บาร์เซโลน่ายุคฮันซี่ ฟลิค แพ้ทุกนัดเมื่อไม่มีราฟินญ่า บาร์เซโลน่า ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ประสบกับความพ่ายแพ้ไปแล้ว 5 นัดรวมทุกรายการ ในฤดูกาลนี้ และสิ่งที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดคือ
ทั้ง 5 เกม ไม่มีชื่อของ ‘ราฟินญ่า’ ใน 11 ตัวจริง
รายละเอียดความพ่ายแพ้ทั้ง 5 นัดมีดังนี้
❌ แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-2 (ราฟินญ่า บาดเจ็บ)
❌ แพ้ เซบีย่า 1-4 (ราฟินญ่า บาดเจ็บ)
❌ แพ้ เรอัล มาดริด 1-2 (ราฟินญ่า บาดเจ็บ)
❌ แพ้ เชลซี 0-3 (ราฟินญ่า ลงสนามในช่วง 30 นาทีสุดท้าย)
❌ แพ้ เรอัล โซเซียดัด 1-2 (ราฟินญ่า บาดเจ็บก่อนแข่ง 1 วัน)
สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญของราฟินญ่าในระบบเกมรุกของบาร์เซโลน่า อย่างชัดเจน
ในเกมล่าสุดที่บาร์เซโลน่าบุกไปพ่าย เรอัล โซเซียดัด 1-2 แม้รูปเกมจะเป็นฝ่ายเหนือกว่าแทบทุกด้าน แต่ผลการแข่งขันกลับไม่เป็นใจ
สถิติของบาร์เซโลน่าในเกมดังกล่าว
โอกาสยิงทั้งหมด: 25 ครั้ง
ยิงตรงกรอบ: 9 ครั้ง
ค่า xG (Expected Goals): 3.68
อย่างไรก็ตาม แนวรุกที่ประกอบด้วย
ลามีน ยามาล, เฟร์ราน ตอร์เรส, ดานี โอลโม, เฟร์มิน โลเปซ, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ รูนี บาร์ดจี้
กลับสามารถทำได้เพียง 1 ประตูตลอดทั้งเกม
จุดอ่อนสำคัญคือการขาดผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นบทบาทที่ราฟินญ่าทำได้อย่างโดดเด่นมาตลอดฤดูกาล
แม้ ราฟินญ่า จะพลาดลงสนามให้บาร์เซโลน่าไปแล้วถึง 11 นัด ในฤดูกาลนี้จากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ผลงานของเขายังคงน่าประทับใจ
ยิงไปแล้ว 11 ประตูรวมทุกรายการ
เป็นรองดาวซัลโวทีมเพียง เฟร์ราน ตอร์เรส (15 ประตู)
โดยเฟร์ราน ลงเล่นมากกว่าราฟินญ่าถึง 9 นัด
ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่า ปีกทีมชาติบราซิลรายนี้คือหนึ่งในผู้เล่นที่มี ประสิทธิภาพสูงสุดต่อนาทีการลงสนาม ของทีมในฤดูกาลนี้
จากสถิติและรูปเกมที่เกิดขึ้นตลอดฤดูกาล ชัดเจนว่า
เมื่อใดที่บาร์เซโลน่าขาดราฟินญ่า เมื่อนั้นทีมจะขาดมิติในเกมรุกอย่างเห็นได้ชัด
หากฮันซี่ ฟลิค ต้องการพาทีมลุ้นความสำเร็จในทุกรายการ การรักษาความฟิตของราฟินญ่า และการมีแผนสำรองที่ทดแทนบทบาทของเขาได้อย่างแท้จริง อาจเป็นกุญแจสำคัญของฤดูกาลนี้
ซาดิโอ มาเน่ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของทีมชาติเซเนกัล ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ครั้งนี้ จะเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขาในนามทีมชาติ สร้างความรู้สึกเสียดายให้กับแฟนบอลทั่วทั้งทวีปแอฟริกา
แนวรุกวัย 31 ปี เปิดใจด้วยความซาบซึ้ง พร้อมยืนยันว่าถึงแม้จะไม่ได้ลงสนามอีกต่อไป แต่เขาจะยังคงทำหน้าที่สนับสนุนทีมชาติเซเนกัลในฐานะ “ผู้เล่นคนที่ 12” อย่างเต็มที่
มาเน่กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า เป็นช่วงเวลาที่น่าเสียดาย แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากทุ่มเทรับใช้ทีมชาติเซเนกัลมาอย่างยาวนาน
“น่าเสียดายที่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายของผมในศึก AFCON แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมจะเป็นผู้เล่นคนที่ 12 คนที่คอยสนับสนุนทีมชาติเซเนกัลเคียงข้างเหมือนเดิม”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของผู้นำที่ยังคงผูกพันกับทีมชาติ แม้บทบาทในสนามจะสิ้นสุดลงก็ตาม
ตลอดเส้นทางการค้าแข้งในนามทีมชาติ ซาดิโอ มาเน่ ถือเป็นนักเตะที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับฟุตบอลเซเนกัล โดยเฉพาะการพาทีมคว้าแชมป์ AFCON สมัยแรกในประวัติศาสตร์ประเทศ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดและเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลไม่มีวันลืม
นอกจากนี้ มาเน่ยังเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม ด้วยความทุ่มเท วินัย และความเป็นมืออาชีพ ทำให้เขาได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในนักเตะแอฟริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน
แม้จะอำลาศึก AFCON ในฐานะนักเตะ แต่มาเน่ยืนยันชัดเจนว่า เขาจะยังคงอยู่เคียงข้างทีมชาติเซเนกัลในบทบาทของผู้สนับสนุนและแรงใจสำคัญให้กับนักเตะรุ่นใหม่
การแสดงจุดยืนดังกล่าว ทำให้แฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมต่างชื่นชมในความรักชาติ และเชื่อว่าอิทธิพลของเขาจะยังคงส่งผลต่อความสำเร็จของทีมในอนาคต
การอำลาศึก AFCON ของซาดิโอ มาเน่ นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลแอฟริกา แม้จะเป็นการจากลา แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้คือแรงบันดาลใจ ความทรงจำ และมาตรฐานระดับสูงให้กับทีมชาติเซเนกัลสืบต่อไป
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดตัว มาร์ค เกฮี กองหลังทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาวจนถึงปี 2031 และจะสวมเสื้อหมายเลข 15 ลงสนามให้กับทัพเรือใบสีฟ้าในฤดูกาลต่อไป
การย้ายทีมของแนวรับวัย 24 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่มองหากองหลังซึ่งมีทั้งความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความสามารถในการเล่นบอลจากแดนหลัง ซึ่งมาร์ค เกฮี ถูกมองว่าเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติตรงตามปรัชญาการทำทีมของกุนซือชาวสเปนอย่างชัดเจน
หลังเปิดตัวกับสโมสร เกฮี เปิดเผยถึงความรู้สึกแรกที่ได้รับการติดต่อจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่า
“ตอนที่พวกเขาถามว่าผมอยากมาเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไหม คำตอบมีเพียงอย่างเดียว”
สะท้อนให้เห็นถึงความชัดเจนในการตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมแชมป์ลีก และความเชื่อมั่นในโปรเจกต์ของสโมสร
ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขารู้สึกมีความสุขและภูมิใจอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแมนฯ ซิตี้ โดยยอมรับว่าการย้ายทีมครั้งนี้เปรียบเสมือน จุดสูงสุดของความพยายามอย่างหนักตลอดเส้นทางอาชีพค้าแข้ง พร้อมย้ำว่าการได้เล่นให้กับสโมสรที่ดีที่สุดในอังกฤษ และอยู่ท่ามกลางทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การคว้าตัวมาร์ค เกฮี ไม่เพียงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต ด้วยสัญญายาวถึงปี 2031 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสโมสรต่อศักยภาพของนักเตะรายนี้อย่างชัดเจน
คาดว่า เกฮี จะมีบทบาทสำคัญในการหมุนเวียนผู้เล่นแนวรับของทีม และช่วยเพิ่มความหลากหลายในการจัดทัพ ทั้งในศึกพรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และฟุตบอลถ้วยทุกรายการ โดยแฟนบอลเรือใบสีฟ้าต่างจับตามองผลงานของกองหลังรายใหม่รายนี้อย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้หรือไม่
อินเตอร์ มิลาน – อาร์เซน่อล (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
เกมนี้เป็นการเจอกันของสองทีมใหญ่ที่เน้นแท็กติกเป็นหลัก อินเตอร์ มิลาน เล่นในบ้านด้วยความรัดกุม เกมรับเหนียวแน่น อาร์เซน่อล แม้เกมรุกดี แต่เกมเยือนยุโรปมักไม่เปิดแลก รูปเกมน่าจะเน้นครองบอลแดนกลาง รอจังหวะพลาดของคู่แข่ง โอกาสยิงแบบจะแจ้งมีไม่มากทั้งสองฝั่ง
ประตูแรกสำคัญ ใครนำก่อนจะยิ่งเล่นเซฟ สกอร์มีแนวโน้มออกต่ำแบบอึดอัด
แนะนำ : ต่ำ 2.5
ระดับความมั่นใจ : 90%
ผลบอลที่คาด : ยิงเข้าไม่ถึง 2 ลูก
โบโด กลิมท์ – แมนฯ ซิตี้ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
แมนฯ ซิตี้ ชื่อชั้นเหนือกว่า แต่เกมเยือนไม่จำเป็นต้องเร่งเครื่อง เป๊ปมักเน้นคุมเกมและรักษาความได้เปรียบมากกว่าถล่มประตู โบโด กลิมท์ เล่นในบ้านได้เหนียว ตั้งรับเป็นระบบ เจ้าบ้านไม่เปิดหน้าแลก ทำให้ซิตี้เจาะไม่ง่ายนัก แนะนำมองต่ำลุ้น ยิงไม่ถึง 3 ลูก
แนะนำ : ต่ำ 3.75
ระดับความมั่นใจ : 85%
ผลบอลที่คาด : ยิงเข้าไม่ถึง 3 ลูก
อิปสวิช ทาวน์ – บริสตอล ซิตี้ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
อิปสวิช ทาวน์ ฟอร์มโดยรวมดูดีกว่า โดยเฉพาะเกมในบ้าน สไตล์การเล่นเน้นบุกเร็ว กดดันคู่แข่งต่อเนื่อง บริสตอล ซิตี้ เกมเยือนยังไม่นิ่ง เสียประตูง่าย หากโดนนำก่อน มักตั้งเกมกลับมาได้ยาก แรงจูงใจของเจ้าบ้านมีเต็ม ต้องการสามแต้ม เรทราคา -0.75 ชนะลูกเดียวก็ยังได้ลุ้น โอกาสยิงขาดเกินหนึ่งลูกมีสูง ต่ออิปสวิช ลุ้นกินเต็ม
แนะนำ : ต่อ อิปสวิช ทาวน์ 0.75
ระดับความมั่นใจ : 85%
ผลบอลที่คาด : 2-0
… เทพสนามนิรนาม …
สปอร์ติ้ง ลิสบอน vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ( ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก )
สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในบ้านมักจะเปิดเกมสู้ไม่กลัวยักษ์ใหญ่ ยิ่งเกมนี้ต้องเจอแนวรุกความเร็วสูงของ PSG ที่นำโดยเอ็มบัปเป้และบาร์โคล่า ยิ่งทำให้โอกาสเกิดข้อผิดพลาดในแนวรับมีสูงตามไปด้วย ฝั่งทีมเยือนของหลุยส์ เอ็นริเก้ มีปรัชญาบุกแหลกเป็นทุนเดิมและมักจะมีสกอร์ถล่มทลายในรายการยุโรปปี 2026 นี้ สถิติการเจอกันของทั้งสองทีมบ่งชี้ว่ามักจะมีประตูเกิดขึ้นเร็วตั้งแต่นาทีแรกๆ เรตที่เปิดมาสูง 3 อาจจะดูเสี่ยงแต่ด้วยสภาพทีมที่เน้นรุกทั้งคู่ เชื่อว่าเม็ดสี่มีให้ลุ้นกินเต็ม
แนะนำ: สูง 3
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
โคเวนทรี่ vs มิลล์วอลล์ ( แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ )
โคเวนทรี่ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังเก็บชัยชนะในถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง เกมรุกมีความหลากหลายและรวดเร็วซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับมิลล์วอลล์ที่มีจุดอ่อนในการรับมือกับบอลทะลุช่อง ทีมเยือนมักจะเสียสมาธิยามออกนอกบ้านและมักจะโดนบดจนยุบในช่วงท้ายเกมเสมอ แม้มิลล์วอลล์จะพยายามมาเน้นรับต่ำแต่ด้วยคุณภาพผู้เล่นที่ขยับขึ้นมาของเจ้าถิ่นทำให้กำแพง 0.75 ดูไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าลูกแรกมาไวเมื่อไหร่ไหลต่อลูกสองได้ทันที เลือกเชียร์เจ้าบ้านที่ความแน่นอนสูงกว่าชัดเจน
แนะนำ: ต่อ โคเวนทรี่ 0.75
ระดับความมั่นใจ: 85 %
ผลบอลที่คาด: โคเวนทรี่ ชนะ มิลล์วอลล์ 2-0 , 3-1
อัล อาห์ลี vs อัล คาลีจ ( ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก )
อัล อาห์ลี ขุมกำลังเหนือกว่าหลายขุมโดยเฉพาะสตาร์ดังจากยุโรปที่ยกระดับทีมขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาล 2026 นี้ เกมในบ้านพวกเขาถือเป็นป้อมปราการที่ยากจะเจาะและมีอัตราการทำประตูเฉลี่ยที่สูงมาก ฝั่งอัล คาลีจ แม้จะพยายามสู้ด้วยระบบทีมเวิร์กแต่การรับมือกับความเฉียบคมส่วนบุคคลของเจ้าถิ่นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เรตต่อ 1 ลูก ถือว่าใจดีมากสำหรับเจ้าบ้านที่ต้องการแต้มเพื่อรักษาพื้นที่หัวตาราง มองดูแล้ว 1 เม็ดคือมาตรฐานพื้นฐาน และมีโอกาสสูงที่จะยิงขาดกระจุยเพื่อเอาใจแฟนบอลในรังตัวเอง
แนะนำ: ต่อ อัล อาห์ลี 1
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: อัล อาห์ลี ชนะ อัล คาลีจ 2-0 , 3-0
— กุนซือไร้เงา —
การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบลีกเฟส นัดที่ 7 ประจำคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 (เวลา 00:45 น.) เตรียมระเบิดความมันส์ที่สนาม อัสป์ไมร่า สตาดิโอน เมื่อ โบโด กลิมท์ ทีมแกร่งจากนอร์เวย์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เจ้าบ้านภายใต้การนำของ คูทิล คนุตเซ่น ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หลังเก็บได้เพียง 3 คะแนนจากการลงเล่น 6 นัด รั้งอันดับ 32 ของตาราง แม้ฟอร์มโดยรวมในยุโรปจะดูเป็นรอง แต่การเล่นในบ้านที่มีสภาพอากาศหนาวจัดและสนามหญ้าเทียม คือ “นรกของทีมเยือน” ที่พวกเขาใช้จัดการทีมยักษ์ใหญ่มานักต่อนัก
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ แม้ทีมจะรั้งอันดับ 4 ของตารางมี 13 คะแนน และเพิ่งบุกชนะเรอัล มาดริดมาได้ แต่ปัจจุบันทีมประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบนรวมกว่า 14 ราย ทำให้การจัดทัพนัดนี้อาจต้องใช้ผู้เล่นดาวรุ่งผสมโรงกับตัวเก๋าที่เหลืออยู่
เจ้าบ้านจะขาด ยอสไตน์ กุนเดอร์เซ่น กองหลังตัวหลักที่ติดโทษแบน ทำให้เกมรับอาจจะหลวมลงบ้าง
ผู้รักษาประตู: นิกิต้า ไฮคิน
กองหลัง: วอมบังโกโม, บียอร์ทัฟท์, นีลเซ่น, บียอร์กาน
กองกลาง: เอฟเยน, เบิร์ก, เฟต
กองหน้า: ซินเกอร์นาเกล, แคสเปอร์ ฮ็อก, เยนส์ เพ็ตเตอร์ เฮาเก้ (ตัวอันตราย)
ขาดผู้เล่นหลักอย่าง โรดรี้, โฟเดน และแบร์นาร์โด้ ซิลวา (แบน) แต่ยังมีเพชฌฆาตหน้าเป้าที่แฟนบอลนอร์เวย์รอคอย
ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน
กองหลัง: ลูอิส, อคานจี, อาเก้, กวาร์ดิโอล
กองกลาง: โควาซิช (ตัวรับ), โดกู, ไรน์เดอร์ส, กุนโดกัน, ซาวินโญ่
กองหน้า: เออร์ลิง ฮาลันด์ (กัปตันทีม)
สภาพอากาศและสนามหญ้าเทียม: อุณหภูมิที่อาจติดลบในเมืองโบโดช่วงมกราคม ผสมกับสนามหญ้าเทียมที่ลูกฟุตบอลเคลื่อนที่เร็วกว่าปกติ จะเป็นอุปสรรคต่อการต่อบอลสั้นของแมนฯ ซิตี้ อย่างมาก
การกลับมาของ “เออร์ลิง ฮาลันด์”: นี่คือการกลับมาลงเล่นในบ้านเกิดของยอดกองหน้าเบอร์ 1 ของโลก ความกระหายที่จะทำประตูต่อหน้าแฟนบอลนอร์เวย์จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทีมเยือน
ช่องโหว่ในเกมรับซิตี้: การขาดตัวหลักหลายตำแหน่งอาจทำให้การประสานงานในแดนหลังไม่สมบูรณ์ หากโบโด กลิมท์ ใช้ลูกสวนกลับเร็วของ เฮาเก้ พวกเขามีลุ้นทำประตูช็อกแฟนบอลเรือใบสีฟ้าได้
แม้ แมนฯ ซิตี้ จะสภาพทีมไม่สมบูรณ์และต้องเจอกับปัจจัยภายนอกที่ยากลำบาก แต่ด้วย “DNA แชมป์” และระดับชั้นของผู้เล่นที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะความเฉียบคมของ ฮาลันด์ น่าจะช่วยให้พวกเขายังครองเกมได้มากกว่า เจ้าบ้านคงสู้ได้สนุกในช่วงแรก แต่ระยะยาวความนิ่งของทีมระดับโลกจะช่วยให้ซิตี้บุกมาเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ
สกอร์ที่คาด: โบโด กลิมท์ 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แนะนำมองต่ำ 3.75 ลุ้น ยิงไม่ถึง 3 ลูก
วูล์ฟแฮมป์ตัน – นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) วันอาทิตย์ที่ 18 มกราค 2569
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดสัปดาห์นี้มีคู่บิ๊กแมตช์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อ “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน จะเปิดบ้านโมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย การแข่งขันนัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมฟุตบอล 3 แต้มธรรมดา แต่ยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีและเดิมพันสำคัญต่ออันดับตารางคะแนนของทั้งสองทีม
เริ่มกันที่เจ้าบ้าน วูล์ฟแฮมป์ตัน แม้จะยังจมอยู่ท้ายตารางและรั้งอันดับบ๊วย แต่ช่วงหลังฟอร์มเริ่มกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายใต้การคุมทีมของ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ พวกเขาไม่แพ้ใครในลีกมา 4 นัดติด แถมเกมล่าสุดในศึกเอฟเอคัพยังระเบิดฟอร์มถล่มคู่แข่งไปถึง 6-1 ความมั่นใจของทีมกำลังกลับมา โดยเฉพาะเกมรุกที่ดูมีไอเดียและความหลากหลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งฤดูกาลของวูล์ฟแฮมป์ตันยังถือว่าน่าเป็นห่วง เกมรับเสียประตูง่าย ส่วนเกมรุกยังขาดความเฉียบคมในหลายๆ นัด แม้ผลงานช่วงหลังจะดีขึ้น แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก
ส่วนฝั่งทีมเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ของ เอ็ดดี้ ฮาว ยังคงยืนระยะอยู่ในกลุ่มท็อปซิกซ์ของตาราง แม้จะมีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บและความล้าจากโปรแกรมที่แน่น โดยเฉพาะในแนวรับ แต่ศักยภาพโดยรวมยังดูเหนือกว่าเจ้าบ้านพอสมควร
จุดเด่นของนิวคาสเซิ่ลยังคงเป็นแดนกลางที่แข็งแกร่ง คุมจังหวะเกมได้ดี มีตัวอันตรายหลายคน โดยเฉพาะ บรูโน่ กิมาไรส์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขึ้นเกม ทำให้ทีมยังสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง แม้จะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
มองภาพรวมแล้ว วูล์ฟแฮมป์ตันได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน และมีแรงฮึดจากการหนีตกชั้น แต่คุณภาพทีมและความแน่นอนของนิวคาสเซิ่ลยังดูดีกว่า เกมนี้มีโอกาสที่ทีมเยือนจะบุกมาเก็บสามแต้มได้ ไปต่อ นิวคาสเซิ่ล 0.5 คว้า 3 แต้มสำคัญไปครอง!!
… เทพสนามนิรนาม …
เรอัล โซเซียดาด พบกับ บาร์เซโลน่า (ลาลีกา สเปน) วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569
ในศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน คู่นี้เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล โซเซียดาด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า คู่นี้จะเริ่มแข่งกัน วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย
ด้านของฝั่งเจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด ผลงานโดยรวมในช่วงหลังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี แต่ยังขาดความเด็ดขาดในการปิดเกม โดยใน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ เสมอ 3 นัด และชนะ 2 นัด แม้จะไม่แพ้ใคร แต่สัดส่วนเกมเสมอค่อนข้างสูง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการจบสกอร์และการรักษาความได้เปรียบในช่วงท้ายเกม นัดล่าสุดทำได้เพียงเสมอกับ โอซาซูน่า ซึ่งแม้จะเป็นผลการแข่งขันที่ไม่เสียหาย แต่ก็แสดงให้เห็นว่าทีมยังต้องยกระดับเกมรุกให้มีความเฉียบคมมากกว่านี้ ความมั่นใจของทีมอยู่ในระดับปานกลาง คาดว่าเกมนี้จะมาในระบบ 4-3-3 เน้นครองบอลในแดนกลาง ใช้เกมริมเส้นและการเพรสซิ่งสูงเพื่อสร้างโอกาสเข้าทำ
ทางด้านทีมเยือน บาร์เซโลน่า กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรงอย่างต่อเนื่อง โดยผลงานใน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ชนะรวดทั้ง 5 นัด แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมั่นใจที่สูงมาก เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคม ขณะที่เกมรับก็เริ่มมีความแน่นอนมากขึ้น ลดความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ เกมล่าสุดยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้ดี สะท้อนถึงระบบทีมที่เริ่มลงตัว ความมั่นใจของนักเตะอยู่ในระดับสูง คาดว่าจะจัดทัพในระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 เพื่อเน้นการครองบอล กดดันคู่แข่ง และเปิดเกมบุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเกม
เมื่อเปรียบเทียบฟอร์มในช่วงหลัง จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บาร์เซโลน่า ดูเหนือกว่าเรอัล โซเซียดาดในหลายด้าน ทั้งเรื่องความเฉียบคมในเกมรุก ความมั่นใจของผู้เล่น และความสม่ำเสมอของผลงาน ขณะที่เรอัล โซเซียดาด แม้จะไม่แพ้ใครในช่วงหลัง แต่การเสมอหลายเกมติดต่อกันสะท้อนถึงข้อจำกัดในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู เมื่อแนวรับต้องรับมือกับแนวรุกบาร์เซโลน่าที่กำลังเข้าฟอร์ม จึงมีโอกาสเสียประตูค่อนข้างสูง ภาพรวมของเกมนี้ยังคงมองว่าทีมเยือนมีภาษีดีกว่า และมีโอกาสบุกมาเก็บชัยชนะได้ตามเป้าหมาย ต่อ บาร์เซโลน่า 1
“KickVision”
อาร์เน่อ สล็อต กดดันหนัก! เจอร์ราร์ดชี้ ลิเวอร์พูลไม่ควรแค่เสมอทีมน้องใหม่ในแอนฟิลด์
สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล ออกโรงวิจารณ์ผลงานของทีมเก่า โดยยืนยันว่าการทำได้เพียงเสมอกับทีมน้องใหม่อย่าง เบิร์นลี่ย์ หรือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในสนามแอนฟิลด์ เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” สำหรับสโมสรระดับหงส์แดง พร้อมชี้ว่า อาร์เน่อ สล็อต เฮดโค้ชคนปัจจุบัน คงหลีกเลี่ยงเสียงตำหนิอย่างหนักไม่พ้น
ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อต เพิ่งเปิดบ้านเสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด ส่งผลให้ฤดูกาลนี้พวกเขา ยังไม่สามารถเอาชนะทีมน้องใหม่ในแอนฟิลด์ได้เลย
ก่อนหน้านี้ “หงส์แดง” เคยทำได้เพียงเสมอกับ
ซันเดอร์แลนด์ 1-1
ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0
ซึ่งผลงานดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลจำนวนมาก
เจอร์ราร์ด กล่าวขณะทำหน้าที่กูรูให้กับ TNT Sports ว่า
“แม้ว่าพวกเขาจะไม่แพ้ใครมาหลายนัด แต่ทั้งคุณและผมต่างก็รู้ดีว่า การเปิดบ้านเสมอกับทีมอย่าง ลีดส์ หรือ เบิร์นลี่ย์ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับลิเวอร์พูล ดังนั้นผู้จัดการทีมย่อมต้องโดนตำหนิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูลยังยอมรับว่า แม้ผลงานโดยรวมจะไม่เลวร้าย แต่เกมในบ้านควรเป็นจุดแข็งที่ทีมต้องเก็บชัยชนะให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมที่ศักยภาพเป็นรอง
อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ดยังมองในแง่บวกต่อผลงานของ อาร์เน่อ สล็อต โดยกล่าวว่า เฮดโค้ชชาวดัตช์รายนี้มีส่วนสำคัญในการพาทีมกลับมามีลุ้นพื้นที่ยุโรปอีกครั้ง
“ก่อนหน้านี้มีคนถามผมว่าลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตหรือไม่ ซึ่งผมไม่คิดแบบนั้น และต้องให้เครดิตผู้จัดการทีมที่ช่วยพาทีมจากกลางตารางกลับขึ้นมาสู่กลุ่มลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีกได้”
เจอร์ราร์ดทิ้งท้ายว่า เป้าหมายขั้นต่ำของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้คือ การจบท็อปโฟร์ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ถึงอย่างนั้น ผลงานที่สะดุดในบ้านก็ยังเป็นสิ่งที่แฟนบอลและสื่อไม่อาจมองข้ามได้
“แม้จะจบท็อปโฟร์ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรอดพ้นจากเสียงตำหนิทั้งหมด”
กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจอย่างมากหลังจบเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา
ไฮไลต์สำคัญของเกมนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะเหนือคู่ปรับร่วมเมือง แต่คือการได้เห็น ค็อบบี้ เมนู กองกลางดาวรุ่งจากอะคาเดมี่แคร์ริงตัน ลงสนามเป็น ตัวจริงนัดแรกของฤดูกาล ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งถือเป็นการประเดิมคุมทีมอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ เมนู วัย 20 ปี ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าอาจถูกปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด แบบยืมตัวในช่วงตลาดเดือนมกราคม หลังไม่ได้รับโอกาสลงสนามจากอดีตกุนซือ รูเบน อโมริม
กุนซือชาวโปรตุเกสเคยให้เหตุผลว่า เมนู เล่นในตำแหน่งเดียวกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำให้โอกาสลงตัวจริงมีจำกัด จนถึงขั้นที่พี่ชายของเมนูออกมาเรียกร้องให้อโมริมปล่อยน้องชายไปหาความท้าทายใหม่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับตาลปัตร หลังอโมริมออกมาวิจารณ์บอร์ดบริหารและถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันถัดมา ส่งผลให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามารับหน้าที่กุนซือ และหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการมอบโอกาสให้ เมนู ลงเป็นตัวจริงทันที
คาร์ริคแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมนู สามารถเล่นร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้อย่างไม่มีปัญหา และยังช่วยยกระดับแดนกลางของทีมได้อย่างโดดเด่น
จากสถิติของ Goal’s Side เมนู ทำผลงานได้น่าประทับใจในเกมใหญ่ระดับดาร์บี้แมตช์
ผ่านบอลทั้งหมด: 34 ครั้ง
ความแม่นยำในการผ่านบอล: 91%
ผ่านบอลยาวแม่นยำ: 2 จาก 2 ครั้ง
เลี้ยงบอลหนีคู่แข่งสำเร็จ: 1 จาก 2 ครั้ง
ชนะการเข้าปะทะ: 2 จาก 2 ครั้ง
ดักเก็บบอล: 2 ครั้ง
เคลียร์บอล: 3 ครั้ง
ชนะการดวลลูกโด่ง: 2 จาก 3 ครั้ง
ชนะการดวลบนพื้น: 3 จาก 8 ครั้ง
ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันได้ชัดว่า เมนู ไม่ได้เป็นเพียงดาวรุ่งที่ถูกดันขึ้นมาใช้งาน แต่คือกองกลางที่มีความนิ่ง ความเข้าใจเกม และวินัยเกมรับสูง แม้จะต้องเผชิญกับคู่แข่งระดับแชมป์ยุโรปอย่าง แมนฯ ซิตี้
ผลงานในเกมนี้ไม่เพียงช่วยให้ แมนยู เก็บสามแต้มสำคัญ แต่ยังเป็นการ “ตอกหน้า” แนวคิดเดิมที่มองว่า เมนู ไม่สามารถเล่นร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้
หาก ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังคงยึดแนวทางให้โอกาสแข้งดาวรุ่งและจัดระบบที่เหมาะสม ค็อบบี้ เมนู อาจก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักระยะยาวในแดนกลางของปีศาจแดง และกลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีมในอนาคตอันใกล้
ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ ทำได้เพียงเสมอกับ เบิร์นลี่ย์ ทีมรองบ๊วยของตาราง 1-1 ส่งผลให้ “หงส์แดง” เสมอในลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน เก็บเพิ่มเป็น 36 คะแนน รั้งอันดับ 4 ของตาราง ส่วน “เดอะ คลาเร็ตส์” ยังจมอยู่อันดับ 19 มี 14 คะแนน ตามหลังโซนปลอดภัย 7 แต้ม
เกมครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลและบุกกดดันได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน สร้างโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง แต่กลับขาดความเฉียบคม โดยเฉพาะนาทีที่ 30 เมื่อ ฟลอเรนติโน่ ลูอีส ไปทำฟาวล์ อูโก้ เอกิติเก้ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที
อย่างไรก็ตาม โดมินิค โซโบซไล รับหน้าที่สังหาร แต่ยิงไปชนคานอย่างน่าเสียดาย ทำให้เจ้าถิ่นยังไม่สามารถออกนำได้
จนกระทั่งนาทีที่ 42 ลิเวอร์พูลปลดล็อกประตูแรกจากจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษ เคอร์ติส โจนส์ จ่ายบอลย้อนมาให้ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ซัดเต็มข้อผ่านมือ มาร์ติน ดูบราฟก้า พาหงส์แดงออกนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังเดินหน้าบุกต่อ นาทีที่ 56 โกดี้ คักโป ได้โอกาสแปบอลจ่อ ๆ แต่ บาชีร์ ฮัมฟรี่ย์ส ถอยไปเตะสกัดบนเส้นได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เจ้าบ้านพลาดโอกาสหนีห่าง
จากนั้นนาที 63 เบิร์นลี่ย์เริ่มตั้งเกมได้ ไคล์ วอล์คเกอร์ ฉกบอลก่อนแทงทะลุช่องให้ มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ หลุดเข้าเขตโทษ ปาดเข้ากลางจน อิบราฮิมา โกนาเต้ สกัดเกือบเข้าประตูตัวเอง แต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังช่วยเซฟไว้ได้
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 65 ฟลอเรนติโน่ ลูอีส จ่ายบอลให้ มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายในเขตโทษฝั่งซ้าย บอลพุ่งผ่านมือ อลีสซง ตุงตาข่าย ช่วยให้เบิร์นลี่ย์ไล่ตีเสมอ 1-1
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 77 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูชัย เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โหม่งชงจากลูกเปิดด้านข้างไปถึง อูโก้ เอกิติเก้ ซัดเข้าไปแล้ว แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังคงเดิม
จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน
ลิเวอร์พูล : เสมอในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน มี 36 คะแนน รั้งอันดับ 4
เบิร์นลี่ย์ : เก็บแต้มจากสองนัดหลังในลีก มี 14 คะแนน อยู่อันดับ 19 ห่างโซนปลอดภัย 7 แต้ม
แอสตัน วิลล่า vs เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
แอสตัน วิลล่า ในบ้านดุดันไว้ใจได้เสมอ ยิ่งได้แนวรุกตัวเก่งอยู่กันครบพร้อมถล่มประตูเพื่อรักษาพื้นที่หัวตาราง เอฟเวอร์ตัน สภาพทีมยวบยาบจากปัญหานักเตะบาดเจ็บและไปรับใช้ชาติ ทำให้เกมรับเปราะบางยามออกนอกบ้าน สถิติข่มกันชัดเจน เจ้าถิ่นเหนือกว่าทั้งทรงบอลและเสียงเชียร์ พร้อมเดินหน้าบุกกดดันตั้งแต่นาทีแรกจนจบเกม ด้วยมาตรฐานทีมที่ห่างกันมาก เชื่อว่า “สิงห์ผยอง” จะพับสนามบุกและคว้าสามแต้มในรังได้แบบไม่ยากเย็น หนึ่งเม็ดมีแน่สำหรับการกินครึ่ง และโอกาสไหลไปเม็ดสองยิงขาดกินเต็มมีสูงมาก แนะนำให้วางเจ้าบ้านไปได้เลย
แนะนำ: ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 95%
ผลบอลที่คาด: แอสตัน วิลล่า ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0
สตุ๊ตการ์ต vs ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
“ม้าขาว” สตุ๊ตการ์ต ในบ้านดุดันอันตราย เกมรุกกำลังท็อปฟอร์มยิงกระจายมาแทบทุกนัด พร้อมเปิดหน้าบุกแลกเพื่อพื้นที่ท็อปโฟร์ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน แม้จะเหนียวแน่นแต่ช่วงหลังเกมรับเริ่มมีช่องโหว่ ทว่าลูกตั้งเตะและเกมสวนกลับยังหวังผลประตูได้เสมอ สถิติการเจอกันพักหลังสกอร์ไหลยาวตลอด ล่าสุดซัดกันยับถึง 8 ลูก บ่งบอกชัดเจนว่าทรงบอลเปิดแลกแบบไม่มีใครยอมอุด ด้วยความคมของแนวรุกทั้งสองทีมและเรตที่เปิดมา เชื่อว่าเม็ดสามมีให้เห็นแน่นอน และมีโอกาสสูงที่จะไหลไปถึงเม็ดสี่
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
แอตฯ มาดริด vs อลาเบส ( ลาลีกา สเปน )
แอตฯ มาดริด ในบ้านดุดันไว้ใจได้เสมอ โดยเฉพาะเกมรุกที่มักจะกระหน่ำประตูยามเจอทีมครึ่งล่างของตาราง อลาเบส เกมเยือนมีปัญหาเสียประตูง่ายและมักจะต้านทานเกมบุกกดดันหนักๆ ของทีมระดับท็อปไม่อยู่ สถิติ H2H ที่สนามแห่งนี้ส่วนใหญ่จบด้วยสกอร์สูง โดยเจ้าถิ่นมักจะยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูขึ้นไปเป็นพื้นฐาน ด้วยคุณภาพแนวรุกที่เหนือกว่าและต้องการแต้มเพื่อจี้กลุ่มนำ เชื่อว่าเกมนี้จะเปิดหน้าแลกกันจนทะลุเรต 2.5
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
โบโลญญ่า vs ฟิออเรนติน่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
โบโลญญ่าช่วงหลังรูปเกมเริ่มเปิดมากขึ้น เกมรับยังมีจังหวะหลุดให้เห็นบ่อย แต่จุดเด่นคือเกมรุกที่กล้าเล่น กล้าแลก โดยเฉพาะเวลาเล่นในบ้าน มักเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น
ฝั่งฟิออเรนติน่าก็เป็นทีมที่เกมรุกจัดจ้านไม่แพ้กัน มีทั้งเกมเพรสซิ่งและจังหวะเข้าทำหลากหลาย แต่แนวรับยังไม่ถึงกับแน่น เกมเยือนหลายครั้งเสียประตูง่าย คู่นี้ภาพรวมมีแนวโน้มเปิดเกมแลกกันชัด โอกาสยิงกันเกินสองลูกมีสูง
ฟันธง : สูง 2.5/3
สกอร์ที่คาด : โบโลญญ่า 2-2 ฟิออเรนติน่า
ระดับความมั่นใจ : 80%
เอซี มิลาน vs เลชเช่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เอซี มิลานฟอร์มโดยรวมยังดูแข็ง เกมรุกมีความหลากหลาย และเล่นในบ้านมักเดินหน้าบุกต่อเนื่อง แม้บางเกมจังหวะจบจะยังไม่คมจัด แต่เมื่อเจอคู่แข่งที่เกมรับเปราะ โอกาสยิงหลายประตูเปิดกว้าง
ด้านเลชเช่ช่วงนี้ฟอร์มตกชัด เกมรับมีปัญหา เสียประตูต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาเจอทีมที่เกมรุกเร็วและกดดันสูง เกมนี้รูปเกมน่าจะเป็นมิลานครองบอลบุกใส่ยาว โอกาสเห็นสกอร์ไหลมีสูง
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เอซี มิลาน 3-0 เลชเช่
ระดับความมั่นใจ : 83%
สตาร์บูร์ก vs เม็ตซ์ (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
สตาร์บูร์กช่วงนี้ฟอร์มกำลังมั่นใจ เล่นเป็นระบบ เกมรับแน่น เกมรุกมีความเฉียบ และเวลาเล่นในบ้านมักคุมจังหวะได้ดี
ฝั่งเม็ตซ์ฟอร์มยังแกว่ง เกมรับมีช่องโหว่ให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนบุกต่อเนื่อง เกมเยือนยังเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อมาเจอกับทีมที่ฟอร์มกำลังขึ้นและเล่นในบ้านแบบนี้ ภาพรวมยังมองว่าเจ้าบ้านมีโอกาสเบียดเก็บชัยตามราคา
ฟันธง : ต่อ สตาร์บูร์ก 0.5/1
สกอร์ที่คาด : สตาร์บูร์ก 2-0 เม็ตซ์
ระดับความมั่นใจ : 82%
🖊 ตาข่ายทอง.
ก่อนหน้า 1 … 53 54 55 56 57 … 84 ถัดไป »