วันที่ 10 มกราคม 2026 เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งร่างยักษ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างผลงานสะเทือนพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังผงาดคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 21 ของพรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการ จากการโหวตของแฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญลูกหนัง
รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันถึงพัฒนาการและศักยภาพที่แท้จริงของหัวหอกวัยหนุ่มรายนี้ หลังระเบิดฟอร์มยิง 2 ประตูสุดสำคัญ ให้ทัพ “ปีศาจแดง” ในเกมลีกล่าสุด
เซสโก้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ เบิร์นลีย์ 2-2 เมื่อคืนวันพุธที่ 8 มกราคม 2026 แม้ทีมจะไม่สามารถเก็บสามแต้มได้ แต่ผลงานส่วนตัวของเขาได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม
ดาวยิงชาวสโลวีเนียใช้เวลาเพียง 10 นาที ในการยิง 2 ประตู
⚽ นาทีที่ 50 : วิ่งทำทางหลุดแนวรับก่อนจบสกอร์อย่างเฉียบขาด
⚽ นาทีที่ 60 : เข้าชาร์จจ่อ ๆ ไม่พลาด
สองประตูนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ เซสโก้ตกเป็นเป้าวิจารณ์เรื่องฟอร์มฝืด หลังทำได้เพียง 2 ประตูจาก 16 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก
ผลงานในสัปดาห์นี้ถือเป็นการ “ปลดล็อก” ของเบนจามิน เซสโก้ อย่างแท้จริง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกองหน้าที่ครบเครื่อง ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย (ส่วนสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว) การยืนตำแหน่ง และความเฉียบคมในการจบสกอร์
ฟอร์มดังกล่าวไม่เพียงช่วยทีมในสนาม แต่ยังช่วยเรียกความมั่นใจและเสียงสนับสนุนจากแฟนบอลแมนยูฯ กลับมาอีกครั้ง
ผลงานล่าสุดในลีกสูงสุดอังกฤษ
| สถิติ | จำนวน |
|---|---|
| ลงสนาม | 17 นัด |
| ยิงประตู | 4 ประตู |
| แอสซิสต์ | 1 ครั้ง |
| นาทีที่ลงเล่น | 1,047 นาที |
การคว้ารางวัลของเซสโก้ในครั้งนี้ ทำให้เขากลายเป็น ผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนที่ 5 ที่ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ต่อจาก
แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ไบรอัน เอ็มเบวโม่
บรูโน่ แฟร์นันด์ส (2 ครั้ง)
แพทริค ดอร์กู
สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของขุมกำลัง “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้ได้เป็นอย่างดี
เบนจามิน เซสโก้ กำลังเดินหน้าเข้าสู่บทบาทสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง การคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์พรีเมียร์ลีก ไม่เพียงเป็นรางวัลส่วนตัว แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่ออนาคตของทีมในระยะยาว
ผลบอลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี นัดเปิดศักราชปี 2026 เกมสุดมันส์ที่สนาม ด๊อยท์เช่อ แบงก์ พาร์ค เมื่อคืนที่ผ่านมา ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เปิดบ้านเสมอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปแบบสุดระทึก 3-3 โดย “เสือเหลือง” ได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+6 จาก คาร์นีย์ ชุควูเมก้า รอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด
เกมเริ่มมาได้เพียง 10 นาที ดอร์ทมุนด์ออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน เปิดบอลเลียดเข้ากลางให้ แม็กซิมิเลี่ยน ไบเออร์ ยิงจ่อๆ ไม่เหลือซาก เป็นประตู 1-0 ของทีมเยือน
อย่างไรก็ตาม แฟร้งค์เฟิร์ตเร่งเครื่องตอบโต้และมาได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ ก่อนที่ ยิลมาซ อูซุน จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด พาเจ้าถิ่นไล่ตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมเปิดแลกกันสนุก นาทีที่ 68 ดอร์ทมุนด์กลับขึ้นนำอีกครั้งจาก เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า ที่ซัดเต็มข้อให้ “เสือเหลือง” แซงนำ 2-1
แต่ดีใจได้ไม่นาน เพียง 3 นาทีถัดมา แฟร้งค์เฟิร์ตตามตีเสมอ 2-2 อย่างรวดเร็วจาก ยูเนส เอ็บนูตาลิบ ทำให้เกมกลับมาสู่ความสูสีอีกครั้ง
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+2 เจ้าถิ่นได้เฮลั่นสนาม เมื่อ มาห์มูด ดาอูด อดีตแข้งดอร์ทมุนด์ ลงมาเป็นตัวสำรองก่อนซัดประตูให้แฟร้งค์เฟิร์ตแซงนำ 3-2 ดูเหมือนชัยชนะจะอยู่แค่เอื้อม
แต่แล้วในนาทีบาป 90+6 ดอร์ทมุนด์ไม่ยอมแพ้ คาร์นีย์ ชุควูเมก้า รับบอลจาก มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ก่อนซัดประตูตีเสมอสุดดราม่า 3-3 ช่วยให้ทีมเยือนบุกแบ่งแต้มออกไปได้แบบหืดจับ
ผลเสมอเกมนี้ทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงรั้งรองจ่าฝูง มีแต้มตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงอยู่ 8 คะแนน ส่วน ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ชวดเก็บชัยอย่างน่าเสียดาย รั้งอันดับ 7 ของตาราง มีเพิ่มเป็น 26 คะแนน
ผลบอล แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ทีมชาติโมร็อกโก เจ้าภาพการแข่งขัน โชว์ฟอร์มแกร่งสมราคา เดินหน้าไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 2 หลังเอาชนะ ทีมชาติแคเมอรูน อดีตแชมป์ 5 สมัย ไปด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
การแข่งขันฟุตบอล แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 (AFCON 2025) จัดขึ้นที่ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2569 เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่าง “หมอผี” แคเมอรูน พบกับ “สิงโตแอตลาส” โมร็อกโก ที่หวังคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบกว่า 50 ปี
เกมเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นทั้งสองฝ่าย ก่อนที่เจ้าถิ่นจะได้เฮในนาทีที่ 26 จากจังหวะเตะมุมของ อัชราฟ ฮาคิมี่ เปิดบอลมาเสาแรกให้ อายุบ เอล คาบี โขกลงพื้น บอลไปโดน บราฮิม ดีอาซ เปลี่ยนทางเข้าประตู ส่งให้โมร็อกโกขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง แคเมอรูนพยายามเปิดเกมรุกและครองบอลได้มากขึ้น แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับที่เหนียวแน่นของโมร็อกโกได้ แถมยังแทบไม่สร้างความลำบากให้กับ ยาสซีน โบโน่ นายทวารเจ้าภาพ
จนกระทั่งนาทีที่ 74 โมร็อกโกมาได้ประตูย้ำชัยจากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา บอลถูกเปิดยาวไปถึงเสาไกล ก่อนที่ อิสมาแอล ไซบารี จะจับบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0
จบเกม โมร็อกโก ชนะ แคเมอรูน 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ AFCON 2025 ได้สำเร็จ โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง แอลจีเรีย หรือ ไนจีเรีย ในวันที่ 15 มกราคมนี้
ฟูแล่ม – มิดเดิ่ลสโบรห์ (เอฟเอ คัพ) วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569
ศึกเอฟเอ คัพ กลับมาอีกครั้งในรอบที่ 3 คู่ที่น่าจับตามองในคืนวันเสาร์นี้คือการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน ฟูแล่ม จากพรีเมียร์ลีก และทีมเยือน มิดเดิ่ลสโบรห์ จากแชมเปี้ยนชิพ ณ สนามคราเว่น ค็อทเทจ คู่นี้จะลงเตะในเวลา 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย มาดูบทวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาคำตอบว่าใครจะเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
เจ้าบ้าน ฟูแล่ม กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม พวกเขาไม่แพ้ใครเลยใน 5 นัดหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก และเพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะเชลซีไป 2-1 ทำให้ขวัญกำลังใจของทีมพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง และมักจะสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้เสมอเมื่อเล่นที่คราเว่น ค็อทเทจ
ในทางกลับกัน มิดเดิ่ลสโบรห์ ทีมดังจากลีกรอง กำลังเผชิญกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายตำแหน่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของทีมในเกมสำคัญนี้ได้ แม้ว่าอันดับในลีกแชมเปี้ยนชิพของพวกเขาจะอยู่ในโซนปลอดภัย แต่การบุกมาเยือนทีมจากลีกสูงสุดในถ้วยนี้ถือเป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับทัพ “โบโร่”
จากฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งในบ้าน และคุณภาพผู้เล่นที่เหนือกว่าโดยรวม ทำให้ฟูแล่มมีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะและผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แม้ว่าสถิติการพบกัน 4 ครั้งหลังสุดจะค่อนข้างสูสี (เสมอ 2 ชนะฝ่ายละ 1) แต่ฟอร์มปัจจุบันของเจ้าบ้านดูดีกว่าอย่างชัดเจน นัดนี้ไปต่อเจ้าบ้าน 0.75 ไม่พลาดคว้าชัยไปครอง !!
… เทพสนามนิรนาม …
วิเคราะห์บอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี : เอเอส โรม่า vs ซาสซูโอโล่ วันที่ 10 มกราคม 2569
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “หมาป่าเหลืองแดง” เอเอส โรม่า ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาพื้นที่กลุ่มท็อปโฟร์และกดดันทีมจ่าฝูง ขณะที่ซาสซูโอโล่จะมาในทรงรับเหนียวแน่นแล้วรอจังหวะสวนกลับตามถนัด สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่ “สตาดิโอ โอลิมปิโก” มักจะเป็นโรม่าที่ครองเกมได้เบ็ดเสร็จและคว้าชัยไปได้ถึง 3 นัดหลังสุดที่พบกัน แม้ซาสซูโอโล่จะเป็นทีมที่เล่นนอกบ้านได้เหนียวแน่นแพ้ยากในช่วงหลัง แต่การต้องมาเจอกับแนวรุกที่กำลังมั่นใจของเจ้าถิ่นถือเป็นงานที่หนักอึ้งสำหรับทีมเยือนอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน เอเอส โรม่า ภายใต้การกุมบังเหียนของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ กำลังอยู่ในฟอร์มที่คงเส้นคงวา ล่าสุดเพิ่งเปิดบ้านสยบเลชเช่มา 2-0 ทำให้สถิติในบ้านซีซั่นนี้ชนะถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุด แผงรุกนำโดยแข้งตัวจี๊ดอย่าง มาติอัส ซูเล่ ที่ซัดไปแล้ว 5 ประตู ผสานงานกับกองหน้าฟอร์มแรงอย่าง อาร์เต็ม ดอฟบิค และเอแวน เฟอร์กูสัน ที่พร้อมจะหาช่องเจาะตาข่ายได้ทุกวินาที ด้วยระบบการเล่นที่เน้นการครองบอลในแดนคู่แข่งและเกมรุกที่หลากหลาย พวกเขาพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญในคืนนี้
ฝั่งทีมเยือน ซาสซูโอโล่ แม้อันดับจะอยู่กลางตาราง (อันดับ 10) แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มมีแกว่ง ล่าสุดเพิ่งพ่ายยูเวนตุสคาบ้านมา 0-3 ทำให้ไม่ชนะใครมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว สภาพทีมของกุนซือ ฟาบิโอ กรอสโซ่ จะฝากความหวังไว้ที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ และ คริสเตียน โวลปาโต้ ในการสร้างจังหวะโต้กลับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือแนวรับที่เสียประตูง่ายยามโดนบดหนักๆ แม้จะมีสถิตินอกบ้านที่พอตัว แต่การเจอกับทีมระดับท็อปซิกซ์ในปีนี้พวกเขายังไม่สามารถคว้าชัยได้เลยแม้แต่นัดเดียว
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าของเจ้าบ้าน โรม่าจะใช้เกมรุกที่จัดจ้านกดดันจนแนวรับซาสซูโอโล่ต้านทานไม่ไหว เรตราคาที่เปิดมา ต่อ เอเอส โรม่า 1 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติการยิงประตูในบ้านที่สม่ำเสมอและมักจะชนะแบบกินเต็มในพิกัดนี้บ่อยครั้ง เชื่อว่า 1 เม็ดเพื่อประคองตัวมีแน่ และมีโอกาสสูงที่จะไหลไปเม็ดสองในช่วงที่ทีมเยือนต้องเปิดหน้าแลกเพื่อคะแนนหนีตาย
เลือกเล่น : ต่อ เอเอส โรม่า 1
— กุนซือไร้เงา —
ไฟร์บวร์ก vs ฮัมบูร์ก (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไฟร์บวร์กช่วงหลังภาพรวมดูมั่นคงกว่า เกมรุกมีความต่อเนื่องและจังหวะเข้าทำชัดเจน เล่นในบ้านยังรักษามาตรฐานได้ดี ต่างจากฮัมบูร์กที่ผลงานนอกบ้านยังแกว่ง เกมรับมีหลุดให้เห็นเป็นระยะ และความสม่ำเสมอยังไม่ค่อยนิ่ง เมื่อเทียบภาพรวมทั้งจังหวะเกมและความแน่นอน ไฟร์บวร์กยังดูถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้
ฟันธง : ต่อ ไฟร์บวร์ก 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ไฟร์บวร์ก 2-1 ฮัมบูร์ก
ระดับความมั่นใจ : 81%
เลเวอร์คูเซ่น vs สตุ๊ตการ์ต (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
คู่นี้รูปเกมมีโอกาสเปิดแลกกันสูง เลเวอร์คูเซ่นเกมรุกจัดจ้าน เดินหน้าเพรสและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ส่วนสตุ๊ตการ์ตก็เป็นทีมที่เน้นเกมรุกเหมือนกัน มีความเร็วและการเข้าทำที่ดุดัน แต่จุดที่ยังเป็นช่องโหว่คือเกมรับที่เปิดพื้นที่พอสมควร เมื่อดูจากสไตล์และจังหวะของทั้งสองฝั่ง เกมมีแนวโน้มไหล เปิดหน้าแลก และสกอร์มีลุ้นไหลเกินเส้น
ฟันธง : สูง 3.0
สกอร์ที่คาด : เลเวอร์คูเซ่น 2-2 สตุ๊ตการ์ต
ระดับความมั่นใจ : 80%
ฟูแล่ม vs มิดเดิ่ลสโบรห์ (เอฟเอ คัพ)
ฟูแล่มอยู่ในช่วงที่ความมั่นใจมาเต็ม เกมเล่นเป็นระบบมากขึ้น รับแน่นและเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้ดี โดยเฉพาะเวลาเล่นในบ้านที่ภาพรวมดูแข็งแรง ส่วนมิดเดิ่ลสโบรห์ฟอร์มยังไม่คงเส้นคงวา เกมเยือนมีปัญหาเรื่องการควบคุมเกม และมักเสียจังหวะในช่วงสำคัญ เมื่อเทียบกันตามคุณภาพทีมและสภาพฟอร์ม ฟูแล่มยังดูมีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือมากกว่า
ฟันธง : ต่อ ฟูแล่ม 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ฟูแล่ม 2-0 มิดเดิ่ลสโบรห์
ระดับความมั่นใจ : 82%
🖊 ตาข่ายทอง.
เอเอส โรม่า พบกับ ซาสซูโอโล่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เอเอส โรม่า ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ ชนะ 3 แพ้ 2 โดยเกมล่าสุดสามารถคว้าชัยมาได้ ทำให้ความมั่นใจของทีมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เกมรุกมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกมรับแม้ยังมีหลุดให้เห็นบ้าง แต่ภาพรวมยังคุมจังหวะเกมได้ดี ด้านซาสซูโอโล่ ผลงาน 5 นัดหลังยังน่าเป็นห่วง เสมอ 3 แพ้ 2 และยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย เกมล่าสุดก็เป็นฝ่ายแพ้ต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัญหาความมั่นใจของทีม เกมรุกขาดความเฉียบคม เกมรับแม้จะพยายามตั้งรับเป็นระบบ แต่ยังเสียประตูง่าย เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว เชลซียังดูได้เปรียบและมีโอกาสคว้าชัยมากกว่า
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-0 หรือ 3-1
เรอัล โอเบียโด้ พบกับ เรอัล เบติส ( ลาลีกา สเปน)
เรอัล โอเบียโด้ ผลงานโดยรวม 5 นัดหลังยังไม่ดีนัก เสมอ 3 แพ้ 2 และยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความเฉียบคมในเกมรุกที่จบสกอร์ยังไม่เด็ดขาด เกมรับถือว่าพอประคองตัวได้ ด้านเรอัล เบติส 5 นัดหลังทำผลงานได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 เกมรุกมีความหลากหลายและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับค่อนข้างแน่นและเล่นกันเป็นระบบ ฟันธง เรอัล เบติส บุกเก็บสามแต้มได้สำเร็จ
แนะนำ: ต่อ เรอัล เบติส 0.5
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: 1-2
นิวคาสเซิ่ล พบกับ บอร์นมัธ (เอฟเอ คัพ)
นิวคาสเซิ่ล ฟอร์มช่วงหลังถือว่ากำลังร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 และ 3 นัดหลังสุดเก็บชัยได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เกมรุกมีความดุดันและเข้าทำได้หลากหลาย ขณะที่เกมรับเริ่มเล่นกันได้เหนียวแน่นมากขึ้น ด้านบอร์นมัธ ผลงาน 5 นัดหลังสุดยังดูไม่สม่ำเสมอ ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 นัดล่าสุดฟอร์มยังแกว่ง เกมรุกพอมีทีเด็ดเป็นบางช่วง แต่ขาดความต่อเนื่อง ส่วนเกมรับยังมีปัญหาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
แม้อายุจะก้าวเข้าสู่หลัก 40 ปี แล้ว แต่คำว่า “โรยรา” ดูจะยังไม่อยู่ในพจนานุกรมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุเกส หลังล่าสุดยังสามารถจารึกสถิติสุดยิ่งใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
ในเกม ซาอุดี โปร ลีก นัดล่าสุด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2026 แม้ต้นสังกัด อัล นาสเซอร์ จะเปิดบ้านพ่ายให้กับ อัล คาดเซียห์ ไปด้วยสกอร์ 1-2 แต่หนึ่งประตูจากลูกจุดโทษในนาทีที่ 81 ของ โรนัลโด้ ก็มีความหมายมากกว่าสกอร์ในสนาม
ประตูดังกล่าวทำให้ โรนัลโด้ เริ่มต้นนับสกอร์แรกของปี 2026 ได้สำเร็จ และนั่นหมายความว่าเขา ทำประตูได้อย่างน้อย 1 ลูกในทุกปี ติดต่อกันยาวนานถึง 25 ปี ตั้งแต่ปี 2002 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นสถิติที่แทบไม่มีนักเตะคนใดในโลกฟุตบอลทำได้
⚽ 2002 : 5 ประตู
⚽ 2003 : 1 ประตู
⚽ 2004 : 13 ประตู
⚽ 2005 : 15 ประตู
⚽ 2006 : 25 ประตู
⚽ 2007 : 34 ประตู
⚽ 2008 : 35 ประตู
⚽ 2009 : 30 ประตู
⚽ 2010 : 48 ประตู
⚽ 2011 : 60 ประตู
⚽ 2012 : 63 ประตู
⚽ 2013 : 69 ประตู
⚽ 2014 : 61 ประตู
⚽ 2015 : 57 ประตู
⚽ 2016 : 55 ประตู
⚽ 2017 : 53 ประตู
⚽ 2018 : 49 ประตู
⚽ 2019 : 39 ประตู
⚽ 2020 : 44 ประตู
⚽ 2021 : 47 ประตู
⚽ 2022 : 16 ประตู
⚽ 2023 : 54 ประตู
⚽ 2024 : 43 ประตู
⚽ 2025 : 41 ประตู
⚽ 2026 : 1 ประตู (ปัจจุบัน)
แน่นอนว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดของ CR7 คือการทำประตูในอาชีพนักฟุตบอลให้ครบ 1,000 ประตู ซึ่งจากประตูล่าสุด ทำให้ยอดรวมของเขาเพิ่มเป็น 958 ประตู ทั่วทุกรายการ
นั่นหมายความว่า โรนัลโด้ ต้องการอีกเพียง 42 ประตู เท่านั้น เพื่อก้าวสู่หลักสี่ตัวเลขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง
ด้วยสภาพร่างกาย วินัย และความกระหายในการทำประตูที่ยังไม่ลดลง แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองว่า
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะสามารถยิงครบ 1,000 ประตูได้สำเร็จหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อใด?
ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชายคนนี้ได้จารึกชื่อของตัวเองไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปแล้วอย่างสมบูรณ์
40 ก็แค่ตัวเลข… สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง อาร์เซน่อล vs ลิเวอร์พูล ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 8 มกราคม จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่กลับกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลัง โดมินิค โซโบซไล กองกลางตัวเก่งของลิเวอร์พูล ออกโรงตำหนิ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ แนวรุกของอาร์เซน่อล ในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อ คอเนอร์ แบรดลี่ย์
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อแบรดลี่ย์ ฟูลแบ็กของลิเวอร์พูลได้รับบาดเจ็บจนต้องนอนกลิ้งอยู่บนพื้นสนาม แต่ มาร์ติเนลลี่ กลับจงใจผลักนักเตะออกจากสนาม เพราะเข้าใจผิดว่ากำลังถ่วงเวลา ทำให้แฟนบอลและนักเตะลิเวอร์พูลจำนวนมากมองว่าเป็นการกระทำที่ขาดน้ำใจนักกีฬา
หลังจบเกม โซโบซไล เปิดใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ว่า
“ผมเห็น คอเนอร์ นอนบิดหัวเข่าไปมา ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาไม่ได้ตั้งใจถ่วงเวลา”
“เขาไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนของสนาม จากนั้นเขาถูกผลักออก ผมเข้าใจว่าพวกเขาอยากชนะ แต่สุขภาพของนักฟุตบอลต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด”
การกระทำของมาร์ติเนลลี่กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากพรีเมียร์ลีกมักเน้นความปลอดภัยและน้ำใจนักกีฬา แม้ในช่วงเวลาที่ทั้งสองทีมต้องการชัยชนะ การทำร้ายหรือกดดันนักเตะที่บาดเจ็บถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น
นอกจากนี้ เกม อาร์เซน่อล vs ลิเวอร์พูล ยังมีจังหวะตึงเครียดหลายครั้ง แต่การเสมอ 0-0 ทำให้ทั้งสองทีมยังคงมีลุ้นในตารางพรีเมียร์ลีกต่อไป โดยอาร์เซน่อลยังคงต้องการเก็บแต้มเพื่อไล่จ่าฝูง ขณะที่ลิเวอร์พูลก็ต้องการรักษาอันดับท็อปโฟร์
แฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกความเห็นว่า เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “น้ำใจนักกีฬาและความปลอดภัยของนักฟุตบอลสำคัญกว่าแต้มและชัยชนะ” พร้อมเรียกร้องให้ลีกเข้มงวดกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในสนามมากขึ้น
สุดท้าย เหตุการณ์นี้อาจไม่ส่งผลต่อคะแนน แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมในวงการฟุตบอลอังกฤษ โซโบซไลเองก็ย้ำว่าการแข่งขันสามารถดุเดือด แต่ต้องไม่ละเลยสุขภาพและความปลอดภัยของเพื่อนร่วมอาชีพ
อาร์เซน่อล เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก 2025/26 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26 คู่บิ๊กแมตช์ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ระหว่าง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล แม้เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้
ช่วงต้นเกม อาร์เซน่อลเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 25 นาทีแรกที่ครองบอลเหนือชัดเจนและกดดันแนวรับลิเวอร์พูลอย่างหนัก แต่ในนาทีที่ 27 กลับเป็นลิเวอร์พูลที่มีโอกาสเกือบได้ประตู จากความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่าง ดาบิด ราย่า กับ วิลเลียม ซาลิบา ก่อนที่ คอเนอร์ แบรดลีย์ จะชิพบอลข้ามผู้รักษาประตู แต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ถึงแม้อาร์เซน่อลจะเหนือกว่าในด้านการครองบอลและโอกาส แต่จังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ปรับเกมและยกระดับการเล่น ทำให้รูปเกมสูสีกับเจ้าถิ่นมากขึ้น แต่ทั้งสองทีมยังไม่สามารถหาจังหวะยิงตรงกรอบได้ชัดเจน
ช่วงท้ายเกม อาร์เซน่อลกลับมาเร่งเครื่องอีกครั้ง และมีโอกาสลุ้นจากลูกโหม่งของ กาเบรียล มากัลเญส ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้
สุดท้ายเกมจบลงด้วยผล อาร์เซน่อล 0-0 ลิเวอร์พูล ทำให้ทีมจ่าฝูงอาร์เซน่อลมี 49 คะแนนจาก 21 นัด ขยับหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า ออกไปเป็น 6 คะแนน ขณะที่ลิเวอร์พูลรั้งอันดับสี่ด้วย 35 คะแนนจาก 21 นัด
แม้จะเป็นเกมที่จบด้วยสกอร์ 0-0 แต่ทั้งสองทีมยังโชว์คุณภาพเกมรุกและแท็คติคที่น่าสนใจ อาร์เซน่อลยังคงรักษาฟอร์มการเล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องปรับเกมจบสกอร์เพื่อกลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์
เร็กซ์แฮม – น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (เอฟเอ คัพ) วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569
ศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ รอบ 3 ประจำฤดูกาล 2025/26 กำลังเตรียมระเบิดความมันส์ในคืนวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 02:30 น. โดย เร็กซ์แฮม ทีมฟอร์มแรงจากแชมเปี้ยนชิพ จะเปิดบ้าน สต๊อก เซ แรส ต้อนรับการมาเยือนของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมพรีเมียร์ลีกที่เคยมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ในถ้วยใบนี้
สภาพความพร้อมของเจ้าบ้าน เร็กซ์แฮม ภายใต้การคุมทีมของ ฟิล พาร์กินสัน กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 9 ของตารางแชมเปี้ยนชิพ และชนะรวด 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ จุดเด่นของเร็กซ์แฮมคือ เกมเหย้าที่แข็งแกร่ง พวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน และเป็นที่รู้จักในฐานะ ทีมจอมล้มยักษ์ ที่สามารถสร้างความยากลำบากให้กับคู่แข่งจากลีกสูงสุด
ด้าน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้การนำของ ฌอน ไดช์ ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกอาจไม่คงเส้นคงวา โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของตาราง แต่ล่าสุดเพิ่งเก็บชัยเหนือเวสต์แฮม 2-1 ซึ่งเป็นการปลดล็อกความมั่นใจของทีม แม้ทีมเยือนจะมี นักเตะคุณภาพสูงและประสบการณ์ลีกสูงสุด มากกว่า แต่การเยือนรังของเร็กซ์แฮมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในฟุตบอลถ้วยที่ความมุ่งมั่นและฟอร์มเหย้าของเจ้าบ้านอาจทำให้เกมเป็นไปอย่าง สูสี
แม้ฟอเรสต์จะมี ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเหนือกว่า แต่เร็กซ์แฮมจะสร้างความยากลำบากอย่างแน่นอน คาดว่าเกมจะเป็นการแข่งขันที่ สูสีและเข้มข้น แต่สุดท้ายประสบการณ์และความเก๋าของนักเตะฟอเรสต์น่าจะช่วยให้พวกเขาบดเอาชนะไปได้แบบหืดจับ ไปต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0.5 มีลุ้นคว้าชัยกลับบ้าน !!
… เทพสนามนิรนาม …
วิเคราะห์บอล ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก : อัล ทาวอน vs อัล ชาบับ วันที่ 09 มกราคม 2569
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่งเจ้าบ้าน อัล ทาวอน ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกตามเสียงเชียร์เพื่อรักษาตำแหน่งท็อปทรีของตาราง ขณะที่ อัล ชาบับ ของกุนซือ อีมาโนล อัลกูอาซิล จะมาในทรงรับแน่นแล้วรอโต้กลับเพื่อหวังแต้มหนีออกจากโซนล่าง สถิติชี้ชัดว่าคู่นี้เจอกันช่วงหลังมักจะออกเบียดและกินกันยาก โดยนัดล่าสุดเพิ่งเสมอกันมาแบบสุดมัน 2-2 อย่างไรก็ตาม อัล ทาวอน มีสถิติในบ้านที่แข็งแกร่งและเสียประตูค่อนข้างน้อย ต่างจากทีมเยือนที่ปีนี้ฟอร์มนอกบ้านยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญและเสียประตูง่ายในช่วงท้ายเกม
เจ้าบ้าน อัล ทาวอน ภายใต้การกุมบังเหียนของ เปริเกลส ชามุสก้า กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมและลุ้นแชมป์เต็มตัว ผลงานในบ้านซีซั่นนี้จัดว่าดุดันรั้งอันดับ 3 ของลีก ด้วยสไตล์การทำทีมที่สมดุลทั้งรับและรุก แผงรุกนำโดย โรเจอร์ มาร์ติเนซ ที่กำลังท็อปฟอร์มซัดไปแล้ว 7 ประตู พร้อมด้วยการสนับสนุนจากแดนกลางอย่าง จอช บราวน์ฮิลล์ ที่ช่วยคุมจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม การเล่นในถิ่นคิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้ พวกเขาพร้อมเดินหน้าบดขยี้เพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญและไล่กดดันทีมจ่าฝูงต่อไปอย่างเต็มกำลัง
ฝั่งทีมเยือน อัล ชาบับ แม้ชื่อชั้นจะเป็นทีมใหญ่แต่อันดับในตารางกลับรูดลงไปอยู่ในโซนท้ายตาราง (อันดับ 15) สภาพทีมปัจจุบันค่อนข้างวิกฤตหลังไร้ชัยมาหลายนัดติดต่อกัน เกมนี้แม้จะออกมาเยือนทีมแกร่งแต่เชื่อว่าพวกเขาจะวางหมากมาเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษ นำทัพโดยแข้งตัวเก๋าอย่าง ยานนิค การ์ราสโก้ ที่เป็นความหวังเดียวในแนวรุก พร้อมอาศัยประสบการณ์ของ นาโช เฟร์นานเดซ ในการคุมแผงหลังเพื่อต้านทานพายุบุก ทว่าปัญหาเรื่องความมั่นใจและระเบียบวินัยในเกมรับยามโดนกดดันหนักๆ มักจะทำให้พวกเขาเสียกระบวนอยู่บ่อยครั้ง
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยความห่างของอันดับและความมั่นใจที่ต่างกันชัดเจน อัล ทาวอน จะใช้ความหลากหลายในเกมรุกและความได้เปรียบในรังบดเอาชนะไปได้ในที่สุด เรตราคาที่เปิดมา ต่อ อัล ทาวอน 0.5 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าบ้านมีมาตรฐานการเล่นที่สม่ำเสมอกว่าชัดเจน ขณะที่ทีมเยือนที่กำลังเสียศูนย์มักจะต้านทานไม่ไหวเมื่อโดนบดหนักๆ เชื่อว่า 1 เม็ดสำหรับเจ้าถิ่นมีให้เห็นแน่นอน และมีโอกาสที่จะเบียดคว้าชัยไปได้ตามเป้าหมาย
เลือกเล่น : ต่อ อัล ทาวอน 0.5
— กุนซือไร้เงา —
พอร์ทเวล vs ฟลีตวู้ด ทาวน์ (เอฟเอ คัพ)
พอร์ทเวล แม้ผลงานก่อนหน้านี้จะมีแกว่งอยู่บ้าง แต่เกมล่าสุดเรียกความมั่นใจกลับมาได้ชัด โดยเฉพาะศักยภาพเกมรุกที่แสดงให้เห็นว่ายังมีคุณภาพและจังหวะเข้าทำที่เด็ดขาด ขณะที่ฟลีตวู้ดช่วงหลังมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ ยิงประตูไม่ได้ต่อเนื่องหลายเกมติด และความแน่นอนในเกมเยือนยังไม่น่าไว้ใจ เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว พอร์ทเวลยังดูเหนือกว่าในแง่คุณภาพและความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน
ฟันธง : ต่อ พอร์ทเวล 0.5/1
สกอร์ที่คาด : พอร์ทเวล 2-0 ฟลีตวู้ด ทาวน์
ระดับความมั่นใจ : 80%
ไนจ์เมเก้น vs อูเทร็คท์ (ฮอลแลนด์ พรีเมียร์)
ไนจ์เมเก้นช่วงหลังฟอร์มกำลังมาแรง เกมรุกเดินเครื่องต่อเนื่อง ยิงประตูได้ทุกนัดและรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีทั้งเหย้าและเยือน ความมั่นใจและความไหลลื่นในเกมถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ ส่วนอูเทร็คท์ฟอร์มในลีกค่อนข้างฝืด เก็บชัยได้น้อย และยังขาดความเฉียบในจังหวะสุดท้าย เมื่อเทียบกันแล้วภาพรวมของไนจ์เมเก้นดูเหนือกว่า ทั้งความมั่นใจและคุณภาพเกมรุก มีภาษีดีกว่าในการเก็บผลลัพธ์
ฟันธง : ต่อ ไนจ์เมเก้น 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ไนจ์เมเก้น 2-1 อูเทร็คท์
ระดับความมั่นใจ : 82%
เอ็มเมน vs คัมบูร์ (ฮอลแลนด์ ดิวิชั่น 2)
เอ็มเมนเป็นทีมที่เกมรุกจัดจ้าน ยิงประตูได้เยอะก็จริง แต่ปัญหาใหญ่ยังอยู่ที่เกมรับซึ่งเสียประตูแทบทุกนัด ทำให้ความแน่นอนยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ขณะที่คัมบูร์ฟอร์มช่วงหลังดูแข็งแรงมาก โดยเฉพาะเกมรับที่เหนียวแน่น เสียประตูน้อยและคุมจังหวะเกมได้ดีต่อเนื่อง เมื่อเทียบภาพรวมทั้งความสม่ำเสมอและวินัยเกม คัมบูร์ยังดูมีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือมากกว่า
ฟันธง : ต่อ คัมบูร์ 0.5
สกอร์ที่คาด : คัมบูร์ 2-1 เอ็มเมน
ระดับความมั่นใจ : 83%
🖊 ตาข่ายทอง.

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ผลงานค่อนข้างแกว่ง 5 นัดล่าสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เกมรุกยังพอมีทีเด็ดแต่ขาดความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเกมรับที่มักเสียประตูง่าย นัดล่าสุดที่เสมอถือว่ายังรักษามาตรฐานได้ระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมยังขาดความเฉียบคม ขณะที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 และเกมล่าสุดกลับมาคว้าชัยได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมอย่างมาก จุดเด่นยังอยู่ที่เกมรุกที่รวดเร็วและความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวหน้า ฟันธง ดอร์ทมุนด์ ศักยภาพเหนือกว่าเล็กน้อย มีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้อีกเกม
แนะนำ: ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
วิลเล่ม ทเว พบกับ เดน ฮาก (ฮอลแลนด์ ดิวิชั่น 2)
วิลเล่ม ทเว ผลงานช่วงหลังยังไม่น่าประทับใจ 5 นัดล่าสุดชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ถึง 3 เกมรับยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ เสียประตูค่อนข้างง่ายและมีความผิดพลาดให้เห็นบ่อย แม้จะพอมีจังหวะโต้กลับที่อันตราย แต่ความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายยังไม่เพียงพอ ขณะที่เดน ฮาก แม้ภาพรวม 5 นัดหลังจะชนะถึง 4 แพ้ 1 แต่เกมล่าสุดกลับสะดุดแพ้ ทำให้ความมั่นใจอาจลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ศักยภาพทีมและระบบการเล่นยังดูเหนือกว่า โดยเฉพาะเกมรุกที่มีความหลากหลาย ฟันธง เดน ฮาก ยังดูดีกว่าในภาพรวม มีโอกาสบุกมาเก็บแต้ม และลุ้นคว้าชัยได้มากกว่า
แนะนำ: ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
อัล คูลูด พบกับ อัล อิติฮัด (ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก)
อัล คูลูด ฟอร์มช่วงหลังยังขึ้น ๆ ลง ๆ ผลงาน 5 นัดล่าสุดชนะ 2 แพ้ 3 แม้จะพอมีเกมที่ทำผลงานได้ดีให้เห็น แต่โดยรวมยังขาดความสม่ำเสมอ เกมรับยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ เกมรุกยังพอมีทีเด็ดจากจังหวะสวนกลับ แต่ยังขาดความเฉียบคม ส่วนทางอัล อิติฮัด กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงสุด ๆ ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะรวดทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความลงตัวของทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ แนวรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์เฉียบขาด คู่นี้ดูแล้วทีมเยือนเหนือกว่าชัดเจนคู่นี้มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
ก่อนหน้า 1 … 57 58 59 60 61 … 84 ถัดไป »