โยเคเรส เปิดใจหลังยิง 1 จ่าย 1 พาอาร์เซน่อลบุกเชือดเชลซี คาราบาว คัพ รอบรองฯ นัดแรก
วิคตอร์ โยเคเรส กองหน้าฟอร์มแรงของ อาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังโชว์ผลงานยอดเยี่ยม ยิง 1 ประตู และทำ 1 แอสซิสต์ พาทีมบุกเอาชนะ เชลซี 3-2 ถึงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึก คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
หัวหอกทีมชาติสวีเดนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมบิ๊กแมตช์ลอนดอนดาร์บี้ครั้งนี้ โดยเป็นคนเบิกสกอร์แรกให้กับทัพ “ปืนใหญ่” ก่อนจะจ่ายบอลให้ เบน ไวท์ เติมขึ้นมายิงประตูสำคัญ ส่งผลให้อาร์เซน่อลคว้าชัยชนะในเกมแรก และกุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดที่สองที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์
หลังจบเกม โยเคเรส ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มการเล่นของทีมว่า
“ผมคิดว่านี่เป็นเกมที่ยากมาก เราเล่นเกมรับได้ดี เช่นเดียวกับพวกเขา เชลซีมีอันตรายเสมอจากเกมสวนกลับ แต่โดยรวมผมคิดว่าเราเล่นเกมรับได้ดีมาก แม้จะเสียไปสองประตู แต่ว่าในเกมรุกเรายิงได้ถึงสามประตู ซึ่งถือว่าน่าพอใจ”
นอกจากนี้ ดาวยิงวัย 26 ปี ยังพูดถึงจังหวะแอสซิสต์ที่ทำให้ เบน ไวท์ ทำประตูได้ว่า
“ผมคิดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เบนจ่ายบอลให้ผม ผมรู้ว่าเขาจะมองเห็นผมและส่งบอลมาแน่นอน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก และนี่คือสิ่งที่ผมต้องทำ หวังว่าจะสามารถทำแบบนี้ได้บ่อยขึ้น”
โยเคเรส ยังเน้นย้ำว่าแม้ทีมจะคว้าชัยชนะในเกมแรก แต่ยังไม่ประมาทกับเลกสอง
“วันนี้เราชนะก็จริง แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป ยังมีเกมนัดที่สองรออยู่ การบุกมาชนะที่นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่เราต้องแน่ใจว่าจะเล่นได้ดีอีกครั้งในเกมถัดไป”
ชัยชนะในเกมนี้ทำให้อาร์เซน่อลกุมความได้เปรียบอย่างมากในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ โดยแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” ต่างคาดหวังว่าฟอร์มร้อนแรงของ วิคตอร์ โยเคเรส จะช่วยพาทีมคว้าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ได้
ดับสนิท! ส่องฟอร์ม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกมอียิปต์พ่ายเซเนกัล ร่วงรอบรองฯ AFCON 2025
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยอดดาวยิงกัปตันทีมชาติอียิปต์ ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งบนเวทีแอฟริกา หลังพา “ทัพฟาโรห์” ไปไม่ถึงฝั่งฝันในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 (AFCON 2025) เมื่อพ่ายให้กับทีมชาติเซเนกัล 0-1 ตกรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันพุธที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
เกมนี้ถือเป็นหนึ่งในวันที่น่าผิดหวังที่สุดของ ซาลาห์ ในการรับใช้ชาติ หลังไม่สามารถสร้างอิทธิพลในเกมรุกได้เลย แม้จะต้องดวลกับอดีตเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูลอย่าง ซาดิโอ มาเน่ แต่ดาวเตะวัย 33 ปี กลับถูกเกมรับของเซเนกัลปิดตายแบบอยู่หมัด
ตลอด 90 นาทีในสนาม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แทบไม่มีบทบาทในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง สถิติชี้ชัดว่าเจ้าตัว ไม่มีจังหวะสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเซเนกัลแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของทวีปแอฟริกา
แนวรับเซเนกัลจัดการประกบติดอย่างเหนียวแน่น ตัดช่องการเลี้ยงและการเคลื่อนที่ของซาลาห์ได้ทั้งหมด ส่งผลให้เกมรุกของอียิปต์ขาดมิติ และไม่สามารถสร้างความกดดันใส่แชมป์เก่าได้อย่างที่หวัง
ผลงานของกัปตันทีมชาติอียิปต์ในเกมนี้ สะท้อนภาพรวมได้อย่างชัดเจนว่าเป็นวันที่ไม่เข้าฟอร์มอย่างแท้จริง
ลงเล่น : 90 นาที
สัมผัสบอล : 30 ครั้ง
สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง : 0 ครั้ง
ผ่านบอลเข้าเป้า : 75% (9/12 ครั้ง)
ยิงรวม : 0 ครั้ง
ยิงตรงกรอบ : 0 ครั้ง
สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม : 0 ครั้ง
เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ : 0% (0/3 ครั้ง)
ชนะการดวลรวม : 27% (4/15 ครั้ง)
แท็กเกิลชนะ : 100% (3/3 ครั้ง)
เคลียร์บอลจากพื้นที่อันตราย : 1 ครั้ง
จากตัวเลขทั้งหมดจะเห็นได้ชัดว่า ซาลาห์ มีบทบาทในเชิงเกมรับมากกว่าเกมรุก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อียิปต์ต้องการในเกมตัดสินเช่นนี้
แม้ความหวังในการคว้าแชมป์ AFCON 2025 จะสิ้นสุดลงเพียงรอบรองชนะเลิศ แต่อียิปต์และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังมีภารกิจสำคัญรออยู่ นั่นคือ เกมชิงอันดับสาม ซึ่งจะลงสนามพบผู้แพ้ระหว่าง ไนจีเรีย หรือ โมร็อกโก ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคมนี้
เกมดังกล่าวถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทัพฟาโรห์จะปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยผลงานเชิงบวก และเป็นบทพิสูจน์ว่า ซาลาห์ จะสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้หรือไม่ หลังจากโชว์ฟอร์มเงียบงันในเกมสำคัญที่สุดนัดหนึ่งของทัวร์นาเมนต์
การตกรอบรองชนะเลิศ AFCON 2025 อีกครั้ง ถือเป็นแผลใจของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยังไม่สามารถพาอียิปต์คว้าแชมป์ทวีปได้สำเร็จ แม้จะอยู่ในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง แต่ความคาดหวังจากแฟนบอลยังคงสูง และทุกสายตาจะจับจ้องไปที่เกมชิงอันดับสาม ว่ากัปตันทีมคนนี้จะตอบสนองอย่างไร
อาร์เซน่อล กุมความได้เปรียบก่อนในศึก คาราบาว คัพ 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก หลังบุกเอาชนะ เชลซี ถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยสกอร์สุดมัน 3-2 เมื่อคืนวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 โดยเกมนี้ วิคตอร์ โยเคเรส กลายเป็นฮีโร่ของทีม ทำผลงานโดดเด่นทั้งยิงประตูและแอสซิสต์
เริ่มเกมมาเพียงนาทีที่ 7 อาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากลูกเตะมุม เดแคลน ไรซ์ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ และเป็น เบน ไวท์ ที่สอดขึ้นมาโหม่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตู เชลซี เข้าไปอย่างเด็ดขาด
เชลซี พยายามเร่งเกมหวังทวงประตูคืน และเกือบได้ลุ้นในนาทีที่ 31 จากลูกยิงในกรอบเขตโทษของ เอสเตเวา แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านอาร์เซน่อล ยังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” ตามหลัง 0-1
กลับมาเล่นครึ่งหลังได้ไม่นาน นาทีที่ 49 อาร์เซน่อล หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เบน ไวท์ เปิดบอลเรียดจากฝั่งขวา บอลไปโดนมือ โรเบิร์ต ซานเชซ เล็กน้อย ก่อนจะมาเข้าทาง วิคตอร์ โยเคเรส ยิงจ่อๆ ไม่เหลือซาก
อย่างไรก็ตาม เชลซี ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาทีที่ 57 ได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ เปโดร เนโต้ ครอสบอลไปเสาสอง และเป็น อเลฮานโดร การ์นาโช ตัวสำรอง ยิงด้วยเท้าขวาแบบไม่จับ บอลเสียบมุมแคบอย่างเฉียบขาด
นาทีที่ 71 อาร์เซน่อล มาได้ประตูที่สาม จากการประสานงานสุดสวย โยเคเรส แตะบอลต่อให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ จับหนึ่งจังหวะก่อนกดด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 83 เชลซี ไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จาก อเลฮานโดร การ์นาโช คนเดิม ซัดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้ช่วงท้ายเกมเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม
เชลซี 2-3 อาร์เซน่อล
ทำให้ “ไอ้ปืนใหญ่” กุมความได้เปรียบเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปเล่นเกม คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์
เวโรน่า vs โบโลญญ่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เวโรน่าสถานการณ์กดดันหนัก อยู่โซนท้ายตาราง ฟอร์มในบ้านช่วงหลังดูน่าเป็นห่วง เกมรุกฝืด ยิงไม่ได้ในเกมเหย้าล่าสุด แม้จะเพิ่งยันเสมอทีมระดับบนมาได้ แต่ภาพรวมยังเล่นด้วยความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเวลาโดนบุกต่อเนื่อง ฝั่งโบโลญญ่าแม้ผลงานช่วงหลังไม่ชนะใครหลายเกมติด แต่รูปเกมยังดูดีกว่าในแง่การคุมจังหวะและโครงสร้างทีม ปัญหาหลักคือความเฉียบคมที่หายไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมาเจอทีมที่เกมรับเปราะและต้องเปิดเกมสู้ โอกาสบุกเก็บชัยยังเปิดกว้าง เกมนี้น้ำหนักยังเทไปทางทีมเยือนที่ดูมีภาษีมากกว่า
ฟันธง : ต่อ โบโลญญ่า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : โบโลญญ่า 2-0 เวโรน่า
ระดับความมั่นใจ : 81%
วิเซล่า vs ปากอส เดอ เฟอร์ไรร่า (โปรตุเกส ดิวิชั่น 2)
วิเซล่าแม้อันดับดูดี แต่ฟอร์มในบ้านช่วงหลังชวนอึดอัด เกมรุกฝืด ยิงประตูแทบไม่ได้ ต้องพึ่งเกมรับเป็นหลัก ทำให้รูปเกมส่วนใหญ่ออกมาอึดอัดและตึงมือ ด้านปากอส เดอ เฟอร์ไรร่า กำลังเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะเกมเยือนช่วงหลังที่กล้าเล่น กล้าแลก และมีจังหวะเข้าทำชัดกว่าเดิม เมื่อเจอกับเจ้าบ้านที่ต้องเปิดเกมมากขึ้นเพื่อเรียกฟอร์ม มีโอกาสที่เกมจะเปิดกว่าที่คิด และสกอร์มีลุ้นไหลเกินราคา
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เสมอ 2-2
ระดับความมั่นใจ : 79%
โคโม่ vs เอซี มิลาน (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
โคโม่ช่วงนี้เล่นด้วยความมั่นใจสูง รูปเกมแน่น เกมรับมีวินัย และไม่เสียประตูง่าย การเจอกับทีมใหญ่เลือกเล่นอย่างรัดกุมเป็นหลัก ฝั่งเอซี มิลาน ฟอร์มโดยรวมยังแข็ง แต่จังหวะจบสกอร์ช่วงหลังไม่คม เกมรุกครองบอลเยอะแต่เปลี่ยนเป็นประตูได้น้อย เกมลักษณะนี้มีแนวโน้มออกมาอึดอัด ต่างฝ่ายต่างระวังตัวสูง โอกาสยิงขาดไม่ง่าย
ฟันธง : ต่ำ 2.5
สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1
ระดับความมั่นใจ : 83%
🖊 ตาข่ายทอง.
ราซิ่ง ซานตานเดร์ พบกับ บาร์เซโลน่า (โคปา เดล เรย์ สเปน)
เจ้าบ้าน ราซิ่ง ซานตานเดร์ ผลงานช่วงหลังยังไม่คงเส้นคงวา โดยผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1 นัดล่าสุดพึ่งพ่ายมา ส่งผลต่อความมั่นใจพอสมควร เกมรุกยังขาดความเฉียบคม จังหวะเข้าทำไม่ต่อเนื่อง เกมรับยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อย ด้านทีมเยือน บาร์เซโลน่า ฟอร์มร้อนแรงอย่างมาก ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะรวดทั้ง 5 นัด ความมั่นใจเต็มเปี่ยม เกมรุกดุดัน สร้างโอกาสได้หลากหลายและจบสกอร์เฉียบขาด เกมรับก็มีความแน่นอนและเสียประตูน้อย ฟันธง บาร์เซโลน่า มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกมาคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ บาร์เซโลน่า 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม พบกับ โวเลนดัม (ดัตช์ คัพ)
สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ฟอร์มช่วงหลังกำลังทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 และ 3 เกมหลังสุดเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ความมั่นใจของทีมอยู่ในระดับสูง เกมรุกเล่นได้ดุดันและจบสกอร์เฉียบคม เกมรับก็มีความรัดกุมมากขึ้น ด้านทีมเยือน โวเลนดัม ผลงานโดยรวมยังย่ำแย่ 5 นัดหลังสุด แพ้ 4 เสมอ 1 ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย สภาพทีมขาดความมั่นใจ เกมรุกสร้างโอกาสได้น้อยและจบสกอร์ไม่เด็ดขาด เกมรับมีปัญหาเสียประตูง่าย เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ดูเหนือกว่าทุกด้าน มีโอกาสสูงที่จะเปิดบ้านเก็บสามแต้มได้สำเร็จ
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-0
แอตเลติโก้ บาแรนคิลล่า พบกับ ซานตาเฟ่ (โคลัมเบีย ซูเปอร์คัพ)
แอตเลติโก้ บาแรนคิลล่า ฟอร์มช่วงหลังกำลังทำได้ดีอย่างชัดเจน โดยผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 ความมั่นใจของทีมอยู่ในระดับสูง เกมรุกมีความดุดัน สร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง และจบสกอร์ได้ค่อนข้างเฉียบคม เกมรับก็ยังรักษามาตรฐานได้ดี ด้านทีมเยือน ซานตาเฟ่ ผลงานโดยรวมยังไม่สม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุด แพ้ 3 เสมอ 1 ชนะ 1 สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความแน่นอนของทีม เกมรุกยังขาดความเฉียบขาด แนวรับมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อย คู่นี้ฟันธง แอตเลติโก้ บาแรนคิลล่า คว้าชัยในบ้านเพิ่มอีกนัด
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-1
“KickVision”
รอบ 16 ทีมสุดท้าย | วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 03:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ศึกฟุตบอลถ้วยรายการสำคัญของสเปน โกปา เดล เรย์ 2025/26 เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยหนึ่งในคู่ที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่าง ราซิ่ง ซานตานเดร์ จ่าฝูงจากศึกเซกุนด้า ดิวิชั่น เปิดบ้านรับมือยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาอย่าง บาร์เซโลน่า ทีมแชมป์เก่าที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงสุดขีด
ราซิ่ง ซานตานเดร์
ลูกทีมของ โฆเซ่ อัลเบร์โต้ โลเปซ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในลีก โดยรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเซกุนด้า ดิวิชั่น แสดงให้เห็นถึงระบบทีมที่แข็งแกร่งและเกมรุกที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ผลงานช่วงหลังเริ่มแผ่วลงเล็กน้อย หลังแพ้ เรอัล ซาราโกซ่า 2-3 ในเกมลีก และเคยพ่าย เซบีย่า 0-3 ในรายการนี้มาแล้ว
เกมนี้ยังต้องลุ้นความฟิตของ อาเซียร์ บียาลิเบร (10 ประตู) และ ฆวน การ์ลอส อาราน่า ขณะที่แกนหลักเกมรุกต้องฝากความหวังไว้ที่ดาวรุ่งอย่าง เปโย่ กานาเลส เพลย์เมคเกอร์วัย 20 ปี และ อันเดรส มาร์ติน ดาวยิงตัวความหวังของทีม
คาดว่า ราซิ่ง จะมาในระบบ 4-2-3-1 เน้นรัดกุมและรอโต้กลับจากเกมริมเส้น
รายชื่อ 11 ตัวจริง (คาดการณ์)
ราซิ่ง ซานตานเดร์ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู : โจกิน เอซคีต้า
กองหลัง : อัลบาโร่ มานตีย่า, ปาโบล รามอน, ฟากุนโด้ กอนซาเลซ, มาริโอ การ์เซีย
กองกลาง : มาเก็ตเต้ กูอาย, กุสตาโบ ปูเอร์ต้า
ตัวรุก : มาร์โก ซานกายี่, เปโย่ กานาเลส, ซูเลมาน กามาร่า
กองหน้า : อันเดรส มาร์ติน
บาร์เซโลน่า
ฝั่งทีมเยือน บาร์เซโลน่า ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด หลังเพิ่งเอาชนะ เรอัล มาดริด 3-2 คว้าแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ ที่ซาอุดีอาระเบีย พร้อมสถิติชนะติดต่อกัน 10 นัดรวมทุกรายการ
เกมนี้จะไม่มี แฟรงกี้ เดอ ยอง ที่ติดโทษแบน รวมถึง อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ กาบี ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ ฟลิค มีแนวโน้มจะโรเตชั่นทีม เปิดโอกาสให้แข้งสำรองและดาวรุ่งลงสนาม โดยแนวรุกคาดว่าจะใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด, ดานี่ โอลโม่ และ รูนี่ บาร์ดจี้ สนับสนุน เฟร์รัน ตอร์เรส ที่กำลังฟอร์มดีในลีก
รายชื่อ 11 ตัวจริง (คาดการณ์)
บาร์เซโลน่า (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู : มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเก้น
กองหลัง : อีริก การ์เซีย, โรนัลด์ อเราโฆ่, เกราร์ด มาร์ติน, อเลฆานโดร บัลเด
กองกลาง : มาร์ก กาซาโด้, เปดรี้
ตัวรุก : รูนี่ บาร์ดจี้, ดานี่ โอลโม่, มาร์คัส แรชฟอร์ด
กองหน้า : เฟร์รัน ตอร์เรส
แม้ว่า ราซิ่ง ซานตานเดร์ จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน และมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในลีกรอง แต่การต้องเผชิญหน้ากับ บาร์เซโลน่า ที่กำลังมั่นใจ เกมรุกหลากหลาย และคุณภาพนักเตะเหนือกว่าหลายช่วงตัว ถือเป็นงานที่หนักเกินต้าน
บาร์ซ่าน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลบุกกดดันต่อเนื่อง แม้มีการโรเตชั่น แต่ขุมกำลังเชิงลึกยังแข็งแกร่งพอจะควบคุมเกมและปิดจ็อบได้ตามเป้า
บาร์เซโลน่า บุกชนะ ราซิ่ง ซานตานเดร์
สกอร์ที่คาด : 0-2 หรือ 1-3
ทีเด็ดบอล : ต่อ บาร์เซโลน่า -1.75
โอกาสคว้าชัยและผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายมีสูง
บทวิเคราะห์โดย : เทพสนามนิรนาม ⚽🔥
ไมเคิล คาร์ริค ถอนตัวศึก Reignwood Icons of Football 2026 ที่ไทย หลังเตรียมรับงานกุนซือชั่วคราวแมนฯ ยูไนเต็ด
ไมเคิล คาร์ริค อดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟรายการ Reignwood Icons of Football 2026 หรือ Icons Series ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 หลังมีภารกิจสำคัญกับต้นสังกัดเก่าในบทบาทใหม่
สาเหตุหลักของการถอนตัวในครั้งนี้ เกิดจากการที่ไมเคิล คาร์ริค กำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ ผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนจบฤดูกาลปัจจุบัน ส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศเพื่อร่วมกิจกรรมกีฬานอกเหนือจากภารกิจหลักได้
แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า การเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญของสโมสร ทำให้คาร์ริคจำเป็นต้องทุ่มเทสมาธิและเวลาให้กับการคุมทีมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงโปรแกรมการแข่งขันที่เข้มข้นของฤดูกาล
การแข่งขัน Reignwood Icons of Football ถือเป็นหนึ่งในรายการกอล์ฟระดับนานาชาติที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยรวบรวมอดีตนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ มาร่วมประชันวงสวิงและทำกิจกรรมร่วมกับแฟนกีฬา
ก่อนหน้านี้ ชื่อของไมเคิล คาร์ริค ถูกประกาศเป็นหนึ่งในนักเตะไอคอนที่มีกำหนดเดินทางมาร่วมการแข่งขันในประเทศไทย ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแผนดังกล่าว
แม้การถอนตัวของคาร์ริคจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับแฟน ๆ แต่ทางผู้จัดการแข่งขันยืนยันว่า Reignwood Icons of Football 2026 จะยังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิม พร้อมนักฟุตบอลระดับตำนานรายอื่น ๆ ที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้กับแฟนกีฬาและแฟนกอล์ฟในประเทศไทย
ไมเคิล คาร์ริค ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดอาชีพค้าแข้ง และยังได้รับความไว้วางใจจากสโมสรให้กลับมารับบทบาทสำคัญในยามที่ทีมต้องการความมั่นคง การตัดสินใจไม่เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทต่อหน้าที่อย่างแท้จริง
ดอร์ทมุนด์ เปิดรังอัด เบรเมน 3-0 ยึดรองจ่าฝูงบุนเดสลีกา ไล่บี้บาเยิร์น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งในบ้าน เปิดสนามซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ไล่ถล่ม แวร์เดอร์ เบรเมน 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ รักษาตำแหน่งรองจ่าฝูงศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี พร้อมทำสถิติยังไม่แพ้ใครในรังเหย้าฤดูกาลนี้
การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ดอร์ทมุนด์ รองจ่าฝูง เปิดบ้านพบกับ เบรเมน ทีมอันดับ 12 ของตาราง
เริ่มเกมมาได้เพียง นาทีที่ 11 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮทันที เมื่อ จูเลียน รีเยอร์สัน เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค ที่ขึ้นโหม่งเต็มศีรษะ ส่งบอลตุงตาข่ายให้ ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำ 1-0
หลังจากนั้น ดอร์ทมุนด์ ครองเกมได้ดีกว่า แม้เบรเมนพยายามตั้งเกมสวนกลับ แต่ยังไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ที่ชัดเจนได้ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง เบรเมนมีสถิติการครองบอลที่ดีขึ้น แต่โอกาสจบสกอร์ยังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่อันตรายกว่าอย่างชัดเจน
นาทีที่ 76 ดอร์ทมุนด์มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เฟลิกซ์ เมชา จ่ายบอลให้ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ซัดด้วยขวาเข้าไปอย่างเฉียบขาด
ก่อนที่นาทีที่ 83 เกมจะถูกปิดกล่อง เมื่อ โจ๊บ เบลลิงแฮม แอสซิสต์ให้ แซร์อู กีราสซี่ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ มิโอะ บัคเฮาส์ ผู้รักษาประตูเบรเมน ส่งบอลเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด
จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 36 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของตารางบุนเดสลีกา ตามหลังจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 8 คะแนน แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด
ขณะที่ เบรเมน ยังคงฟอร์มตก ไม่ชนะใครในลีกเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน รั้งอันดับ 12 มีอยู่ 17 คะแนน
เซเมนโย่ฮอตยิงเปิด แชร์กีปิดกล่อง เรือใบสีฟ้าบุกกุมความได้เปรียบคาราบาว คัพ รอบรองฯ นัดแรก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบอย่างมากในศึก คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก หลังบุกเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ถึงถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยสกอร์ 2-0 จากผลงานของ อองตวน เซเมนโย่ และ ไรยัน แชร์กี เมื่อคืนวันอังคารที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา
เกมเริ่มต้นด้วยความคึกคักของเจ้าถิ่น นิวคาสเซิ่ล ที่เปิดฉากบุกใส่ทันที นาทีที่ 4 จาค็อบ เมอร์ฟี่ย์ เปิดบอลจากริมเส้นให้ โยอาน วิสซา ได้ซัดในเขตโทษ แต่บอลพุ่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งเกมได้และครองบอลมากขึ้น สร้างโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ขณะที่ “สาลิกาดง” เน้นรอจังหวะสวนกลับแต่ยังขาดความเฉียบคม ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0
กลับมาครึ่งหลัง นาทีที่ 50 นิวคาสเซิ่ลเกือบขึ้นนำจากลูกโหม่งของ วิสซา ที่บอลกำลังจะย้อยเสียบคาน แต่ เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด นายด่านแมนฯ ซิตี้ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
ถัดมาเพียงนาทีเดียว บรูโน่ กิมาไรส์ ซัดเต็มแรง บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 53 กลายเป็นฝั่งทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เฌเรมี่ โดกู กระชากบอลก่อนเปิดเรียดเข้าหน้าประตู แบร์นาร์โด้ ซิลวา สะกิดบอลเบาๆ บอลไหลมาเข้าทาง อองตวน เซเมนโย่ ยิงจ่อๆ ไม่พลาด แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 63 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูที่สองจากลูกเตะมุมของ ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส ซึ่ง เซเมนโย่ ส่งบอลเข้าไปซุกตาข่ายแล้ว แต่ VAR ตรวจพบว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ มีส่วนร่วมในจังหวะและอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกยกเลิก
จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+9 เซเมนโย่ ทำชิ่งกับ ไรยัน เอต์-นูรี ก่อนจ่ายให้ ไรยัน แชร์กี หลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ส่งแมนฯ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 และเป็นสกอร์สุดท้ายของเกม
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบอย่างมาก ก่อนกลับไปเล่น รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ อีกครั้ง

ฮาร์ท – เซนต์ เมียร์เรน (สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก) วันพุธที่ 14 มกราคม 2569
ศึกสก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก ประจำวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 02:45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนาม ไทน์คาสเซิล พาร์ค เป็นการพบกันระหว่างจ่าฝูงฟอร์ ร้อนแรง ฮาร์ท เปิดบ้านรับมือทีมเยือน เซนต์ เมียร์เรน ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักทั้งฟอร์มการเล่นและผู้เล่นบาดเจ็บ
เจ้าบ้าน ฮาร์ท กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม นำเป็นจ่าฝูงของลีกด้วยผลงาน ชนะ 13 เสมอ 5 แพ้ 2 มี 44 คะแนน พวกเขาเพิ่งเก็บชัยชนะสำคัญเหนือ ดันดี 1-0 แม้จะเหลือผู้เล่น 10 คน และผู้รักษาประตูตัวสำรองอย่าง เคร็ก กอร์ดอน โชว์ซูเปอร์เซฟในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ความมั่นใจตอนนี้เต็มเปี่ยมและต้องการ 3 แต้มเพื่อรักษาช่องว่างในตารางคะแนน
ขณะที่ทีมเยือน เซนต์ เมียร์เรน สถานการณ์ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กำลังดิ้นรนหนีโซนท้ายตาราง มีเพียง 18 คะแนนจาก 20 นัด ฟอร์มช่วงหลังหนักไปทางแพ้และเสมอ (แพ้ 9 จาก 20 เกมแรก) และมีปัญหาเรื่องการทำประตูอย่างมาก สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเมื่อต้องรับมือกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บถึง 6 ราย
จากฟอร์มปัจจุบันที่แข็งแกร่งของ เจ้าบ้าน และการเล่นได้ลงเล่นในบ้าน ประกอบกับฟอร์มที่ย่ำแย่และวิกฤตอาการบาดเจ็บของ เซนต์ เมียร์เรน ทำให้คาดว่าเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้อย่างไม่มีปัญหา และมีโอกาสทำประตูได้หลายลูก ไปต่อเจ้าบ้าน 1 เก็บ 3 แต้มสำคัญเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป !!
… เทพสนามนิรนาม …
วิเคราะห์บอล บุนเดสลีกา เยอรมัน : RB ไลป์ซิก vs ไฟร์บวร์ก วันที่ 14 มกราคม 2569
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “กระทิงหนุ่ม” RB ไลป์ซิก ที่ครองเกมบุกเข้าใส่ตามระเบียบเพื่อหวังเรียกความมั่นใจกลับมาหลังพลาดท่าพ่ายในนัดล่าสุด ขณะที่ไฟร์บวร์กจะมาในแผนเน้นรัดกุมและรอจังหวะโต้กลับตามสไตล์ถนัด สถิติการเจอกันที่ผ่านมาเป็นไลป์ซิกที่ผูกขาดชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการเล่นใน เรดบูลล์ อารีน่า ที่พวกเขามักจะใช้ความรวดเร็วของแนวรุกบดขยี้แผงหลังทีมเยือนจนพังทลายลงได้เสมอ แม้ไฟร์บวร์กจะเป็นทีมที่มีวินัยสูงแต่สถิติการมาเยือนที่นี่ในช่วงหลังมักจะกลับออกไปแบบไม่มีแต้มติดมือ
เจ้าบ้าน RB ไลป์ซิก ภายใต้การนำของกุนซือ โอเล่ แวร์เนอร์ (ปี 2026) กำลังทำผลงานเกาะกลุ่มบิ๊กโฟร์อย่างเหนียวแน่น แผงรุกจัดว่าอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มนำโดย โลอิส โอเพนด้า กองหน้าตัวเก่งที่ประสานงานกับ คริสตอฟ เบาม์การ์ทเนอร์ และดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ยาน ดิโอม็องเด้ ระบบการเล่นของทีมเน้นการบีบพื้นที่สูง (High Pressing) ซึ่งมักจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งที่ตั้งรับไม่ดีพอ การได้กลับมาแก้ตัวในรังเหย้าหลังพ่ายเลเวอร์คูเซ่นมา จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้พวกเขาต้องเน้นเป็นพิเศษเพื่อเก็บชัยชนะให้ได้
ฝั่งทีมเยือน ไฟร์บวร์ก ของกุนซือ ยูเลี่ยน ชูสเตอร์ ยังคงรักษามาตรฐานทีมระดับกลางตารางค่อนไปทางบนได้อย่างน่าชื่นชม แผงกลางมี วินเชนโซ่ กริโฟ่ เป็นจอมทัพในการสร้างสรรค์เกมและรับหน้าที่สังหารฟรีคิกที่อันตราย อย่างไรก็ตาม ปัญหาของทัพ “จิ้งจอกแห่งป่าดำ” ในปีนี้คือความสม่ำเสมอยามออกไปเล่นเป็นทีมเยือนที่มักจะต้านทานพละกำลังของทีมใหญ่ไม่อยู่ และการขาดหายไปของแกนหลักบางรายจากอาการบาดเจ็บอาจทำให้ศักยภาพในการต้านทานเกมบุกหนักๆ ของเจ้าถิ่นลดน้อยลงไป
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมที่ไลป์ซิกดูเหนือกว่าพอสมควร ประกอบกับสถิติการพบกัน (H2H) ที่ข่มกันมิดในช่วงหลายปีหลัง ทำให้เกมนี้น่าจะเป็นเจ้าบ้านที่พับสนามบุกใส่ เรตราคาที่เปิดมา ต่อ RB ไลป์ซิก 0.75 (ครึ่งควบลูก) ถือว่าไม่แรงจนเกินไป เมื่อพิจารณาจากสถิติที่ไลป์ซิกมักจะเอาชนะไฟร์บวร์กได้ด้วยสกอร์ห่างมากกว่าหนึ่งลูกอยู่บ่อยครั้ง เชื่อว่าพลังรุกที่หลากหลายของเจ้าถิ่นจะเจาะแนวรับทีมเยือนได้ในที่สุด และน่าจะเบียดเอาชนะไปได้ตามเป้า
เลือกเล่น : ต่อ RB ไลป์ซิก 0.75
— กุนซือไร้เงา —
เรอัล เบติส vs เอลเช่ (โคปา เดล เรย์ สเปน)
เรอัล เบติส ภาพรวมยังดูเหนือกว่าชัดเจน โดยเฉพาะเกมในบ้านที่จังหวะเข้าทำดุดันและคุมเกมได้ดี แม้ผลงานนอกบ้านจะมีสะดุดบ้าง แต่เกมถ้วยแบบนี้ เบติสเน้นความรัดกุมและคุณภาพเกมรุกยังไว้ใจได้ ขณะที่เอลเช่เป็นทีมที่ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ เกมรับยังมีปัญหา เสียประตูง่ายเมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง หากปล่อยให้เบติสครองบอลนาน มีโอกาสโดนเจาะจากหลากหลายจังหวะ เกมนี้ภาพรวมยังเทไปทางเจ้าบ้านที่ดูครบเครื่องกว่า และมีโอกาสปิดเกมได้ในเวลา
ฟันธง : ต่อ เรอัล เบติส 0.5/1
สกอร์ที่คาด : เรอัล เบติส 2-0 เอลเช่
ระดับความมั่นใจ : 82%
โวล์ฟสบวร์ก vs ซังค์ เพาลี (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
โวล์ฟสบวร์กเพิ่งเสียความมั่นใจอย่างหนักจากเกมล่าสุด เกมรับมีปัญหาชัดเจน เสียประตูง่ายและยืนตำแหน่งหลวม แม้เกมรุกยังพอสร้างโอกาสได้ แต่จังหวะเกมยังไม่นิ่ง ต่างจากซังค์ เพาลีที่ช่วงหลังเล่นได้เหนียวแน่น แพ้ยาก และเน้นวินัยเกมรับเป็นหลัก รูปเกมมีแนวโน้มอึดอัด ไม่เปิดแลกกันมาก หากโวล์ฟสบวร์กเร่งเกมเร็วอาจเปิดช่องให้โดนสวนกลับได้ ภาพรวมแล้วราคาเปิดมาฝั่งเจ้าบ้านดูแพงเกินไป รองมีลุ้นแบ่งแต้มสูง
ฟันธง : รอง ซังค์ เพาลี 0.5
สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1
ระดับความมั่นใจ : 80%
ฮอฟเฟ่นไฮม์ vs มึนเช่นกลัดบัค (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ฮอฟเฟ่นไฮม์เล่นในบ้านได้แข็งแกร่งมาก จังหวะเกมไหลลื่นและเกมรุกมีความหลากหลาย ช่วงหลังเกมรับก็ดูนิ่งขึ้น ไม่เปิดพื้นที่ง่ายเหมือนก่อน ขณะที่มึนเช่นกลัดบัคฟอร์มยังไม่นิ่ง แม้เกมล่าสุดจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง แต่ปัญหาเกมเยือนยังชัด และแนวรับมีช่องให้เจาะพอสมควร เกมนี้หากฮอฟเฟ่นไฮม์คุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้น มีโอกาสกดดันต่อเนื่องและเบียดเก็บชัยตามราคา
ฟันธง : ต่อ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1 มึนเช่นกลัดบัค
ระดับความมั่นใจ : 83%
🖊 ตาข่ายทอง.
เชลซี พบกับ อาร์เซน่อล (คาราบาว คัพ อังกฤษ)
เชลซี ฟอร์มช่วงหลังยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ โดย 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เกมรุกยังพอสร้างโอกาสได้แต่ความเฉียบคมยังขาด แนวรับของเชลซียังมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นบ่อย เสียประตูค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเวลาโดนเกมกดดันต่อเนื่อง อาร์เซน่อล ผลงานกำลังร้อนแรง 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร เกมรุกไหลลื่นต่อบอลเร็วและจบสกอร์ได้หลากหลาย เกมรับของอาร์เซน่อลมีความแน่นอน วินัยดี เสียประตูน้อย และคุมจังหวะเกมได้เหนือกว่า คู่นี้ดูแล้วทีมเยือนเหนือกว่าชัดเจนคู่นี้มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
โคโลญจน์ พบกับ บาเยิร์น มิวนิค (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
โคโลญจน์ ฟอร์มช่วงหลังยังไม่สม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เกมรุกพอมีจังหวะเข้าทำแต่จบสกอร์ไม่คม แนวรับยังมีปัญหาเรื่องความแน่นอน เสียประตูค่อนข้างง่ายเมื่อเจอทีมที่กดดันสูง บาเยิร์น มิวนิค ผลงานกำลังเข้าฝัก 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1 โดย 3 เกมหลังสุดคว้าชัยรวด เกมรุกจัดจ้านและหลากหลาย เกมรับของบาเยิร์นยังคุมมาตรฐานได้ดี เสียประตูน้อย และคุมเกมได้เหนือกว่า ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 3.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 3 ลูก
นาโปลี พบกับ ปาร์ม่า (กัลโช่ เซเรียอา)
นาโปลี ฟอร์มช่วงหลังกำลังไปได้สวย 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใคร เกมรุกเดินเกมได้ไหลลื่นและสร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง แนวรับของนาโปลีถือว่าค่อนข้างเหนียว เสียประตูน้อย และคุมจังหวะเกมในบ้านได้ดี ปาร์ม่า ผลงานช่วงหลังยังไม่คงเส้นคงวา 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมรุกมีจังหวะเข้าทำแต่ยังขาดความเฉียบคม เกมรับของปาร์ม่ายังมีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนกดดันหนัก คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
ก่อนหน้า 1 … 55 56 57 58 59 … 84 ถัดไป »