จากแข้งร้อยล้าน สู่คนไร้ตัวตน! อันโตนี่ แฉถูก แมนยู ละเลยสุดเจ็บ!

อันโตนี่ ปีกทีมชาติบราซิล ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างไร้ความเคารพจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่รอย้ายทีมไปเรอัล เบติส โดยเจ้าตัวยืนยันว่าแม้แต่คำทักทายง่ายๆ จากทีมงานหรือเพื่อนร่วมทีม ก็ไม่มีใครกล่าวกับเขาเลยตลอดหลายสัปดาห์ที่ถูกกันออกจากทีม

แมนยู

อันโตนี่

หลังกลายเป็นนักเตะส่วนเกินของ แมนฯ ยูไนเต็ด อันโตนี่ ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับ เรอัล เบติส ในฤดูกาลที่ผ่านมา และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนสุดท้าย เบติส ตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวรด้วยค่าตัวราว 21.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 946 ล้านบาท) ในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้

อันโตนี่ เปิดเผยว่า ระหว่างที่รอการย้ายทีมในวันสุดท้ายของตลาด เขาถูกสโมสรแยกออกจากทีมชุดใหญ่ และในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ไม่มีใครทักทาย ไม่มีการพูดคุย หรือแสดงความเคารพใดๆ ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระดับสโมสรอาชีพ

แม้เจ้าตัวจะผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขายืนยันว่าไม่ต้องการพาดพิงถึงบุคคลใด และเลือกที่จะมองไปข้างหน้า โดยปัจจุบันเขากำลังตั้งใจทำผลงานให้กับเรอัล เบติส และมีความสุขกับชีวิตใหม่ในลาลีกา สเปน

กรณีของอันโตนี่กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาภายในทีมใหญ่ ที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสโมสร หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสมกับนักเตะที่กำลังจะย้ายออก การปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติอาจส่งผลทั้งด้านจิตใจและผลงานในระยะยาวของนักเตะรายนั้น

แมนยู

อันโตนี่

อิซัค เงียบ! วิเคราะห์ 3 จุดอ่อนที่ทำ ลิเวอร์พูล ป้อนบอลไม่ถึงกองหน้าค่าตัว 125 ล้านปอนด์

อเล็กซานเดอร์ อีซัค กองหน้าค่าตัว 125 ล้านปอนด์ของลิเวอร์พูล ยังไม่สามารถโชว์ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในเกมแพ้กาลาตาซาราย 0-1 โดยในเกมนั้นเขาสัมผัสบอลเพียง 4 ครั้งในช่วง 36 นาที ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าฟอร์มส่วนตัวตกต่ำ แต่กลับบ่งชี้ถึงปัญหาในระบบการเล่นของทีมภายใต้การคุมทัพของ อาร์เน่อ ชล็อต ที่เริ่มส่งสัญญาณชะงักในหลายจุดของสนาม

อิซัค

หนึ่งในสาเหตุหลักคือการที่ลิเวอร์พูลไม่สามารถสร้างโอกาสได้อย่างที่เคยเป็น โดยฤดูกาลนี้เฉลี่ยการสร้างโอกาสใหญ่ต่อเกมลดลงเหลือเพียง 2.5 ครั้งจาก 3.9 ครั้งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่งผลให้กองหน้าอย่างอีซัคแทบไม่มีโอกาสลุ้นยิง และขาดจังหวะการมีส่วนร่วมในเกมรุกที่ควรจะมีสำหรับผู้เล่นระดับนี้

อีกปัจจัยคือการปรับระบบมาใช้ 4-2-3-1 แทน 4-3-3 ที่ทีมเคยเล่นอย่างลงตัว โดยเฉพาะแดนกลางที่ขาดความแน่นอน การเติมเกมรุกของกราเฟนแบร์กและการขาดจังหวะเชื่อมต่อระหว่างกลางกับหน้า ทำให้เกมรุกขาดความไหลลื่น และคู่แข่งสามารถตัดเกมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งแรกของเกมที่พบกับกาลาตาซาราย

นอกจากนี้ ฟอร์มที่ตกลงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจากสถิติแล้ว เขายิงได้เพียง 2 ประตูใน 6 เกมแรก และมีส่วนร่วมกับเกมรุกน้อยลงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่งการยืนที่เน้นยืนริมเส้นมากเกินไป รวมถึงการขาดคู่หูอย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เคยประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยมในอดีต

หากลิเวอร์พูลต้องการปลดล็อกศักยภาพของอีซัคให้เต็มที่ จำเป็นต้องกลับมาจัดระบบทีมให้สมดุล สร้างโอกาสให้มากขึ้น และดึงฟอร์มเก่งของซาลาห์กลับมาให้ได้ เพราะการลงทุนมหาศาลกับกองหน้าชาวสวีดิชจะไร้ความหมาย หากทีมไม่สามารถสนับสนุนเขาได้อย่างเหมาะสมในสนาม

อิซัค

แอนจ์ ปอสเตโคกลู สร้างสถิติที่ไม่มีใครอยากได้ คุม ฟอเรสต์ ไม่ชนะ 6 เกมแรก

แอนจ์ ปอสเตโคกลู กลายเป็นกุนซือถาวรคนแรกในรอบ 100 ปีของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ไม่ชนะ 6 เกมแรก

แอนจ์ ปอสเตโคกลู กุนซือชาวออสเตรเลีย ผู้เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชถาวรของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้สร้างสถิติที่แฟนบอลอาจไม่อยากจดจำ เมื่อเขากลายเป็นผู้จัดการทีมถาวรรายแรกในรอบ 100 ปี ที่ไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เลยใน 6 เกมแรก นับตั้งแต่เริ่มต้นคุมทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26

ฟอเรสต์

แอนจ์ปอสเตโคกลู

สถิติน่าเป็นห่วง: 6 นัดแรกไร้ชัยของ ปอสเตโคกลู

แม้จะได้รับการจับตามองอย่างมากหลังประสบความสำเร็จกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และเซลติก แต่การเริ่มต้นบทบาทใหม่ของแอนจ์ ปอสเตโคกลู กับฟอเรสต์ กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยใน 6 นัดแรก ที่เขาคุมทัพในพรีเมียร์ลีก ทำให้บรรยากาศในถิ่นซิตี้ กราวด์ เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ

เทียบสถิติในประวัติศาสตร์: ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 1925

สถิติไร้ชัย 6 นัดของปอสเตโคกลู ทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมถาวรรายแรกของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ออกสตาร์ตได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 100 ปี โดยครั้งล่าสุดที่มีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้น ต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1925 เมื่อ จอห์น เบย์นส์  คุมทีมไม่ชนะเลยตลอด 7 นัดแรก ที่รับหน้าที่เฮดโค้ช

แฟนบอลกังวล แต่ยังไม่หมดหวัง

แม้จะเป็นการเริ่มต้นที่น่าผิดหวัง แต่อย่างไรก็ตาม แฟนบอลบางส่วนยังคงให้กำลังใจและเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของปอสเตโคกลู เนื่องจากประวัติการทำทีมของเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพลิกสถานการณ์ และวางรากฐานการเล่นฟุตบอลเชิงรุกได้อย่างมั่นคง

การที่ แอนจ์ ปอสเตโคกลู กลายเป็นกุนซือถาวรรายแรกในรอบ 100 ปีของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ไม่สามารถพาทีมชนะได้ใน 6 นัดแรก ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความท้าทายที่เขาต้องเผชิญในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลยังอีกยาวไกล และยังมีโอกาสให้เขาพลิกสถานการณ์กลับมาได้

ฟอเรสต์

แอนจ์ปอสเตโคกลู

เดอบรอยน์ เทียบ ฮอยลุนด์ ไม่ต่าง ฮาลันด์ หลังเหมา 2 ตุงพา นาโปลี เฉือน ลิสบอน

ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์ก โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังเหมาคนเดียว 2 ประตู พา นาโปลี เปิดบ้านเฉือนชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 คว้า 3 แต้มสำคัญ โดยเกมนี้ได้รับการยกย่องจาก เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพชาวเบลเยียมว่าอยู่ในระดับเดียวกับ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงแมนฯ ซิตี้

เดอบรอยน์

ฮอยลุนด์

ฮอยลุนด์ ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ นาโปลี ยืมตัวในซีซั่นนี้ หลังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้กับ “ปีศาจแดง” นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อตาลันต้า ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ 2023 โดยแม้จะยิงได้ 16 ประตูรวมทุกรายการในฤดูกาลแรก แต่ฤดูกาลล่าสุดกลับทำได้เพียง 4 ประตูในพรีเมียร์ลีก

การย้ายซบ นาโปลี ด้วยสัญญายืมตัวมูลค่า 5.2 ล้านปอนด์ พร้อมอ็อปชั่นซื้อขาดที่ 38 ล้านปอนด์ ทำให้ ฮอยลุนด์ ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่กำลังมองหาตัวแทนของ โรเมลู ลูกากู ซึ่งมีปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง

ในเกมล่าสุดกับ ลิสบอน ฮอยลุนด์ คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากการยิงสองประตูสุดเฉียบ ซึ่งทั้งสองลูกมาจากแอสซิสต์ของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่จับคู่กันได้อย่างลงตัวในแนวรุก โดย เดอ บรอยน์ กล่าวหลังเกมว่า “ราสมุส มีคุณภาพและได้กลิ่นประตู ผมคิดว่าเขาเหมือน ฮาลันด์ มาก และจะทำประตูให้เราได้อีกเยอะ”

ผลงานการเล่นอันโดดเด่นของ ฮอยลุนด์ กับ นาโปลี ถือเป็นการกลับมาเกิดใหม่ในเวทียุโรป และอาจกลายเป็นดีลที่คุ้มค่าที่สุดหากสโมสรอิตาเลียนตัดสินใจใช้อ็อปชั่นซื้อขาดในฤดูกาลหน้า ขณะที่แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเร็วเกินไปหรือไม่กับการปล่อยดาวยิงวัย 22 รายนี้ออกจากทีม

ฟอร์มแบบนี้อาจทำให้แฟนบอล แมนยูไนเต็ด ต้องคิดหนัก เพราะหาก ฮอยลุนด์ ยังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง นาโปลี อาจใช้เงื่อนไขซื้อขาดทันที และดีลนี้อาจกลายเป็นการเสียของครั้งใหญ่ของ “ปีศาจแดง” อีกครั้งในตลาดนักเตะ

เดอบรอยน์

ฮอยลุนด์

อลิสซง เดี้ยง! ลิเวอร์พูล ช็อก นายด่านมือหนึ่งพัก 6 สัปดาห์ พลาดบู๊บิ๊กแมตช์เพียบ

อลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของ ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (แฮมสตริง) จากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ “หงส์แดง” บุกพ่าย กาลาตาซาราย 1-0 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เขาต้องพักรักษาตัวนานถึง 6 สัปดาห์ และพลาดลงสนามให้ต้นสังกัดรวมทั้งสิ้น 8 นัด

ลิเวอร์พูล

อลิสซง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว อลิสซง ต้องออกจากสนามกลางคันในครึ่งหลัง โดยมี จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ นายทวารมือสองลงมาเฝ้าเสาแทน ก่อนที่ ดิ แอธเลติก จะรายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่าอาการบาดเจ็บของเขารุนแรงเกินกว่าที่คาด และจะหมดสิทธิ์รับใช้ ทีมชาติบราซิล ในเกมกระชับมิตรเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งบราซิลมีกำหนดบุกเยือน เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ในวันที่ 10 และ 14 ต.ค. ตามลำดับ

อาร์เน่อ ชล็อต กุนซือของลิเวอร์พูล ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่อิสตันบูลว่า อลิสซง จะพลาดเกม พรีเมียร์ลีก นัดบุกเยือน เชลซี วันที่ 4 ต.ค. อย่างแน่นอน แม้ตอนนั้นจะยังไม่มีการยืนยันระยะเวลาการพักอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุดการวินิจฉัยยืนยันว่าเขาจะต้องพักอย่างน้อย 6 สัปดาห์

ตลอดช่วงเวลาที่อลิสซันต้องพักฟื้น ลิเวอร์พูล จะต้องลงสนามโดยไม่มีนายด่านเบอร์หนึ่งถึง 8 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 5 นัด ได้แก่ เชลซี (เยือน), แมนฯ ยูไนเต็ด (เหย้า), เบรนท์ฟอร์ด (เยือน), แอสตัน วิลล่า (เหย้า) และ แมนฯ ซิตี้ (เยือน) รวมถึงเกม คาราบาว คัพ รอบสี่ พบ คริสตัล พาเลซ และศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ลีกเฟส อีก 2 นัด เจอกับ แฟร้งค์เฟิร์ต และ เรอัล มาดริด

การขาดหายไปของอลิสซง ถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่งสำหรับ “หงส์แดง” ที่กำลังเผชิญโปรแกรมสุดโหดต่อเนื่องในเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน การที่ต้องพึ่งพามือสองอย่าง มามาร์ดาชวิลี่ เป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลต่อฟอร์มและอันดับในลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเกมบิ๊กแมตช์รออยู่มากมาย

ลิเวอร์พูล

อลิสซง

รูเบน อโมริม เตรียมคุม แมนยู นัดที่ 50 สถิติชนะต่ำสุดในรอบหลายปี

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะลงคุมทีมนัดที่ 50 อย่างเป็นทางการในเกมพบกับซันเดอร์แลนด์ วันเสาร์นี้ ท่ามกลางความกดดันจากผลงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง โดยใน 49 นัดแรกของเขากับ “ปีศาจแดง” อโมริมสามารถเก็บชัยชนะได้เพียง 18 นัด คิดเป็นอัตราชนะเพียง 37% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด 7 คนล่าสุดในช่วง 50 เกมแรก

แมนยู

รูเบน อโมริม

สถิติของรูเบน อโมริม ใน 49 เกมแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ ชนะ 18 นัด เสมอ 12 นัด และแพ้ถึง 19 นัด ผลงานดังกล่าวกลายเป็นประเด็นให้แฟนบอลและสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงทิศทางของสโมสรในยุคของกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้ ที่ก่อนหน้านี้เคยประสบความสำเร็จกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่ยังไม่อาจถ่ายทอดความสำเร็จนั้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกได้

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ที่เคยคุมแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคพรีเมียร์ลีก พบว่าอโมริมมีเปอร์เซ็นต์ชนะในช่วง 50 เกมแรกที่ต่ำที่สุด โดยผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันคือ เอริค เทน ฮาก ที่สามารถพาทีมชนะได้ถึง 35 นัด จาก 50 นัดแรก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ชนะสูงถึง 70% ถือเป็นสถิติที่โดดเด่นในยุคหลังเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

สถานการณ์ปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากผลงานในลีกที่ไม่แน่นอนแล้ว ยังมีแรงกดดันจากแฟนบอลที่คาดหวังความสำเร็จทั้งในประเทศและระดับยุโรป ซึ่งรูเบน อโมริม ต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองในอีกไม่กี่นัดข้างหน้า เพื่อรักษาตำแหน่งและศรัทธาจากแฟนบอลเอาไว้ให้ได้

เกมนัดที่ 50 กับซันเดอร์แลนด์ในสุดสัปดาห์นี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่ง “จุดเปลี่ยน” สำคัญของรูเบน อโมริม กับบทบาทกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด หากสามารถพลิกสถานการณ์และเก็บชัยชนะได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว แต่หากพลาดอีกครั้ง เสียงวิจารณ์และแรงกดดันอาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

แมนยู

รูเบน อโมริม

เอ็นรีเก้ พา เปแอสเช พลิกนรก! บุกแซง บาร์เซโลน่า 2-1 ศึก UCL สุดมันส์

หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) ออกมาแสดงความภาคภูมิใจในตัวนักเตะ หลังพาทีมบุกเฉือนชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามติดต่อกันที่ เปแอสเช บุกมาคว้าชัยที่คัมป์นูได้สำเร็จ

เปแอสเช

หลุยส์เอ็นรีเก้

เกมนี้ บาร์เซโลน่า ออกนำก่อน 1-0 จากประตูของ เฟร์รัน ตอร์เรส ในนาทีที่ 19 แต่ เปแอสเช ไม่ยอมแพ้ ตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 38 จาก เซนนี่ มายูลู ก่อนที่ กอนคาโล่ รามอส จะสวมบทฮีโร่ ยิงประตูชัยในช่วงนาทีสุดท้าย ช่วยให้ทีมจากลีกเอิงเก็บสามคะแนนเต็ม พร้อมส่งสัญญาณความแข็งแกร่งในเวทียุโรป

หลุยส์ เอ็นรีเก้ กล่าวหลังเกมว่า “ช่วงต้นเกมเราลำบาก บาร์ซ่าครองบอลได้ดีมากใน 20 นาทีแรก แต่พอเราตีเสมอได้ก่อนจบครึ่งแรก มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมอย่างมาก” พร้อมเสริมว่า เปแอสเช เป็นหนึ่งในทีมที่มีเวลาเตรียมความพร้อมน้อยที่สุดช่วงปรีซีซั่น แต่ลูกทีมยังสามารถแสดงพลังใจและความมุ่งมั่นได้อย่างยอดเยี่ยม

กุนซือชาวสเปนยังชื่นชมผลงานของนักเตะหนุ่มในทีมว่า “ผมดีใจที่เห็นพวกเขาเรียนรู้จากเกมระดับสูงเช่นนี้ มันไม่สำคัญว่าใครจะได้ลงเล่น เมื่อพวกเขาสวมเสื้อตราสโมสร พวกเขาทุ่มเทเต็มที่ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจที่สุด”

แม้ชัยชนะครั้งนี้จะเป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาล แต่ เอ็นรีเก้ เชื่อมั่นว่าทั้ง เปแอสเช และ บาร์เซโลน่า ต่างมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นและทัศนคติที่แสดงออกในสนาม

เปแอสเช

หลุยส์เอ็นรีเก้

ฮอยลุนด์ เบิ้ล! ยิง 2 พา นาโปลี เชือด สปอร์ติ้ง 2-1 ฟอร์มร้อนแรงใน UCL

ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์ก ที่ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ นาโปลี ยืมตัวใช้งานในฤดูกาลนี้ โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง หลังทำสองประตูจากสองโอกาสพาทีม “อัซซูร์ร่า” เปิดบ้านเฉือนชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส นัดที่สอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ช่วยให้ต้นสังกัดเก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

ฮอยลุนด์

นาโปลี

แม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมมากนักตลอด 90 นาที แต่หัวหอกวัย 22 ปี ก็ใช้โอกาสเพียงน้อยนิดอย่างคุ้มค่า โดยทั้งสองประตูที่เขาทำได้มาจากการจ่ายบอลอย่างแม่นยำของ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพตัวเก่งที่เพิ่งย้ายมาเสริมทัพนาโปลีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทีมในการประสานงานแนวรุกที่เริ่มลงตัว

สถิติส่วนตัวของ ฮอยลุนด์ ในเกมนี้น่าสนใจไม่น้อย โดยเขาสัมผัสบอลเพียง 33 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จ 81% (13/16), ยิง 2 ครั้ง และยิงตรงกรอบทั้ง 2 ครั้ง พร้อมแปรเปลี่ยนเป็น 2 ประตูสุดคม นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ 1 ครั้ง และชนะการดวลลูกกลางอากาศถึง 4 จาก 6 ครั้ง เรียกได้ว่าเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

จากฟอร์มอันเฉียบคมนี้ ทำให้ ราสมุส ฮอยลุนด์ ได้รับคะแนนเรตติ้งจากเว็บไซต์ whoscored.com สูงถึง 8.3 และคว้ารางวัล “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปครองแบบไร้ข้อกังขา เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเขาได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมที่มีคุณภาพ ก็สามารถโชว์ศักยภาพออกมาได้เต็มที่

ปัจจุบัน ฮอยลุนด์ ยิงให้ นาโปลี ไปแล้ว 3 ประตู จากการลงเล่น 5 นัดรวมทุกรายการ นับเป็นการเริ่มต้นที่น่าจับตามอง และอาจเป็นสัญญาณให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องกลับมาคิดทบทวนเกี่ยวกับอนาคตของกองหน้ารายนี้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

ฮอยลุนด์

นาโปลี

อาร์เตตา พอใจแต่ยังติดใจ! อาร์เซนอล อัดโอลิมเปียกอส 2-0 แต่เสียดายยิงไม่ขาด

มิเกล อาร์เตตา กุนซือคนเก่งของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังทีมเปิดบ้านเอาชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2025-26 รอบลีกเฟส นัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะเก็บสามแต้มเต็มและคลีนชีตได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวยอมรับว่ายังมีสิ่งที่น่าเสียดายอยู่ในเกมนี้

อาร์เซนอล

อาร์เตตา

โดยเกมนี้ อาร์เซนอล เล่นในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง และเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าชัดเจน มีโอกาสยิงถึง 16 ครั้ง ก่อนจะได้สองประตูจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี ในนาทีที่ 12 และประตูปิดกล่องจาก บูกาโย ซากา ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ทำให้คว้าชัยแบบไม่เสียประตูเป็นนัดที่ 11 จาก 14 นัดในฤดูกาลนี้

หลังจบเกม มิเกล อาร์เตตา กล่าวอย่างพอใจว่า “เกมนี้เราทำได้ดีมาก เราเริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง สร้างโอกาสได้หลายครั้ง และเล่นด้วยความดุดัน แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือเราควรจะยิงได้มากกว่านี้จากโอกาสทองที่มี มันเป็นจุดที่ต้องกลับไปพัฒนา แม้จะเก็บสามแต้มและคลีนชีตได้ก็ตาม”

ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ อาร์เซนอล เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัดแรกในกลุ่ม และขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางรวมในรอบลีกเฟสของ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2025-26 นัดถัดไปจะเปิดบ้านรับมือ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ส่วนทางฝั่ง โอลิมเปียกอส ที่แพ้ในนัดนี้ ยังคงมีเพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดแรก อยู่อันดับที่ 29 ของตาราง โดยนัดต่อไปพวกเขาต้องบุกเยือนทีมแกร่งจากสเปนอย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ในคืนเดียวกัน เตะเวลา 23.45 น. ซึ่งถือเป็นงานหนักสำหรับทีมจากกรีซที่ต้องการแต้มเพื่อลุ้นเข้ารอบ

อาร์เซนอล

อาร์เตตา

ปลดล็อคแล้ว! แจ็คสัน เบิกร่องประตูแรกใน UCL บาเยิร์น ฟอร์มโหดบุกยำ ปาฟอส 5-1

บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมนี โชว์ฟอร์มแกร่งสมราคาเต็งแชมป์ ด้วยการบุกไปถล่มเอาชนะเจ้าบ้าน ปาฟอส สโมสรจากไซปรัสไปอย่างขาดลอยถึง 5-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การ ประเดิมประตูแรก ของศูนย์หน้าตัวใหม่ นิโคลัส แจ็คสัน

นิโคลัสแจ็คสัน

บาเยิร์น

แจ็คสัน ปลดล็อค ประตูแรกสุดสวยกับ เสือใต้

เกมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของทัพ “เสือใต้” ที่ดาหน้าเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งตั้งแต่ต้น และมาได้ประตูที่สามในช่วงนาทีที่ 31 จากผลงานของ นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าทีมชาติเซเนกัล ที่ย้ายมาจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

จังหวะดังกล่าว แจ็คสัน อาศัยทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบคม ซัดประตูปลดล็อคแรกของเขากับ บาเยิร์น มิวนิค ได้อย่างสวยงาม นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเส้นทางการล่าตาข่ายในเวทียุโรปของเจ้าตัว

บาเยิร์น ฟอร์มโหด คว้าชัย 5-1

นอกจากประตูของ แจ็คสัน แล้ว แฮร์รี่ เคน ดาวยิงฟอร์มฮอตก็จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตู ขณะที่ ราฟาเอล เกร์เรโร่ และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ก็ยิงประตูเพิ่มได้อีกคนละลูก ทำให้ บาเยิร์น เก็บ 3 คะแนนเต็มได้อย่างงดงาม แม้ว่าเจ้าบ้าน ปาฟอส จะยิงตีไข่แตกได้ 1 ประตูจาก มิสลาฟ ออร์ซิช ก่อนจบครึ่งแรกก็ตาม

ชัยชนะนัดนี้ส่งผลให้ บาเยิร์น มิวนิค รั้งจ่าฝูง ของกลุ่มอย่างมั่นคง และสร้างความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในการลุ้น แชมป์ยุโรป ในฤดูกาลนี้

ก้าวสำคัญของ นิโคลัส แจ็คสัน ใน UCL

การยิง ประตูแรก ในรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ นิโคลัส แจ็คสัน ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม โดยเจ้าตัวได้กล่าวหลังจบเกมว่า

“ผมมีความสุขมากที่ทำประตูแรกได้ และยิ่งพิเศษที่เป็นในรายการนี้ ผมจะทำงานหนักต่อไปเพื่อทีม”

แฟน ๆ บาเยิร์น คงจะต้องติดตามและให้กำลังใจ ศูนย์หน้าชาวเซเนกัล คนนี้ต่อไป ว่าเขาจะสามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นและยิงประตูสำคัญให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่องในเส้นทางสู่แชมป์ยุโรปได้หรือไม่

นิโคลัสแจ็คสัน

บาเยิร์น

1 80 81 82 83