลาเจอทีมที่เปิดแลกมักเล่นได้ถนัดมากขึ้น ฝั่งโคโลญจน์ช่วงหลังเน้นเกมรุกชัดเจน กล้าเดินหน้าแลก แม้เกมรับจะไม่ได้เหนียว แต่มีโอกาสยิงประตูแทบทุกนัด เมื่อมาเจอกับเจ้าบ้านที่ไม่อุด เกมมีแนวโน้มเปิดตั้งแต่ต้น รูปเกมน่าจะผลัดกันบุกและมีสกอร์ให้เห็นหลายจังหวะ
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : ไฟร์บวร์ก 2-2 โคโลญจน์
ระดับความมั่นใจ : 78%
🖊 ตาข่ายทอง.
ก่อนหน้า 1 … 50 51 52 53 54 … 84 ถัดไป »