อาร์เซน่อลกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการคว้าชัยชนะติดต่อกันถึง 7 นัดรวด แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทีมทั้งในด้านแท็กติก ความเฉียบคมในเกมรุก และความแข็งแกร่งในเกมรับ
ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า “ปืนใหญ่” กลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวในเวทียุโรปอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล การเพรสซิ่งสูง หรือวินัยในเกมรับ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการลุ้นความสำเร็จระดับทวีป
ไม่เพียงแค่ในเวทียุโรปเท่านั้น อาร์เซน่อลยังโชว์ฟอร์มร้อนแรงในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการนำเป็น จ่าฝูงของตารางคะแนน และทิ้งห่างคู่แข่งถึง 7 แต้ม สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลเริ่มมองเห็นโอกาสในการลุ้นแชมป์ลีกอย่างจริงจัง
ความสม่ำเสมอในการเก็บแต้ม การผสมผสานระหว่างนักเตะดาวรุ่งกับผู้เล่นประสบการณ์สูง รวมถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในทีม ทำให้อาร์เซน่อลกลายเป็นทีมที่เล่นได้อย่างมั่นคงตลอดทั้งฤดูกาล
หนึ่งในกุญแจสำคัญของความสำเร็จในฤดูกาลนี้ คือ
ระบบการเล่นที่ชัดเจนและยืดหยุ่น
นักเตะแกนหลักที่รักษามาตรฐานได้สม่ำเสมอ
ความลึกของขุมกำลังที่ช่วยให้ทีมรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่
ทั้งหมดนี้ทำให้อาร์เซน่อลสามารถแข่งขันได้ทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยไม่แผ่วลง
สำหรับแฟนบอลอาร์เซน่อล นี่คือช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความหวังและความสุข หลังจากรอคอยความสำเร็จมาหลายปี ฟอร์มการเล่นในปัจจุบันไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นในทุกนัดที่ลงสนาม แต่ยังปลุกศรัทธาว่าทีมรักกำลังก้าวกลับสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง
หากอาร์เซน่อลยังรักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไป ฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
โดมินิค โซโบซไล จารึกประวัติศาสตร์! แข้งลิเวอร์พูลคนที่ 3 มีส่วนร่วมประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก 5 นัดติด กองกลางทีมชาติฮังการีของ ลิเวอร์พูล สร้างผลงานสุดร้อนแรงในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังกลายเป็นผู้เล่น “หงส์แดง” คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร ที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูติดต่อกันถึง 5 นัดรวด ในรายการนี้ ตอกย้ำสถานะหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของทีมภายใต้ยุคปัจจุบัน
ผลงานดังกล่าวทำให้ชื่อของโซโบซไลถูกจารึกเคียงข้างตำนานอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และซูเปอร์สตาร์ยุคใหม่อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทันที
ฟอร์มอันโดดเด่นของ โดมินิค โซโบซไล เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนร่วมทั้งการยิงประตูและแอสซิสต์ ดังนี้
⚽ ยิงประตู ในเกมพบ โอลิมปิก มาร์กเซย
⚽👟 1 ประตู + 1 แอสซิสต์ ในเกมพบ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต
👟 แอสซิสต์ ในเกมบุกเยือน เรอัล มาดริด
⚽ ยิงประตู ในเกมพบ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
⚽ ยิงประตู ในเกมพบ อินเตอร์ มิลาน
ผลงานทั้ง 5 นัดนี้แสดงให้เห็นถึงความครบเครื่องของโซโบซไล ไม่ว่าจะเป็นการสอดขึ้นมายิงจากแถวสอง การสร้างสรรค์เกมรุก หรือการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ
ก่อนหน้าโซโบซไล มีนักเตะลิเวอร์พูลเพียง 2 คนเท่านั้นที่เคยทำผลงานระดับนี้ได้
🔴 สตีเว่น เจอร์ราร์ด
ทำสถิติ 5 นัดติดต่อกัน 2 ครั้ง
เกิดขึ้นในปี 2008
🔴 โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ครองสถิติสูงสุดของสโมสร
มีส่วนร่วมการทำประตู 6 นัดติดต่อกัน
ระหว่างเดือน กันยายน 2022 – กุมภาพันธ์ 2023
การที่โซโบซไลก้าวขึ้นมายืนในกลุ่มเดียวกับสองตำนานนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงอิทธิพลของเขาต่อเกมในเวทียุโรปอย่างแท้จริง
นับตั้งแต่ย้ายมาสวมเสื้อ ลิเวอร์พูล โดมินิค โซโบซไล ได้รับความไว้วางใจให้เป็นแกนหลักในแดนกลาง ด้วยจุดเด่นด้าน
พลังการวิ่งแบบ box-to-box
การยิงไกลที่เฉียบขาด
วิสัยทัศน์และการจ่ายบอลทะลุแนวรับ
ความนิ่งในเกมใหญ่ระดับยุโรป
ฟอร์มในแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ใช่เพียงนักเตะพรสวรรค์ แต่เป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างในเกมระดับสูงได้อย่างสม่ำเสมอ
การมีส่วนร่วมกับการทำประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 นัดติดต่อกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่สิ่งที่นักเตะทั่วไปจะทำได้ง่าย ๆ โดมินิค โซโบซไล กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคือหนึ่งในกองกลางระดับแถวหน้าของยุโรป และเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของลิเวอร์พูล
หากฟอร์มยังคงร้อนแรงแบบนี้ต่อไป คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ
👉 เขาจะทำลายสถิติ 6 นัดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้หรือไม่?
ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสุดเฉียบในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 หลังบุกเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 3-0 ถึงถิ่น สต๊าด เวโลโดรม เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมกระโดดขึ้นรั้งอันดับ 4 ของตารางลีกเฟส มีลุ้นสูงในการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 รอบลีกเฟส นัดที่ 7 คู่ระหว่าง โอลิมปิก มาร์กเซย พบ ลิเวอร์พูล ลงสนามเมื่อคืนวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 โดยเกมนี้ “หงส์แดง” เป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า และอาศัยความเฉียบคมในจังหวะสำคัญคว้าชัยไปแบบขาดลอย
ช่วง 15 นาทีแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมสู้กันอย่างสูสี ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะได้โอกาสลุ้นก่อนในนาทีที่ 18 จากจังหวะยิงไกลของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่บอลหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 23 ลิเวอร์พูลส่งบอลเข้าประตูจาก อูโก เอกิติเก้ แต่ถูกผู้ตัดสินริบคืนหลังเช็ก VAR เนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้า
อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดเหนือชั้นของ โดมินิค โซโบซไล ที่ยิงลอดใต้กำแพงเข้าไปอย่างเฉียบขาด ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
จบครึ่งแรก : มาร์กเซย 0-1 ลิเวอร์พูล
เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูที่สองในนาทีที่ 52 เมื่อ โซโบซไล จ่ายบอลทะลุให้ เอกิติเก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย
จนกระทั่งนาทีที่ 72 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากความยอดเยี่ยมของ เจเรมี ฟริมปง ที่ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนเปิดเข้ากลาง บอลแฉลบแนวรับมาร์กเซยเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง โดยภายหลังถูกบันทึกเป็น โอว์นโกลของ เคโรนีโม รุลลี นายทวารเจ้าถิ่น
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูปิดท้าย จากจังหวะที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ไหลบอลให้ โกดี คักโป ตัวสำรอง ซัดเต็มข้อไม่พลาด ส่งสกอร์เป็น 3-0
จบเกม โอลิมปิก มาร์กเซย แพ้ ลิเวอร์พูล 0-3 ส่งผลให้ “หงส์แดง” เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน จาก 7 นัด ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางลีกเฟส มีโอกาสสูงในการจบอันดับ 1-8 เพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
ขณะที่ มาร์กเซย หล่นมาอยู่อันดับ 19 มี 9 คะแนน จาก 7 เกม ต้องลุ้นหนักในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อคว้าตั๋วเพลย์ออฟ
โอลิมปิก มาร์กเซย 0-3 ลิเวอร์พูล
ผู้ทำประตู :
โดมินิค โซโบซไล (45+1’)
เคโรนีโม รุลลี (OG 72’)
โกดี คักโป (90+3’)
คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 00:45 น.
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนบอลยุโรปไม่ควรพลาด เมื่อ เฟเนร์บาห์เช่ ยอดทีมจากตุรกี เตรียมเปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า สโมสรแกร่งจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลุ้นเข้ารอบ ทำให้ทั้งสองทีมต้องใส่กันเต็มที่แบบไม่มีถอย
ทัพ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงหลัง โดย คว้าชัยชนะถึง 67% จาก 15 นัดหลังสุด ในทุกรายการ และไม่แพ้ใครถึง 14 จาก 15 นัด ปัจจุบันอยู่ในช่วงมั่นใจหลังชนะติดต่อกันมา 4 เกมรวด
โดยเฉพาะผลงานในบ้านที่ถือว่าโหดจัด ไม่แพ้ใครถึง 14 จาก 15 นัดหลังสุด และเก็บคลีนชีตได้ถึง 40% ส่วนในเวที ยูโรป้า ลีก พวกเขาไม่แพ้ใครถึง 25 จาก 30 นัดหลังสุด แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในรายการนี้อย่างชัดเจน
เกมล่าสุดในถ้วยยุโรป เฟเนร์บาห์เช่ เปิดบ้านถล่ม บรานน์ 4-0 ยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจก่อนดวลทีมดังจากอังกฤษ
ฝั่งทีมเยือนของกุนซือมากประสบการณ์ อูไน เอเมรี่ มีผลงานที่โดดเด่นในฟุตบอลยุโรป โดยยิงได้ 10 ประตู และเสียเพียง 4 ลูกจาก 6 นัด สะท้อนถึงเกมรับที่มีวินัยและการบริหารเกมที่ยอดเยี่ยม
แม้ฟอร์มโดยรวมในลีกจะมีแกว่งบ้าง แต่ในเวทียุโรป แอสตัน วิลล่า ไม่แพ้ใครถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุด และปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของตาราง ด้วยผลงานชนะ 5 แพ้ 1 อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือ อาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลายราย ซึ่งอาจส่งผลต่อการโรเตชั่นและความสดของทีม
เอแดร์ซอน;
เซเมโด้, สคริเนียร์, ออสเตอร์โวลเด้, มุลดูร์;
เฟร็ด, ยุคเซค, ทาลิสก้า;
อเซนซิโอ, ดูรัน, อัคตูร์โคลู
บิซอต;
แคช, ลินเดเลิฟ, คอนซ่า, ดีญ;
โบการ์เด้, ตีเลอมันส์;
เกสซองด์, โรเจอร์ส, บูเอนเดีย;
วัตกิ้นส์
เฟเนร์บาห์เช่ ได้เปรียบจากการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องความกดดันสูง พวกเขามักใช้ เกมเพรสซิ่งหนัก การโจมตีจากริมเส้น และแดนกลางที่คุมจังหวะได้ดี ทำให้สร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ แอสตัน วิลล่า จะมาในแผนการเล่นที่รัดกุม เน้นเกมรับที่มีระเบียบวินัย และอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วเป็นอาวุธหลัก แม้ชื่อชั้นและคุณภาพผู้เล่นจะดูเหนือกว่า แต่การมาเยือน “นรกอิสตันบูล” ไม่ใช่งานง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
เฟเนร์บาห์เช่ : ขาด เจย์เดน ออสเตอร์โวลเด้, อาร์ชี่ บราวน์, เลเวนต์ แมร์คาน และต้องรอเช็กความฟิตของ เซบาสเตียน ซีมานสกี้
แอสตัน วิลล่า : ไม่มี รอสส์ บาร์คลีย์ และ อมาดู โอนาน่า
หากมองภาพรวม เฟเนร์บาห์เช่ ดูได้เปรียบเล็กน้อยจากสภาพทีมและการเล่นในบ้าน แม้แอสตัน วิลล่าจะมีแท็กติกที่ยอดเยี่ยม แต่การบุกมาเยือนตุรกีในเกมที่กดดันสูงเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
รูปเกมมีแนวโน้มออกมาสูสี อึดอัด และเน้นความรัดกุมทั้งสองฝั่ง โอกาสยิงประตูกันไม่มากนัก ตัวเลือก สกอร์ต่ำ 2.75 ยังน่าสนใจ และมีความเป็นไปได้สูงที่เกมจะจบแบบแบ่งแต้ม
เฟเนร์บาห์เช่ 1-1 แอสตัน วิลล่า
สำหรับคอบอลที่มองหาทางเลือกการลงทุนแบบ บอลสเต็ป 3 คู่ วันนี้คัดมาให้เน้น ๆ จากโปรแกรมยุโรปและอังกฤษ โดยเลือกคู่ที่ภาพรวมเกมชัด ฟอร์มสวนทาง และแนวโน้มเข้าทางเรตราคา เหมาะสำหรับจัดบิลเดียวลุ้นยาว
บทความนี้เน้นการวิเคราะห์จาก ฟอร์มล่าสุด รูปแบบการเล่น จุดอ่อนแนวรับ–แนวรุก และสถานการณ์ของทีม เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าวินให้มากที่สุด
ศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
ยัง บอยส์อยู่ในช่วงที่ผลงานตกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเกมรับที่กลายเป็นจุดอ่อนหลัก เสียประตูง่าย ยืนตำแหน่งไม่แน่น และมักเสียสมาธิเมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง แม้จะได้เล่นในบ้าน แต่รูปเกมกลับไม่ได้ดูได้เปรียบมากนัก กลับเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นเกมรุกได้สะดวกมากขึ้น
ฝั่ง โอลิมปิก ลียง กำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจสูง เกมรุกมีความไหลลื่น การเคลื่อนที่ของผู้เล่นทำได้ดี มีจังหวะเข้าทำต่อเนื่อง และจุดเด่นสำคัญคือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกที่รวดเร็ว เมื่อมาเจอกับแนวรับที่หลวมและเสียประตูง่ายแบบยัง บอยส์ มีโอกาสบุกกดดันได้ตลอดทั้งเกม
เมื่อพิจารณาจากคุณภาพทีม ประสบการณ์ในเวทียุโรป และสภาพความพร้อมโดยรวม ยังมองว่าลียงเหนือกว่าชัดเจน และมีลุ้นบุกมาเก็บชัยได้ตามเรตราคา
ฟันธง : ต่อ โอลิมปิก ลียง 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ยัง บอยส์ 1-3 โอลิมปิก ลียง
ระดับความมั่นใจ : 84%
ศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
โบโลญญ่าเป็นทีมที่มีสไตล์การเล่นค่อนข้างเปิด โดยเฉพาะเกมในบ้านที่มักเดินหน้าบุก กล้าแลก ไม่เน้นตั้งรับต่ำ เกมรุกยังพอมีความเฉียบและสร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง แต่ปัญหายังคงอยู่ที่แนวรับซึ่งมีหลุดให้เห็นบ่อย
ด้าน เซลติก ก็เป็นทีมที่ไม่ถอยเกมง่าย ๆ เช่นกัน เกมรุกเน้นความเร็ว การเข้าทำที่หลากหลาย และกล้าเปิดเกมแลก แม้เกมรับจะไม่ได้แข็งแกร่งตลอด 90 นาที แต่เมื่อเจอกับทีมที่เปิดเกมสู้แบบโบโลญญ่า รูปเกมมักออกมาแลกกันชัดเจน
ภาพรวมของคู่นี้มีแนวโน้มเป็นเกมที่ทั้งสองฝั่งเปิดเกมรุกใส่กัน โอกาสเกิดสกอร์มีสูง และมีลุ้นยิงประตูกันทั้งสองทีม จึงเหมาะกับการถือฝั่งสกอร์สูงมากที่สุด
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : โบโลญญ่า 2-2 เซลติก
ระดับความมั่นใจ : 81%
ลีกวัน อังกฤษ
ลินคอล์น ซิตี้ ช่วงหลังทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่เล่นด้วยความมั่นใจ จังหวะเกมบุกจัดจ้าน คุมรูปเกมได้ดี และมีความต่อเนื่องในการเข้าทำ ไม่ปล่อยให้คู่แข่งตั้งตัวง่าย
ขณะที่ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน ฟอร์มโดยรวมยังขาดความสม่ำเสมอ เกมเยือนมักมีปัญหาเรื่องการยืนตำแหน่ง แนวรับเสียประตูจากความผิดพลาดส่วนบุคคลอยู่บ่อย แม้บางเกมจะมีทีเด็ดในเกมรุก แต่ยังไม่คงเส้นคงวา
เมื่อเปรียบเทียบภาพรวมทั้งฟอร์ม ความมั่นใจ และความได้เปรียบในการเล่นในบ้าน ลินคอล์นยังดูเหนือกว่า และมีโอกาสเบียดเก็บสามแต้มได้ตามราคา
ฟันธง : ต่อ ลินคอล์น ซิตี้ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ลินคอล์น ซิตี้ 2-1 เบอร์ตัน อัลเบี้ยน
ระดับความมั่นใจ : 82%
ต่อ โอลิมปิก ลียง 0.5/1
สูง 2.5 (โบโลญญ่า vs เซลติก)
ต่อ ลินคอล์น ซิตี้ 0.5/1
83% บทความนี้เหมาะสำหรับใช้เป็นแนวทางในการจัดบิล บอลสเต็ป 3 คู่ โดยเน้นคู่ที่แนวโน้มชัด รูปเกมเข้าทาง และมีโอกาสลุ้นกินเต็มสูง
🖊 ตาข่ายทอง
วิเคราะห์บอลวันนี้ | ทีเด็ดบอลสเต็ป | ยูโรป้า ลีก | ลีกวัน อังกฤษ
ชาบี อลอนโซ่ กุนซือชื่อดังชาวสเปน มีแผนจะพักจากงานผู้จัดการทีมเป็นระยะเวลาหนึ่ง หลังจากแยกทางกับ เรอัล มาดริด ตามรายงานของ มาร์ก้า สื่อกีฬาชั้นนำจากประเทศสเปน อย่างไรก็ตาม มีเพียงสโมสรเดียวที่อาจทำให้เขากลับเข้าสู่วงการทันที นั่นคือ ลิเวอร์พูล
รายงานระบุว่า อลอนโซ่ ยังคงมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรที่เขาเคยค้าแข้งในช่วงปี 2004–2009 และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะนักเตะ หากลิเวอร์พูลติดต่อเข้ามาจริง เขาพร้อมตอบรับตำแหน่งผู้จัดการทีมโดยไม่ลังเล เนื่องจากยังคงมีความรักและความเคารพต่อสโมสรแห่งนี้เป็นพิเศษ
ความสัมพันธ์ระหว่าง อลอนโซ่ กับแฟนบอลลิเวอร์พูล รวมถึงบรรยากาศในถิ่นแอนฟิลด์ ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สโมสรแห่งนี้แตกต่างจากทีมอื่น ๆ ที่กำลังให้ความสนใจในตัวเขา
แม้จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป แต่แผนหลักของกุนซือวัย 44 ปี คือการพักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจ หลังผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกดดันในการทำงานกับเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีความคาดหวังสูงที่สุดในโลกฟุตบอล
อลอนโซ่ ต้องการใช้เวลาทบทวนอนาคตของตัวเอง และหลีกเลี่ยงการรับงานใหม่ในทันที เว้นแต่จะเป็นโปรเจกต์ที่มีความหมายกับเขาอย่างแท้จริง
มาร์ก้า ระบุเพิ่มเติมว่า ลิเวอร์พูลคือ ข้อยกเว้นเพียงสโมสรเดียว ที่อาจทำให้ ชาบี อลอนโซ่ ยอมกลับมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ หากในอนาคตอันใกล้เกิดความเปลี่ยนแปลงในถิ่นแอนฟิลด์
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชื่อของ อลอนโซ่ ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะแคนดิเดตสำคัญ หากลิเวอร์พูลต้องมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่ในอนาคต
แม้ ชาบี อลอนโซ่ จะมีแผนพักจากงานคุมทีม แต่ความผูกพันอันแน่นแฟ้นกับลิเวอร์พูล อาจทำให้เขากลับมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีกเร็วกว่าที่คาดไว้ หากโอกาสและเวลานั้นมาถึงจริง
คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด ระเบิดฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง หลังเหมาคนเดียวสองประตูใส่อดีตต้นสังกัดอย่าง โมนาโก พาทีมเปิดบ้านไล่ถล่มไปแบบขาดลอย 6-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม พร้อมสร้างสถิติยิงประตูในถ้วยหูใหญ่เทียบเท่ากับตำนานอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้
เกมนี้ เอ็มบัปเป้ ใช้เวลาไม่นานก็แผลงฤทธิ์ เมื่อจัดการซัดสองประตูแรกของเกมในนาทีที่ 5 และนาทีที่ 26 ช่วยให้ “ราชันชุดขาว” ครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินหน้าถล่ม โมนาโก ไปด้วยสกอร์ขาดลอย 6-1
ผลงานดังกล่าวทำให้ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสซัดประตูรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 32 ประตู ตอกย้ำสถานะหนึ่งในกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดของยุโรปในเวลานี้
จากสองประตูในเกมนี้ ส่งผลให้ เอ็มบัปเป้ ยิงไปแล้ว 11 ประตูในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก จาก 6 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งเป็นสถิติเดียวกับที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยทำไว้ในอดีต โดย “ซีอาร์เซเว่น” คือเจ้าของสถิตินักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดใน 6 นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม UCL
ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ เคยระเบิดฟอร์มโหดในฤดูกาล 2013/14 ยิงรวมได้ถึง 17 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก และพา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้สำเร็จ ซึ่งในฤดูกาลนั้นเขาจบรายการด้วยการยิงรวม 16 ประตู ในช่วงเส้นทางสู่แชมป์
ด้วยฟอร์มการถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เอ็มบัปเป้ มีโอกาสสูงในการไล่ล่าหรืออาจทำลายสถิติยิงประตูต่อหนึ่งฤดูกาลในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ โรนัลโด้ ได้ หากยังรักษามาตรฐานการเล่นระดับนี้เอาไว้
แฟนบอล เรอัล มาดริด ต่างคาดหวังว่า “ประธานเป้” จะเป็นคีย์แมนสำคัญในการพาทีมลุ้นแชมป์ยุโรปอีกครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีลูกหนังยุโรป
อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มสุดแกร่งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 หลังบุกเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน 3-1 ถึงถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า เก็บชัยชนะ 7 นัดรวด คว้า 21 คะแนนเต็ม การันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายเรียบร้อย พร้อมเรียกความมั่นใจก่อนดวล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมลีกสุดสัปดาห์นี้
รายการ: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26
รอบ: ลีก เฟส นัดที่ 7
วันแข่งขัน: วันอังคารที่ 20 มกราคม 2569
สนาม: จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า
ผลการแข่งขัน: อินเตอร์ มิลาน 1-3 อาร์เซน่อล
เริ่มเกมมาเพียง นาทีที่ 10 อาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ กาเบรียล เชซุส ทิ้งตัวยิงด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเฉียบขาด ให้ทีมเยือนออกนำ 1-0
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 18 อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมง่ายๆ เมื่อ เปตาร์ ซูชิช ซัดไกลด้วยขวาเต็มแรงจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเสียบใต้คานอย่างสวยงาม ตีเสมอเป็น 1-1 เสียงเชียร์เจ้าถิ่นกระหึ่มสนาม
แต่แล้ว นาทีที่ 31 “เดอะ กันเนอร์ส” มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมฝั่งขวา บูคาโย ซาก้า เปิดบอลโค้งไปเสาไกล เลอันโดร ทรอสซาร์ โหม่งชงย้อนกลับ บอลชนคานก่อนมาเข้าทาง กาเบรียล เชซุส โหม่งจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ตามหลัง อาร์เซน่อล 1-2
เข้าสู่ครึ่งหลัง อาร์เซน่อลยังคงครองเกมได้เหนือกว่า และสร้างโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง จนกระทั่ง นาทีที่ 85 ทีมเยือนมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก วิคตอร์ โยเคเรส ตัวสำรองที่ลงมายิงประตูอย่างสุดสวย ปิดกล่องให้ “ปืนใหญ่” บุกชนะ 3-1
จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ อาร์เซน่อล
ชนะ 7 นัดรวด
มี 21 คะแนนเต็ม
รั้งจ่าฝูงตารางลีกเฟส
การันตีจบ 8 อันดับแรก
ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย UCL แบบอัตโนมัติ แม้ยังเหลือการแข่งขันอีก 1 นัด
ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน รั้งอันดับ 8 ของตาราง ต้องไปลุ้นเข้ารอบในเกมนัดสุดท้ายที่จะพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
สลาเวีย ปราก – บาร์เซโลน่า (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) วันพุธที่ 21 มกราคม 2569
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 03:00 น. คู่ที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่าง สลาเวีย ปราก ตัวแทนจากสาธารณรัฐเช็ก เปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่จากลาลีกา สเปน เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อฝั่งทีมเยือนที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อรักษาโอกาสเข้ารอบต่อไป ขณะที่เจ้าถิ่นต้องการศักดิ์ศรีและผลงานในบ้าน
เจ้าบ้าน สลาเวีย ปราก ต้องลงสนามเกมนี้ด้วยความกดดันเต็ม ๆ หลังผลงานย่ำแย่สุด ๆ ในรอบลีกเฟส รั้งอันดับบ๊วยของตาราง มีแค่ 3 คะแนน และยังไม่ชนะใครเลยในฤดูกาลนี้ เกมล่าสุดก็เพิ่งบุกไปโดน ท็อตแน่ม กดมา 0-3 ปัญหาใหญ่ของทีมคือเกมรุกฝืดจัด ยิงประตูไม่ได้มาแล้ว 5 นัดติดในรายการนี้ และเป็นทีมที่ยิงได้น้อยที่สุดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ แค่ 2 ประตูเท่านั้น แถมสถิติในยุโรปเวลาชนทีมจากสเปนก็ไม่ดีเอาเสียเลย ชนะได้แค่ครั้งเดียวจาก 14 นัด
ฝั่ง บาร์เซโลน่า สถานการณ์ดูดีกว่า แม้อยู่อันดับ 15 ของตาราง มี 10 คะแนน แต่ฟอร์มช่วงหลังถือว่ากำลังมั่นใจ ชนะไปถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งเฉือน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-1 จุดเด่นของทีมคือสไตล์การเล่นแบบไฮ-บล็อก บีบพื้นที่สูง ครองบอลได้ต่อเนื่อง แม้จะเป็นเกมเยือนก็ตาม และเกมนี้ยังได้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลับมาช่วยเพิ่มความอันตรายในแดนหน้าอีกด้วย
ภาพรวมมองว่าเกมนี้ บาร์เซโลน่า จะเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่ตลอด มีโอกาสยิงประตูได้หลายครั้ง และแม้อาจมีเสียประตูบ้างจากความหลุดโฟกัสในแนวรับ แต่ด้วยความเก๋าและความเด็ดขาดในแนวรุก น่าจะบุกมาเก็บสามแต้มได้สำเร็จ ไปต่อบาร์เซโลน่า 1.5 ซ่านอกบ้านแน่นอน !!
… เทพสนามนิรนาม …
ยูเวนตุส พบกับ เบนฟิก้า (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) วันพุธที่ 21 มกราคม 2569
การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดนี้ เป็นการพบกันระหว่าง ยูเวนตุส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เบนฟิก้า คู่นี้จะเริ่มแข่งกัน วันพฤหัสบดี ที่ 21 เวลา 03.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
ยูเวนตุส กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผลงานใน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้เพียง 1 นัด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความต่อเนื่องของผลงานที่กำลังกลับมา เกมรุกของ เริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเข้าทำมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคมกว่าเดิม เกมรับก็มีความแน่นอนมากขึ้น ลดความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า คาดว่ายูเวนตุสจะเลือกใช้ระบบ 3-5-2 หรือ 4-3-3
ทางฝั่งเบนฟิก้า ผลงานในช่วงหลังยังคงมีความไม่สม่ำเสมอ โดยใน 5 นัดหลังสุด ทำผลงานได้ ชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด แม้จะยังมีช่วงที่ฟอร์มสะดุดอยู่บ้าง แต่ภาพรวมถือว่ายังพอประคองตัวได้ เกมรุกของทีมเยือนมีจุดเด่นที่จังหวะสวนกลับที่รวดเร็วและการเข้าทำจากริมเส้น ซึ่งสามารถสร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งได้ คาดว่าเบนฟิก้าจะมาในระบบ 4-2-3-1
จากภาพรวมทั้งหมด ต้องกล่าวว่า ยูเวนตุส ดูเหนือกว่าเล็กน้อย ทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่น ความมั่นใจจากผลงานที่ดีขึ้น รวมถึงการได้ลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลของตนเอง ขณะที่เบนฟิก้ามีจุดอ่อนในเกมรับที่อาจถูกกดดันจากการขึ้นเกมของเจ้าบ้าน หากดูจากแนวโน้มรูปเกมแล้ว มีโอกาสสูงที่ทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันพอสมควร และด้วยรูปแบบการเล่นของทั้งสองฝั่ง คู่นี้จึงมีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยสกอร์รวมที่สูงกว่า 2 ประตู ไปที่สูง 2.5
“KickVision”
สลาเวีย ปราก vs บาร์เซโลน่า ( ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก )
บาร์เซโลน่าในยุคปี 2026 กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ด้วยระบบเกมรุกที่จัดจ้านและพละกำลังของแข้งสายเลือดใหม่ แม้การไปเยือนสลาเวีย ปราก จะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเจ้าถิ่นขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นและการเล่นในบ้านที่ดุดัน แต่ระดับมาตรฐานตัวผู้เล่นและความเฉียบคมของบาร์ซ่ายังเหนือกว่าหลายช่วงตัว ราคาต่อ 1.5 อาจดูแพงไปนิดสำหรับเกมนอกบ้าน แต่ด้วยสถิติการยิงกระจายในถ้วยยุโรปซีซั่นนี้ เชื่อว่าทัพอาซูลกราน่าจะบดเอาชนะและยิงทะลุราคาต่อได้ในที่สุด
แนะนำ: ต่อ บาร์เซโลน่า 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: บาร์เซโลน่าโคเวนทรี่ ชนะ สลาเวีย ปราก 3-0 , 3-1
AZ อัลค์ม่าร์ vs เอ็กเซลซิเออร์ ( ฮอลแลนด์ พรีเมียร์ )
AZ อัลค์ม่าร์ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังทำผลงานเกาะกลุ่มหัวตารางอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเกมเหย้าที่เน้นเกมรุกเป็นพิเศษและมีสถิติการยิงประตูในบ้านเฉลี่ยเกิน 2 ลูกต่อเกม ขณะที่เอ็กเซลซิเออร์ยังมีปัญหาใหญ่ที่เกมรับซึ่งมักจะเสียประตูง่ายเมื่อต้องออกไปเยือนทีมระดับท็อป ราคา 1.5 ถือว่าเหมาะสมกับสถิติที่พบกันมาซึ่งมักจะเป็นอัลค์ม่าร์ที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว ดูแล้วเกมนี้เจ้าถิ่นจะคุมเกมได้เบ็ดเสร็จและชนะขาดเกินสองลูกไม่ยาก
แนะนำ: ต่อ AZ อัลค์ม่าร์ 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: AZ อัลค์ม่าร์ ชนะ เอ็กเซลซิเออร์ 2-0 , 3-0
ดามัค vs อัล นาเซอร์ ( ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก )
นี่คือการดวลกันของทีมที่ชอบเปิดหน้าแลก โดยเฉพาะอัล นาเซอร์ ที่ขนดาราดังระดับโลกมาล้นทีมทำให้เกมรุกมีประสิทธิภาพสูงสุดในลีก แต่ในขณะเดียวกันเกมรับก็ยังมีช่องโหว่ให้เห็นยามโดนโต้กลับเร็ว ทางด้านดามัคเมื่อเล่นในถิ่นตัวเองมักจะมีลูกฮึดและไม่กลัวเกรงยักษ์ใหญ่ ทำให้เกมนี้น่าจะเป็นการแลกหมัดกันอย่างสนุก เรทราคาสูง 3.5 อาจจะดูสูงลิบแต่ด้วยสถิติที่ผ่านมาของทั้งคู่มักจะจบด้วยสกอร์มโหฬาร การันตีว่าแฟนบอลจะได้เห็นเทศกาลทำประตูแน่นอน
แนะนำ: สูง 3.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 3 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
นิวคาสเซิ่ล vs พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
นิวคาสเซิ่ลเวลาเล่นในบ้านยังเป็นทีมที่เร่งเกมได้ดี กล้าเพรสซิ่งตั้งแต่แดนบน และพยายามบีบให้คู่แข่งเล่นพลาด แม้บางจังหวะเกมรับจะมีหลุดให้เห็นบ้าง แต่จุดเด่นคือความเร็วในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก ทำให้เกมดูเปิดตลอ ฝั่งพีเอสวีช่วงนี้ความมั่นใจมาเต็ม เกมรุกกล้าเล่น กล้าครองบอล และจบสกอร์คมพอสมควร ไม่ใช่ทีมที่มาแล้วตั้งรับอย่างเดียว เกมนี้มีแนวโน้มสู้กันแบบเปิดหน้าแลก ทั้งสองฝั่งมีโอกาสสร้างสกอร์ต่อเนื่อง รูปเกมโดยรวมมองว่าสกอร์ไหลง่าย
ฟันธง : สูง 3.0
สกอร์ที่คาด : นิวคาสเซิ่ล 2-2 พีเอสวี
ระดับความมั่นใจ : 82%
อตาลันต้า vs แอธเลติก บิลเบา (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
อตาลันต้ายังเป็นทีมที่เล่นเกมรุกเป็นหลัก โดยเฉพาะในบ้านที่มักเดินหน้ากดดันตั้งแต่ต้น จังหวะเข้าทำมีความหลากหลาย ทั้งเกมริมเส้นและการเติมจากแถวสอง ทำให้คู่แข่งตั้งรับลำบาก ด้านบิลเบาเป็นทีมที่มีวินัยเกมรับ แต่เกมเยือนมักเน้นความรัดกุมมากกว่าบุกแลก หากโดนกดดันต่อเนื่องจะเริ่มถอยต่ำและเสียพื้นที่ เกมนี้มองว่าอตาลันต้าคุมจังหวะได้ดีกว่า มีโอกาสบุกบดจนได้ประตูสำคัญ และเบียดชนะตามเรตราคา
ฟันธง : ต่อ อตาลันต้า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : อตาลันต้า 2-1 แอธเลติก บิลเบา
ระดับความมั่นใจ : 83%
วัตฟอร์ด vs พอร์ทสมัธ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
วัตฟอร์ดช่วงหลังภาพรวมดูค่อนข้างนิ่ง เล่นเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะเกมในบ้านที่มักครองบอลและเดินเกมบุกต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เร่งจังหวะตลอด แต่ยังคุมพื้นที่และความผิดพลาดได้ดีกว่า ฝั่งพอร์ทสมัธฟอร์มยังไม่นิ่ง เกมรับมีจังหวะเสียตำแหน่งให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนบุกเป็นช่วงยาว ๆ เกมนี้รูปเกมน่าจะเป็นวัตฟอร์ดที่คุมเกมบุกใส่เป็นหลัก และมีโอกาสปิดงานได้ตามราคา
ฟันธง : ต่อ วัตฟอร์ด 0.5/1
สกอร์ที่คาด : วัตฟอร์ด 2-0 พอร์ทสมัธ
ระดับความมั่นใจ : 81%
🖊 ตาข่ายทอง.
ก่อนหน้า 1 … 52 53 54 55 56 … 84 ถัดไป »